โอวัลติน และ ชา ทไวนิงส์ มีเจ้าของเดียวกัน คนนั้นคือใคร?

โอวัลติน และ ชา ทไวนิงส์ มีเจ้าของเดียวกัน คนนั้นคือใคร?

7 พ.ค. 2021
โอวัลติน และ ชา ทไวนิงส์ มีเจ้าของเดียวกัน คนนั้นคือใคร ? /ลงทุนแมน
“ดื่มโอวัลติน คุณค่าดีดี เพื่อทุกวันของชีวิต”
“ทไวนิงส์ ชาอังกฤษ ที่คัดสรรและปรุงชาจากใบชาคุณภาพสูงชั้นเลิศจากทั่วโลก เพื่อให้คุณ”
ทั้ง 2 แบรนด์นี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางประวัติความเป็นมา ผลิตภัณฑ์ หรือกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เลยแม้แต่น้อย แต่รู้ไหมว่า สิ่งที่ทั้ง 2 แบรนด์มีเหมือนกัน นั่นคือ ตอนนี้มี “เจ้าของ” เป็นบริษัทเดียวกัน
แล้วทำไมถึงมีเจ้าของ เป็นบริษัทเดียวกัน เรื่องราวนี้มีที่มาอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ก่อนอื่นเลย ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ทั้งโอวัลตินและทไวนิงส์
แต่เดิมเป็นบริษัทที่มีต้นกำเนิด อยู่คนละยุคสมัยกัน
เริ่มต้นกันที่ แบรนด์ชาอังกฤษ “ทไวนิงส์ (Twinings)” ถือว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ชาที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศอังกฤษ มีอายุมากกว่า 300 ปี
บริษัท ทไวนิงส์ ก่อตั้งโดย คุณโธมัส ทไวนิงส์ ที่มีประสบการณ์ในการนำเข้าใบชา จากประเทศจีนสู่ประเทศอังกฤษ ต่อมาเขาได้ตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจร้านนำเข้า ผสมใบชา และคั่วกาแฟ เป็นของตัวเอง ภายใต้ชื่อของ TOM'S COFFEE HOUSE ในปี ค.ศ. 1706
และหลังจากที่คุณโธมัสเสียชีวิตไป ลูกหลานของตระกูลทไวนิงส์ ก็ได้สานต่อในเรื่องของการนำเข้า-ส่งออกใบชา รวมถึงการนำผลิตภัณฑ์ชา ไปมอบให้กับราชวงศ์ของอังกฤษ
ซึ่งต่อมา ธุรกิจได้พัฒนาจนกลายเป็น บริษัทผลิตชา ทไวนิงส์
ที่มีโลโกเป็นตรารับรอง พระราชทานจากพระนางเจ้าวิกตอเรีย
ส่วนแบรนด์เครื่องดื่มมอลต์สกัดเข้มข้น “โอวัลติน (Ovaltine)”
มีต้นกำเนิดมาจากกรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปี ค.ศ. 1904
ซึ่งว่ากันว่า เป็นเครื่องดื่มมอลต์สกัดจากข้าวบาร์เลย์ ที่ดัดแปลงมาจากสูตรของ คุณจอร์จ วานเดอร์ นักเคมีชาวสวิส ที่คิดค้นสูตรเครื่องดื่มสารอาหาร “Ovo-Maltine” ซึ่งมาจากส่วนผสมหลัก ได้แก่ มอลต์ (Malt) และ ไข่ (Ovum)
สุดท้ายแล้ว เรื่องราวที่แตกต่างกันของทั้ง 2 แบรนด์ ก็ได้มาบรรจบกัน
ภายใต้การเข้าซื้อกิจการ โดยบริษัท Associated British Foods
แล้วบริษัท Associated British Foods คือใคร ?
