AUTODESK เจ้าของโปรแกรมออกแบบ มูลค่าเพิ่มขึ้น 4 เท่า ใน 4 ปี

AUTODESK เจ้าของโปรแกรมออกแบบ มูลค่าเพิ่มขึ้น 4 เท่า ใน 4 ปี

11 มิ.ย. 2020
AUTODESK เจ้าของโปรแกรมออกแบบ มูลค่าเพิ่มขึ้น 4 เท่า ใน 4 ปี /โดย ลงทุนแมน
หากเราพูดถึงบริษัทผู้พัฒนาโปรแกรม
ที่ประสบความสำเร็จมากสุดในโลก
แน่นอนว่าบริษัทนั้นก็คือ Microsoft ของ Bill Gates
หรือถ้าเราไปถามคนทำงานด้านกราฟิก
โปรแกรมที่ขาดไม่ได้ก็ต้องเป็นของบริษัท Adobe
สำหรับวันนี้ เรามารู้จักบริษัท Autodesk
เจ้าของโปรแกรมออกแบบชื่อ AutoCAD
ที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด มีมูลค่าบริษัท 1.5 ล้านล้านบาท
เพิ่มขึ้นคิดเป็น 4 เท่า ใน 4 ปี
แล้วบริษัทนี้น่าสนใจอย่างไร?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
อัปเดตสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจกับ Blockdit มีพอดแคสต์ให้ฟังระหว่างเดินทางด้วย
Blockdit.com/download
╚═══════════╝
บริษัท Autodesk ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1982
เริ่มทำธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบคล้ายๆ กับ
Microsoft Office ที่เกิดขึ้นมาเพื่องานเอกสาร
และ Adobe ที่เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยเหลืองานกราฟิก
สำหรับบริษัท Autodesk ก็ถือเป็นอีกบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวกับการออกแบบ โดยมีโปรแกรมเรือธงอย่าง AutoCAD ซึ่งนักศึกษาหรือผู้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับ สถาปนิก วิศวกร จะต้องใช้โปรแกรมนี้ในการออกแบบ
โดย AutoCAD เป็นโปรแกรมเฉพาะทางสำหรับการออกแบบ และ การวางโครงสร้างรูปแบบ 2 มิติและ 3 มิติ
นอกจากนี้
บริษัท Autodesk ยังได้พัฒนาซอฟต์แวร์การออกแบบ
ที่เพิ่มฟังก์ชันการวิเคราะห์ ข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ
โดยได้แบ่งประเภทธุรกิจออกเป็น
ธุรกิจกลุ่มสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และการก่อสร้าง
ธุรกิจการออกแบบทั่วไป
ธุรกิจกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม
ธุรกิจกลุ่มมีเดียและบันเทิง
แม้ว่าภายหลังจะมีหลายบริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบเข้ามาแข่งขัน
แต่ Autodesk ที่ถือเป็นผู้บุกเบิก ก็ยังสามารถครองส่วนแบ่งทางธุรกิจได้กว่า 1 ใน 3 ของตลาด
เรามาดู ผลประกอบการบริษัท Autodesk ที่ผ่านมา
ปี 2017 รายได้ 65,100 ล้านบาท ขาดทุน 17,900 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 81,300 ล้านบาท ขาดทุน 2,600 ล้านบาท
ปี 2019 รายได้ 103,600 ล้านบาท กำไร 6,800 ล้านบาท
โดยรายได้ของ Autodesk สามารถแบ่งได้ตามแต่ละภูมิภาคเป็น
สหรัฐอเมริกา 41%
ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา 39%
เอเชีย แปซิฟิก 20%
จากตัวเลขผลประกอบการจะเห็นได้ว่า
แม้ว่าบริษัท Autodesk ครองส่วนแบ่งมากสุด
แต่ก่อนหน้านี้บริษัทก็ยังขาดทุน และเพิ่งพลิกกลับมาทำกำไรได้ในปีล่าสุด
แล้วมันเพราะอะไร?
เหตุผลก็เพราะว่าแต่ก่อนซอฟต์แวร์ที่เราใช้กัน
ส่วนใหญ่จะเป็นการขายขาดตามแต่ละเวอร์ชัน
Autodesk ก็เป็นหนึ่งในนั้น
อย่างไรก็ตาม Autodesk ตัดสินใจปรับโครงสร้างรายได้
จากการขายขาดมาเป็นระบบสมาชิก (Subscription) ในปี 2016
ซึ่งจริงๆ แล้ว โมเดลนี้เป็นสูตรสำเร็จของบริษัทซอฟต์แวร์ที่เกิดขึ้นมาในยุคเดียวกันอย่าง
Microsoft ก่อตั้งบริษัทปี 1975
เริ่มให้บริการระบบสมาชิก Office 365 ปี 2011
Adobe ก่อตั้งบริษัท ปี 1982
เริ่มให้บริการระบบสมาชิก Creative Cloud ปี 2011
ทั้ง 2 บริษัทเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เจ้าตลาด และประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างรายได้มาเป็นระบบสมาชิก
เมื่อ Autodesk เป็นเจ้าตลาดสำหรับการออกแบบ
พอบริษัทปรับโครงสร้างรายได้เป็นระบบสมาชิกแล้ว
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็คือ
Autodesk เริ่มมีรายได้ที่เกิดขึ้นประจำมากขึ้น ในขณะที่ต้นทุนเพิ่มไม่มาก
ทำให้รายได้ไหลลงมาเป็นกำไรได้มากขึ้น
จากงบการเงินไตรมาสล่าสุด บริษัทมีรายได้ประจำจากระบบสมาชิก
คิดเป็น 98% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท
นอกจากนี้ ภาพรวมธุรกิจซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบก็มีแนวโน้ม
การเติบโตตามอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลก
สำหรับ Autodesk ที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด มีลูกค้าอยู่ในหลายประเทศ
และเป็นค่าใช้จ่ายที่หลายองค์กร “ตัดทิ้งไม่ได้” เพราะมีส่วนสำคัญในการออกแบบผลิตภัณฑ์ของทุกองค์กร
จากเรื่องทั้งหมดนี้จึงทำให้ Autodesk ได้รับความสนใจจากนักลงทุน
มีมูลค่าเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดระดับ 1.5 ล้านล้านบาท
เพิ่มขึ้นคิดเป็น 4 เท่า ภายในเวลา 4 ปี..
----------------------
อัปเดตสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจกับ Blockdit มีพอดแคสต์ให้ฟังระหว่างเดินทางด้วย
Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
References
-Autodesk, Investor Relation
-Statista
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.