ระบบนิเวศของ Apple ปะทะ ระบบนิเวศของ Elon Musk

ระบบนิเวศของ Apple ปะทะ ระบบนิเวศของ Elon Musk

10 ก.พ. 2021
ระบบนิเวศของ Apple ปะทะ ระบบนิเวศของ Elon Musk / โดย ลงทุนแมน
ในช่วงนี้ หลายคนคงได้ยินข่าวว่า Starlink จะเปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม
ซึ่งมีคนไทยหลายคนได้จ่ายเงินมัดจำ เพื่อใช้บริการ Starlink เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สัจธรรมของเรื่องนี้คือ
ทุกบริษัทบนโลกนี้ เมื่อชนะในธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งแล้ว
ก็มักจะสร้าง Ecosystem หรือระบบนิเวศ ของตัวเอง เพื่อไปรุกธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
เช่น ระบบ Starlink ในคราวนี้ ก็ได้ประโยชน์จาก ธุรกิจ SpaceX ที่นำจุดเด่นเรื่องนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ได้ ทำให้การส่งดาวเทียมมีต้นทุนที่ลดลง
Starlink คือการส่งดาวเทียมเป็นพันดวง เพื่อให้ทุกคนทั่วโลกเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ถ้าไม่มี SpaceX แล้ว Elon Musk ก็คงทำ Starlink ได้ยากขึ้น
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
กลับไปที่ Apple ต้นตำรับแห่งการสร้างระบบนิเวศของตัวเอง
โดยเริ่มตั้งแต่ iPhone เชื่อมโยงไป Apple Watch และ AirPods
คนใช้ Apple หลายคนติดใจในการเชื่อมอุปกรณ์ในระบบนิเวศ Apple ได้อย่างไร้รอยต่อ
ใครที่คิดว่า Apple จะมีแต่โลกอุปกรณ์พกพาเท่านั้น อาจจะมองตื้นไป เพราะ
Apple ยังมีระบบนิเวศที่ใหญ่มากในโลกเสมือน ที่เรามองไม่เห็น นั่นก็คือ “App Store”
ตอนนี้ ใครก็ตามที่ทำแอปพลิเคชันบน iPhone ต้องขออนุมัติจากทาง Apple ทั้งส่ง Submit ให้ Review ก่อน ถ้าไม่ผ่านเงื่อนไขที่กำหนด ก็ถูกถอดออกจาก App Store ได้
เหมือนที่เกม Fortnite ได้ถูกถอดออกไปแล้ว เพราะทำผิดกติกาของ Apple และ Apple ก็ไม่แคร์ว่าคนจะเล่นเกม Fortnite มากแค่ไหน เพราะอย่างไรคนที่ติดใจ Apple ก็ยังอยากอยู่ในระบบนิเวศของ Apple อยู่ดี
มาถึงตรงนี้ App Store ก็ไม่ต่างอะไรจากรัฐบาลที่คอยเก็บภาษีของการซื้อสินค้าในโลกเสมือน เพราะทุกๆ ครั้งที่เราซื้อดิจิทัลไอเทมในแอป หรือสมัครสมาชิกผ่านแอป ผู้ประกอบการจะต้องเสียส่วนแบ่งให้ Apple 15-30% เลยทีเดียว
นอกจากนั้น Apple ยังสร้าง iCloud ขึ้นมาเพื่อให้เราออกจากระบบนิเวศได้ยากขึ้น เพราะถ้าใครได้ลองใช้แล้วก็จะติดใจ ไม่ว่าจะเป็นการที่รูปจะถูกอัปโหลดขึ้น iCloud โดยอัตโนมัติ โดยเราไม่ต้องมานั่งลบรูปเพื่อรักษาเนื้อที่ไม่ให้เต็มความจุเครื่อง หรือ การที่เราเปลี่ยนเครื่องไป iPhone เครื่องใหม่โดยใช้ข้อมูลเดิมที่แบ็กอัปจาก iCloud ได้อย่างไร้รอยต่อ
ส่วนฝั่ง Elon Musk บุคคลที่รวยสุดในโลกยุคปัจจุบันก็กำลังสร้างระบบนิเวศของตัวเอง ได้อย่างรวดเร็วจนเรานึกไม่ถึงเช่นกัน
