Salt Bae จากเด็กล้างจาน สู่เจ้าของร้านสเต๊ก 3 หมื่นล้าน

Salt Bae จากเด็กล้างจาน สู่เจ้าของร้านสเต๊ก 3 หมื่นล้าน

3 ก.ย. 2020
Salt Bae จากเด็กล้างจาน สู่เจ้าของร้านสเต๊ก 3 หมื่นล้าน /โดย ลงทุนแมน
หากพูดถึงความเคลื่อนไหวของคนดังในวงการต่างๆ
คงหนีไม่พ้นข่าวการย้ายทีมของ “เมสซี” ในวงการฟุตบอล
หรือ “แบล็กพิงก์” ที่เปิดตัวเพลง Ice Cream ร่วมกับ “เซลีนา โกเมซ”
อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่ลงทุนแมนสนใจเกิดขึ้นในวงการอาหาร
กับบุรุษโรยเกลือบนสเต๊กชื่อ Salt Bae ที่ออกมาโพสต์ผ่านอินสตาแกรม
ว่าร้านสเต๊กของเขาถูกประเมินมูลค่าอยู่ที่ระดับ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
คิดเป็นมูลค่าราว 3 หมื่นล้านบาท เมื่อไม่นานมานี้
เรื่องราวของบุรุษโรยเกลือคนนี้ มีอะไรน่าสนใจ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์มของแหล่งรวมนักคิด
ที่ช่วยอัปเดตสถานการณ์ ในรูปแบบบทความ วิดีโอ
รวมไปถึงพอดแคสต์ ที่มีให้ฟังระหว่างเดินทางด้วย
ลองใช้กันที่ Blockdit.com/download
╚═══════════╝
แม้ว่าตอนนี้หลายคนจะรู้จัก Salt Bae ในฐานะคนดังที่มียอดติดตามบนอินสตาแกรมสูงถึง 30 ล้านบัญชี
แต่รู้หรือไม่ว่าจุดเริ่มต้นของเขาก็ไม่ได้สวยหรูเหมือนกับภาพที่เราเห็น
Salt Bae หรือชื่อจริงของเขาก็คือ Nusret Gökçe อ่านว่า นูสเรต โกเช
เขาเป็นชาวตุรกีที่เกิดในครอบครัวยากจน
จบการศึกษาเพียงระดับชั้นประถมศึกษา
และเริ่มทำงานเป็นพนักงานล้างจาน โดยทำงานถึง 18 ชั่วโมงต่อวัน
อย่างไรก็ตาม Salt Bae ก็ได้ค้นพบความฝันของตัวเองตอนเป็นผู้ช่วยงานในโรงงานแล่เนื้อ
ความฝันที่ว่านั้นก็คือ เขาอยากมีธุรกิจร้านอาหารเป็นของตัวเอง
เขาจึงได้นำเงินเก็บราว 2 แสนบาท ออกเดินทางไปประเทศอาร์เจนตินา
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ และการใช้ผักนานาชนิด
จนในที่สุด Salt Bae ก็ได้บินกลับมาที่ประเทศตุรกี และได้เปิดร้านอาหารแห่งแรกของเขาเป็นร้านสเต๊กที่มี 8 โต๊ะ และพนักงานเพียง 10 คน มีชื่อร้านว่า Nusr-Et Steakhouse
ถึงตรงนี้ ความฝันของอดีตเด็กล้างจานก็เหมือนจะถูกเติมเต็มไปแล้วส่วนหนึ่ง
แต่โชคชะตาของเขากลับไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้
นั่นก็เพราะว่าวันดีคืนดี Ferit Şahenk มหาเศรษฐีชาวตุรกี
เจ้าของทรัพย์สิน 7 หมื่นล้านบาทได้มากินสเต๊กที่ร้านของ Salt Bae
Ferit Şahenk เป็นประธานบริษัท Doğuş Holding เป็นบริษัทโฮลดิง
ที่กระจายการลงทุนอยู่ในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงธุรกิจร้านอาหาร ภายใต้บริษัทย่อย Doğuş Restaurant Entertainment & Management
ด้วยความที่ Ferit Şahenk ชื่นชอบในรสชาติและลีลาของ Salt Bae
เขาจึงได้ตัดสินใจลงทุนในร้านสเต๊กของ Salt Bae
โดยมีเป้าหมายร่วมกันเพื่อขยายธุรกิจเชนร้านสเต๊กไปทั่วทุกมุมโลก
หลังจากนั้นไม่นาน Salt Bae ก็ได้ปล่อยคลิปวิดีโอ
ความยาวเพียง 36 วินาทีแคปชั่นว่า Ottoman Steak
เป็นวิดีโอที่มีลีลาการแล่เนื้อเหลือร้าย พร้อมวิธีการโรยเกลือที่เป็นเอกลักษณ์
ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อว่าวิดีโอดังกล่าวกลายมาเป็นไวรัลที่ทำให้ Salt Bae ดังระเบิด
ดังในระดับที่นักกีฬา นักแสดง และมหาเศรษฐีมากมายก็ได้ไปลิ้มลองทั้งรสชาติ และรับชมลีลาการแล่เนื้อ โรยเกลือที่ร้านสเต๊กของเขา
