Lalamove พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ร้านอาหาร ให้ปรับตัวในยุค New Normal

Lalamove พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ร้านอาหาร ให้ปรับตัวในยุค New Normal

26 มิ.ย. 2020
ลงทุนแมน x Lalamove
Lalamove พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ร้านอาหาร ให้ปรับตัวในยุค New Normal
ในช่วง 2 เดือนของการล็อกดาวน์ที่ผ่านมา
คงสร้างความรู้สึกยาวนานเหมือน 2 ปี ให้กับธุรกิจร้านอาหาร
แต่ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้ร้านอาหารได้ฉุดคิดขึ้นมาได้ว่า
การขายอาหารผ่านหน้าร้านเพียงอย่างเดียว คงไม่พอสำหรับยุคนี้อีกต่อไป..
และหลังจากการคลายมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐ
ร้านอาหารบางแห่ง จากเดิมที่จินตนาการถึงภาพที่ลูกค้ากำลังแห่กลับมาใช้บริการเช่นเดิม
กลับต้องเจอความจริงที่ว่า จำนวนลูกค้าในแต่ละวัน ไม่เคยเท่าเดิมอีกเลย..
ซึ่งเหตุผลส่วนหนึ่งก็มาจาก ผู้คนยังคงหวาดระแวงกับการไปนั่งกิน หรือเดินทางไปที่ร้านอาหารอยู่
รวมถึงใครหลายๆ คน เมื่อได้ลองใช้บริการดิลิเวอรีแล้ว
ก็ติดใจในความสะดวก และเริ่มไม่อยากลำบากออกไปซื้อเอง
ปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้ เลยยิ่งเป็นการตอกย้ำความสำคัญของกลยุทธ์ส่งอาหาร “ดิลิเวอรี”
ซึ่งกลายเป็นช่องทาง “จำเป็น” ของทุกร้านอาหารในการรักษาฐานรายได้ เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดในอนาคต
แต่ถ้าเราเป็นเจ้าของร้านอาหาร ซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องบริการดิลิเวอรีมาก่อน
หรือมีปริมาณออเดอร์ดิลิเวอรีจากลูกค้าจำนวนไม่มาก เมื่อเทียบกับร้านอาหารใหญ่ๆ
การทุ่มทุนซื้อรถ และจ้างพนักงานเพิ่ม เพื่อมาจัดส่งอาหารเองโดยเฉพาะ ก็อาจเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า
เพราะรายได้ส่วนเพิ่มจากดิลิเวอรี อาจไม่คุ้มกับเงินก้อนที่ลงทุนไปกับตัวยานพาหนะ
และอาจไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่เพิ่มขึ้น เช่น เงินเดือนพนักงาน, ค่าน้ำมัน, ค่าซ่อมบำรุงรถ
นอกจากนี้ ร้านอาหารอาจประสบกับปัญหาระบบการจัดส่งที่ไม่มีประสิทธิภาพ
เช่น พนักงานไม่ชำนาญเรื่องเส้นทาง จึงส่งมอบอาหารให้ลูกค้าล่าช้า
หรือไม่สามารถส่งมอบอาหารในสภาพสมบูรณ์ให้กับลูกค้าได้
รวมถึงร้านอาหารต้องคำนึง และรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของพนักงาน
ที่ต้องออกไปจัดส่งดิลิเวอรีบนท้องถนนอีกด้วย
ดังนั้น วิธีแก้ปัญหาของร้านอาหารด้วยการ “เอาต์ซอร์ส”
ผู้ให้บริการจัดส่งออนดีมานด์ ที่มีประสบการณ์ เป็นมืออาชีพ และน่าเชื่อถือ
มาทำหน้าที่ช่วยจัดส่งอาหารไปยังมือลูกค้า
ก็เป็นอีกกลยุทธ์ที่ดีสำหรับร้านอาหาร
ซึ่งแม้แต่ร้านอาหารใหญ่ๆ ที่มีออเดอร์แบบดิลิเวอรีจำนวนมาก
การเอาต์ซอร์ส ก็อาจช่วยลดต้นทุนโดยรวมของร้านอาหารลงได้
เพราะไม่ต้องจ้างพนักงานเยอะๆ และซื้อรถขนส่งหลายๆ คัน
แล้วการจะเลือก ผู้ให้บริการขนส่งมืออาชีพ ต้องดูอะไรบ้าง ?
จริงๆ ต้องดูหลายองค์ประกอบรวมกัน เช่น
มีประวัติความเป็นมาน่าเชื่อถือได้ เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับ
มีเครือข่ายพาร์ตเนอร์คนขับรถที่มีประสบการณ์ และเป็นจำนวนมาก
มีระบบและเทคโนโลยีการขนส่งที่ล้ำสมัย สามารถติดตามการจัดส่งได้
มีการให้บริการที่ได้มาตรฐาน พนักงานมีมารยาท เป็นต้น
ซึ่ง Lalamove ผู้นำด้านเทคโนโลยีการขนส่งในเอเชีย จากฮ่องกง
ก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่เข้าเงื่อนไข
Lalamove มีเทคโนโลยีที่เพียบพร้อม
มีแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย
มีการบริการที่ได้มาตรฐาน จัดส่งได้อย่างรวดเร็ว
และพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
โดยร้านอาหารสามารถใช้บริการจัดส่งของ Lalamove ได้ง่ายๆ เพียงเข้าแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของ Lalamove แล้วเลือกประเภทรถที่ต้องการดิลิเวอรีหรือขนส่ง และกำหนดจุดรับ-ส่งอาหาร
ทั้งนี้ประเภทรถที่ให้บริการดิลิเวอรี-ขนส่ง มีให้เลือกดังนี้
-รถมอเตอร์ไซค์
สำหรับจัดส่งอาหารดิลิเวอรีจำนวนไม่มาก, สิ่งของชิ้นเล็ก หรือเน้นจัดส่งแบบเร่งด่วน
รวมไปถึงบริการช่วยซื้อ ช่วยส่งไปรษณีย์ วางบิล และรับเช็ค
โดยสามารถเลือกส่งหลายจุดได้ เพื่อลดต้นทุนในการจัดส่ง