รวดเร็วจนเราอาจตกใจว่า ทั้งหมดอาจเป็นเรื่องเพ้อฝันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเร่งขึ้นมาให้เป็นความจริงในตอนนี้เกือบทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาจรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ของ SpaceX
การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่วิ่งได้ระยะทางไกล จนทดแทนรถยนต์สันดาปแบบเดิมได้ของ Tesla
และล่าสุดคือ การใช้ดาวเทียมในการให้สัญญาณอินเทอร์เน็ตทั่วโลกของ Starlink
สุดท้ายแล้วเทคโนโลยีสุดล้ำเหล่านี้ของ Elon Musk จะเป็นชิ้นส่วนที่เติมเต็มระบบนิเวศใหม่ที่กว่าจะรู้ตัวอีกที คู่แข่งก็ตามไม่ทัน และผู้ใช้ก็ยากที่จะหลุดออกมา
ระบบนิเวศของ Tesla ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีข้อมูลของผู้ขับขี่จำนวนมาก ทำให้สามารถพัฒนาระบบขับเคลื่อนด้วยตัวเองได้เร็วกว่าคนอื่น และเมื่อมันดีกว่าคนอื่น ก็จะยิ่งดึงดูดผู้บริโภคให้เข้าไปใช้บริการมากขึ้นเรื่อยๆ
เรื่องนี้ไม่ต่างอะไรจาก Starlink ที่ดูเหมือนว่าจะมีค่าใช้บริการที่แพงในตอนแรก แต่เมื่อมีผู้ใช้บริการมากขึ้นเรื่อยๆ Starlink ก็อาจจะลดค่าบริการต่อหน่วยให้ต่ำกว่าราคาแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันได้
เพราะอย่าลืมว่า Starlink กลุ่มลูกค้าคือคนพันล้านคนทั่วโลก ซึ่งต่างจากแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน ที่แต่ละประเทศมีลูกค้าโดยเฉลี่ยหลักสิบล้านคนเท่านั้น..
สุดท้ายแล้ว ทุกคนจะอยากสร้างระบบนิเวศของตัวเอง
และมันก็อาจทับซ้อนกันได้ในที่สุด เมื่อใครคนใดคนหนึ่งตัวบวมจนไปทับซ้อนอีกคนหนึ่ง
เช่นตัวอย่างล่าสุดก็คือ Apple Car ที่จะออกรถยนต์ของตัวเอง ที่ไปทับซ้อนกับ Tesla ซึ่งก็น่าติดตามว่าสงครามครั้งนี้จะเป็นอย่างไร
เรื่องนี้ยังเกิดขึ้นอีกหลายธุรกิจ เช่น
SpaceX ของ Elon Musk ไปทับซ้อนกับจรวด Blue Origin ของ Jeff Bezos
Twitch ของ Amazon.com ก็ไปทับซ้อนกับ YouTube ของ Google
YouTube ของ Google ก็ไปทับซ้อนกับ Netflix
Netflix ก็ไปทับซ้อนกับ Apple TV ของ Apple
Apple AR/VR ก็ไปทับซ้อนกับ Oculus ของ Facebook
หรือแม้แต่ โครงการเชื่อมคอมพิวเตอร์กับสมองของ Facebook ก็ไปทับซ้อนกับ Neuralink ของ Elon Musk
สรุปแล้ว สิ่งที่เราจะได้เห็นในโลกยุคถัดไปก็คือ
บริษัทรายใหญ่จะพยายามสร้างระบบนิเวศของตัวเองที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
เชื่อมโลกจริงกับโลกเสมือน ที่เรียกว่า Metaverse
และเรามนุษย์ตาดำๆ ก็คงจะต้องอาศัยอยู่ในระบบนิเวศที่พวกเขาสร้างขึ้นมา โดยเต็มใจที่จะไม่หา “ทางออก” ไปจากระบบเหล่านี้..
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
© 2021 Longtunman. All rights reserved.