บังชีฮยอก คนรวยสุดในวงการ K-POP ผู้ปลุกปั้นวง BTS

บังชีฮยอก คนรวยสุดในวงการ K-POP ผู้ปลุกปั้นวง BTS

1 พ.ย. 2021
บังชีฮยอก คนรวยสุดในวงการ K-POP ผู้ปลุกปั้นวง BTS /โดย ลงทุนแมน
ถ้าพูดถึงศิลปินกลุ่มชาย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในขณะนี้
หลายคนที่ติดตามฟังเพลง คงนึกถึงวง “BTS” จากประเทศเกาหลีใต้
ความสำเร็จของ BTS ทำให้ต้นสังกัดอย่าง Big Hit Entertainment
สามารถจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปลายปีที่แล้ว
และกลายเป็นค่ายเพลงใหญ่สุดของเกาหลีใต้ ด้วยมูลค่าบริษัทกว่า 3 แสนล้านบาท
แล้วรู้ไหมว่า เรื่องนี้ยังส่งผลให้คุณ “บังชีฮยอก” เจ้าของ Big Hit Entertainment และผู้ที่อยู่เบื้องหลังผลงานของ BTS ก้าวขึ้นมาเป็นบุคคลร่ำรวยสุดในวงการเพลง K-POP อีกด้วย
เส้นทางชีวิตของชายคนนี้น่าสนใจอย่างไร
และเขาใช้วิธีไหนปั้น BTS จนเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
คุณบังชีฮยอก เป็นนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ ชาวเกาหลีใต้ เกิดเมื่อปี 1972 ปัจจุบันอายุ 49 ปี
เขาหลงใหลในเสียงดนตรีมาตั้งแต่เด็ก และใฝ่ฝันที่จะทำงานในวงการบันเทิง แต่ครอบครัวอยากให้เรียนด้านวิชาการ จึงเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ในสาขาวิชาปรัชญาศิลปะและความงาม
ต่อมา เขาได้รู้จักกับคุณปาร์กจินยอง และพูดคุยเกี่ยวกับการแต่งเพลงอยู่บ่อยครั้ง
ซึ่งปาร์กจินยอง ก็คือคนที่ก่อตั้งค่ายเพลง JYP Entertainment ในปี 1997
และได้ชักชวนคุณบังชีฮยอก ให้มาร่วมงานสร้างสรรค์เพลงด้วยกัน
เส้นทางในวงการบันเทิงของคุณบังชีฮยอก จึงเริ่มต้นขึ้นในฐานะนักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ของค่าย JYP โดยใช้นามปากกาว่า “Hitman Bang”
ด้วยความเก่งกาจในการเขียนเนื้อเพลง ทำให้เขามีส่วนช่วยให้ศิลปินค่าย JYP ในยุคแรก เช่น g.o.d., Rain ออกผลงานเพลงฮิตสู่ตลาดได้มากมาย จนค่ายมีชื่อเสียงมากขึ้น
หลังจากนั้นในปี 2005 คุณบังชีฮยอก ก็ตัดสินใจลาออกจาก JYP
เพื่อมาเปิดค่ายเพลงของตัวเองชื่อว่า “Big Hit Entertainment”
แม้ว่าขณะนั้น เขายังคงแต่งเพลงให้กับศิลปินค่าย JYP รุ่นถัดมา เช่น Wonder Girls, 2AM
แต่พอมาผลิตผลงานให้ศิลปินและเด็กฝึกหัดในค่าย Big Hit กลับไม่ค่อยโด่งดังสักเท่าไร
เนื่องจาก วงการเพลง K-POP มีค่ายยักษ์ใหญ่ 3 แห่ง คือ SM Entertainment, YG Entertainment และ JYP ครองตลาดอยู่ ทำให้น้องใหม่แข่งขันได้ลำบาก จนบริษัท Big Hit เกือบล้มละลายในปี 2007
กระทั่งในปี 2010 คุณบังชีฮยอก ได้พบกับแรปเปอร์เด็กฝีมือดี ที่ใช้ชื่อในวงการว่า RM (ย่อมาจาก Rap Monster) จึงวางแผนสร้างศิลปินกลุ่มแนวฮิปฮอป และทยอยหาสมาชิกเพิ่มเติม ได้แก่ Jin, Suga, J-Hope, Jimin, V และ Jungkook รวมทั้งหมด 7 คน โดยตั้งชื่อวงว่า “BTS”
แต่ต่อมา เขาเลือกเปลี่ยนแนวทางของ BTS จากเน้นแนวฮิปฮอปหนัก ๆ มาเป็นศิลปินไอดอลแทน เพราะมองว่าน่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในตลาดเพลง K-POP มากกว่า
และแล้ว BTS ก็ได้เดบิวต์ในปี 2013 แต่เพลงเปิดตัวทำอันดับได้แค่ที่ 124 ของชาร์ตเพลงเกาหลีเท่านั้น ทำให้ไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะไปได้ไกลนัก