-รถ 5 ประตู
สำหรับขนของที่มีขนาดใหญ่ หรือจำนวนมาก, อาหารหลายๆ กล่อง, ขนมเค้ก
รับน้ำหนักสูงสุด 100 กิโลกรัม
(มีบริการช่วยยกสินค้าขึ้นและลงจากรถโดยคนขับรถ ณ จุดรับ-ส่งสินค้า)
-รถกระบะตู้ทึบ
สำหรับขนซื้ออาหาร, วัตถุดิบอาหารจำนวนเยอะๆ, ขนย้ายร้านอาหาร, ขนย้ายสิ่งของ, เฟอร์นิเจอร์ ขนย้ายสิ่งของสูงสุด 1,100 กิโลกรัม สามารถเลือกรถกระบะตู้ทึบเพิ่มความสูงพิเศษ 1.9 เมตร
(มีบริการช่วยยกสินค้าขึ้นและลงจากรถโดยคนขับรถ ณ จุดรับ-ส่งสินค้า)
-รถกระบะโครงเหล็กทรงสูง
สำหรับขนส่งผัก ผลไม้สด วัตถุดิบอาหารจำนวนเยอะๆ, ขนย้ายร้านอาหาร, ขนย้ายสิ่งของสูงสุด 1,100 กิโลกรัม ทั้งยังสามารถเลือกบริการน้ำหนักเพิ่มพิเศษสูงสุด 4 ตัน รวมถึงสามารถเลือกส่งหลายจุดได้เพื่อ ลดต้นทุนในการจัดส่ง
ซึ่งทุกการจัดส่ง ร้านอาหารสามารถติดตามสถานะการจัดส่งด้วยระบบ GPS ได้แบบ Real-time
นอกจากนี้ Lalamove ยังมีการรับประกันสินค้า-อาหาร สำหรับธุรกิจร้านอาหารที่เปิดบัญชีกับบริษัท
โดยรับประกันความเสียหายอันเกิดจากการขนส่งด้วยรถมอเตอร์ไซต์ สูงสุด 7,000 บาท
ส่วนรถ 5 ประตู และรถกระบะ ประกันสูงสุด 15,000 บาท
สรุปแล้วยุค New Normal ในปัจจุบัน และในอนาคตข้างหน้า
เจ้าของธุรกิจร้านอาหารต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา
และให้เท่าทันพฤติกรรม ความต้องการของผู้บริโภค
ซึ่งการปรับตัวเข้าสู่โมเดลดิลิเวอรีของร้านอาหาร เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้
ถ้าร้านอาหารไม่ปรับตัว เปลี่ยนตาม
ลูกค้าก็จะเปลี่ยนไปสั่งอาหารร้านอื่นที่มีบริการดิลิเวอรีแทน..
เพื่อช่วยให้ร้านอาหาร ไม่สูญเสียฐานลูกค้าและความสามารถในการแข่งขัน
Lalamove พร้อมจะเป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจให้กับร้านอาหาร
โดยร้านอาหาร โฟกัสแต่เรื่องการทำอาหาร และควบคุมคุณภาพอาหาร
ส่วนเรื่องการจัดส่งดิลิเวอรี วางใจปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ Lalamove..
#lalamoveth
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.