ไม่ว่าจะเป็นมาราโดนา, เมสซี, เบนเซมา, ป็อกบา, ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ, ดีเจคาเล็ด ไปจนถึงมุฮัมมัด บิน รอชิด อัลมักตูม เจ้านครแห่งดูไบ และคนดังอีกหลายคนก็เคยไปเยี่ยมเยือนร้านของเขา
ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เชนร้านสเต๊ก Nusr-Et Steakhouse กลายเป็นที่รู้จัก และสามารถขยายสาขาไปได้อย่างรวดเร็ว
ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี Salt Bae ก็ได้กลายเป็นเจ้าของโรงงานแล่เนื้อ และร้านอาหารกว่า 15 แห่งทั้งในประเทศบ้านเกิดที่ตุรกี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหรัฐอเมริกา, กาตาร์ และกรีซ
จากการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้เมื่อไม่กี่ปีก่อนมีข่าวว่า
ร้านสเต๊กของ Salt Bae กำลังจะจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์
อย่างไรก็ตาม ประเทศตุรกียังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาด้านการเมือง
รวมไปถึงประเทศตุรกีต้องเผชิญกับภาวะอัตราดอกเบี้ย และเงินเฟ้อที่สูง
เรื่องดังกล่าวส่งผลให้หลายบริษัทเลือกที่จะกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ เพราะว่าอัตราดอกเบี้ยต่างประเทศมีอัตราที่ต่ำกว่า
สำหรับ Doğuş Holding ที่กระจายการลงทุนในหลายธุรกิจ และมีการก่อหนี้ในสกุลเงินต่างประเทศเป็นหลัก จึงประสบปัญหาค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่บวมเพราะค่าเงินตุรกีที่อ่อนลง
เรื่องนี้ทำให้ทางบริษัทต้องปรับโครงสร้างหนี้ คิดเป็นมูลค่ากว่า 7.7 หมื่นล้านบาท เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีเงื่อนไขว่าบริษัทต้องขายหุ้นของกิจการโรงแรม และร้านอาหารออกไปบางส่วน
ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงเชนร้านสเต๊กของ Salt Bae ที่ยังเติบโตได้ดี และน่าจะยังพอมีมูลค่าสูงในมุมมองของนักลงทุน
โดยเชนร้านสเต๊กของ Salt Bae ถูกคาดการณ์ว่ามีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา ราว 2,200 ล้านบาท
ในขณะที่ร้านของเขาก็ถูกประเมินมูลค่าไว้ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 31,000 ล้านบาท
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า Salt Bae ใช้เวลาภายหลังการก่อตั้งร้านอาหารแห่งแรกเพียง 10 ปี
ทำให้ร้านของเขามีมูลค่าเติบโตไปอยู่ในระดับเดียวกันกับสตาร์ตอัปยูนิคอร์นเลยทีเดียว
แน่นอนว่าด้วยมูลค่าของร้านสเต๊ก Salt Bae ที่สูงระดับนี้
มันก็ย่อมจะตามมาด้วยความคาดหวังจากนักลงทุนที่สูงตามไปด้วย
นอกจากนี้ ความเสี่ยงที่เห็นได้ชัดของธุรกิจร้านสเต๊ก Salt Bae ก็คือ
การพึ่งพาตัวเจ้าของที่เป็นแรงดึงดูดทั้งทางธุรกิจ และทางการตลาด
แต่อย่างไรก็ตาม หนึ่งในข้อคิดที่เราสามารถเรียนรู้จากเรื่องของบุรุษโรยเกลือได้ทันที
ก็น่าจะมาจากอินสตาแกรมส่วนตัวของเขาที่ได้โพสต์ภาพไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
ว่าร้านสเต๊กของเขาถูกประเมินมูลค่าไว้ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
และในรูปนั้น เขาก็ได้ตัดแปะภาพในสมัยที่ยังทำงานเป็นเด็กล้างจานเข้าไปด้วย..
“มันไม่เกี่ยวหรอกว่า คุณมีจุดเริ่มต้นอย่างไร
แต่มันอยู่ที่ว่า คุณจะสำเร็จได้อย่างไรมากกว่า”
-Salt Bae-
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์มของแหล่งรวมนักคิด
ที่ช่วยอัปเดตสถานการณ์ ในรูปแบบบทความ วิดีโอ
รวมไปถึงพอดแคสต์ ที่มีให้ฟังระหว่างเดินทางด้วย
ลองใช้กันที่ Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.