บริษัท Associated British Foods เดิมชื่อว่า “Allied Bakeries Limited” ก่อตั้งขึ้นมาในปี ค.ศ.1935 โดยคุณการ์ฟิลด์ เวสตัน ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
คุณการ์ฟิลด์ มีความตั้งใจที่จะสร้างบริษัทที่เน้นการลงทุน แบบเข้าซื้อกิจการเกี่ยวกับร้านขนมปัง
จนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านมาถึงปี ค.ศ. 1960 บริษัท Allied Bakeries Limited มีการเข้าซื้อกิจการร้านอบขนมปัง มากกว่า 10 บริษัท และสามารถบริหารจนประสบความสำเร็จได้
จากนั้น Allied Bakeries Limited ต้องการขยายการเข้าซื้อกิจการ ไปยังธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
จึงได้เริ่มเข้าซื้อบริษัทน้ำตาลอังกฤษ บริษัทผลิตไข่ไก่ ฟาร์มไข่ไก่
พร้อมกับเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “Associated British Foods” ในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ Associated British Foods ยังต้องการเป็นผู้ครอบครองธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งแต่ต้นน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ
ซึ่งธุรกิจปลายน้ำอย่าง บริษัทจัดจำหน่ายและห้างสรรพสินค้า ก็ได้ถูก Associated British Foods กว้านซื้อไปหลายบริษัทแล้ว
Associated British Foods จึงขาดแต่ บริษัทต้นน้ำอย่างผู้ผลิต
Associated British Foods เลยสร้างบริษัทที่ทำการวิจัยเอนไซม์และจุลินทรีย์ เพื่อการแปรรูปอาหาร
รวมถึงการเข้าซื้อแผนกวิจัยเอนไซม์และจุลินทรีย์ ของบริษัทยาชื่อดังจากสวิตเซอร์แลนด์ อย่าง “Novartis”
ซึ่ง Novartis แต่เดิมเป็นผู้พัฒนาสูตรเครื่องดื่มมอลต์สกัดของบริษัท “โอวัลติน” อยู่แล้ว จึงทำให้ Associated British Foods ประกาศเข้าซื้อบริษัท โอวัลติน ในปี ค.ศ. 2002
(หมายเหตุ: สำหรับโอวัลติน ที่มีการจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา จะดำเนินงานภายใต้บริษัท Nestlé)
แต่เท่านั้นยังไม่พอ
Associated British Foods ยังต้องการที่จะเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์
เพื่อทำให้พอร์ตสินค้าของบริษัท สามารถเข้าไปอยู่ในทุก ๆ ครัวเรือนได้
เลยทำให้ในปี ค.ศ. 2010
บริษัทได้เข้าซื้อธุรกิจใบชายอดนิยม ที่มีประวัติยาวนานอย่าง ทไวนิงส์
ทั้งนี้ Associated British Foods ไม่ได้มีเพียงแค่แบรนด์โอวัลตินและทไวนิงส์
แต่บริษัทยังมีแบรนด์ในเครือ อีกกว่า 26 แบรนด์ อาทิ
น้ำมันประกอบอาหารตรา Mazola หรือขนมปังยี่ห้อ Sunblest
และยังเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้า ที่โด่งดังในอังกฤษ อย่าง “Primark” อีกด้วย
เพียงแต่สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ที่ว่ามานี้
จะเน้นการทำตลาดในประเทศแถบยุโรป ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา
จึงทำให้เราที่อยู่ในประเทศไทย อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตากันสักเท่าไร
แล้วผลประกอบการของ Associated British Foods ที่ผ่านมา เป็นอย่างไร
ปี 2018 รายได้รวม 680,904 ล้านบาท กำไร 59,932 ล้านบาท
ปี 2019 รายได้รวม 689,634 ล้านบาท กำไร 61,372 ล้านบาท
ปี 2020 รายได้รวม 606,834 ล้านบาท กำไร 39,894 ล้านบาท
ปีล่าสุด ที่รายได้และกำไรลดลง เป็นเพราะผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19
แต่ด้วยกลยุทธ์ของบริษัท ที่เน้นความหลากหลายของสินค้า ด้วยราคาที่จับต้องได้
เพื่อต้องการจะเข้าไปมีส่วนร่วม ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ของบริษัท จะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ขายได้เรื่อย ๆ
ทำให้ยอดขายของบริษัท ไม่ได้รับผลกระทบหนักเหมือนธุรกิจอื่น ๆ
สำหรับประเทศไทย
Associated British Foods ได้เข้ามาเริ่มเปิดกิจการ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987
โดยจัดตั้งบริษัท เอบี ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โอวัลตินและทไวนิงส์ เป็นหลัก
บริษัท เอบี ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย) จำกัด
ปี 2018 รายได้รวม 9,479 ล้านบาท กำไร 2,036 ล้านบาท
ปี 2019 รายได้รวม 9,518 ล้านบาท กำไร 2,031 ล้านบาท
ปี 2020 รายได้รวม 8,242 ล้านบาท กำไร 1,697 ล้านบาท
ปัจจุบัน Associated British Foods มีมูลค่าบริษัทกว่า 794,000 ล้านบาท
ซึ่งถ้าสมมติ บริษัทเข้ามาจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
Associated British Foods ก็จะใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ
เป็นรองเพียงบริษัท ปตท. และ ท่าอากาศยานไทย..
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://twiningsmoment.com/thailand/
-https://www.abf.co.uk/
-https://www.abf.co.uk/documents/pdfs/2020/ar2020/ar2020.pdf
-https://ovaltine.co.th/about
© 2021 Longtunman. All rights reserved.