อย่างไรก็ตาม คุณบังชีฮยอก มองเห็นว่า ผู้คนหันมาติดตามข้อมูลข่าวสารทางสื่อออนไลน์กันมากขึ้น จึงมีความคิดที่จะใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดีย มาสร้างฐานแฟนคลับของ BTS ให้แข็งแกร่งขึ้น
โดยอนุญาตให้ BTS สามารถโพสต์พูดคุยกับแฟนคลับบนแพลตฟอร์มโซเชียลต่าง ๆ ได้ ต่างจากค่ายอื่นที่ค่อนข้างเข้มงวด ซึ่งทำให้แฟนเพลงรู้สึกว่าศิลปินเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ได้เห็นการเติบโตของพวกเขาในทุกวัน และคอยติดตามผลงานอย่างต่อเนื่อง
รวมทั้งเปิดโอกาสให้สมาชิกวง มีส่วนร่วมในการแต่งเพลง เพื่อแสดงถึงตัวตน หรือหยิบยกเอาประเด็นทางสังคมที่พวกเขาเจอมาประยุกต์ใช้ ซึ่งทำให้เพลงของ BTS มีเอกลักษณ์น่าสนใจ
การทำงานหนักของศิลปินเพื่อพัฒนาความสามารถทั้งการร้องและเต้น ประกอบกับมีโปรดิวเซอร์อย่างคุณบังชีฮยอก ดูแลการผลิตผลงานอยู่เบื้องหลัง บวกกับพลังสนับสนุนสำคัญของกลุ่มแฟนคลับ ที่ถูกแทนด้วยชื่อว่า “ARMY” ก็ยิ่งส่งผลให้ BTS มีชื่อเสียงโด่งดังติดตลาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ซึ่งในยุคที่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ทำให้เกิดการแชร์คอนเทนต์อย่างรวดเร็ว หากผลงานมีคุณภาพดีจริง ชื่อของศิลปินก็จะยิ่งถูกพูดถึงในวงกว้าง
ไม่จำกัดแค่ในเกาหลีใต้ หรือกลุ่มแฟนคลับ ARMY เท่านั้น แต่ยังเข้าถึงแฟนเพลงที่พร้อมเสพผลงานคุณภาพได้ทั่วโลก
ทำให้ปัจจุบัน BTS กลายเป็นหนึ่งในศิลปินทรงอิทธิพลของโลก มีเพลงฮิตที่ขึ้นชาร์ต Billboard มากมาย ได้ร่วมงานกับหลายศิลปินระดับโลก รวมทั้งถูกเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัล Grammy Awards ปี 2021 ซึ่งถือเป็นงานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ของวงการดนตรี
ด้วยเหตุนี้ ผลการดำเนินงานของ Big Hit ค่ายต้นสังกัด จึงอยู่ในช่วงขาขึ้นสุด ๆ โดยบริษัทมีรายได้หลักมาจากวง BTS เกือบทั้งหมด
ปี 2019 รายได้ 16,600 ล้านบาท กำไร 2,000 ล้านบาท
ปี 2020 รายได้ 22,500 ล้านบาท กำไร 2,500 ล้านบาท
ซึ่งเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2020 บริษัทได้ดำเนินการขายหุ้น IPO ระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Hybe Corporation
โดยล่าสุด Hybe Corporation มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 3.6 แสนล้านบาท ถือเป็นค่ายเพลงใหญ่สุดของเกาหลีใต้
ที่น่าสนใจคือ มีมูลค่าสูงกว่า 3 ค่ายชื่อดังของวงการอย่าง SM, YG และ JYP ที่มีมูลค่ารวมกันราว 1.3 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ถ้ามองต่อไปในอนาคต ความเสี่ยงที่ชัดเจนของ Hybe คงหนีไม่พ้น ความไม่แน่นอนว่า BTS จะได้รับความนิยมในระดับนี้ไปอีกนานแค่ไหน
บริษัทจึงต้องวางแผนขยายธุรกิจใหม่ ๆ โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์มชื่อว่า Weverse ซึ่งเป็นช่องทางสำหรับให้ศิลปินทำกิจกรรมกับแฟนคลับ เช่น จัดคอนเสิร์ต, จัดอีเวนต์แฟนมีตติง รวมถึงซื้อขายสินค้าพิเศษต่าง ๆ ปัจจุบันมีผู้ใช้งานอยู่ราว 1.4 ล้านรายต่อวัน
นอกจากนั้น ยังได้เข้าซื้อกิจการค่ายเพลงอื่น ๆ ในเกาหลีใต้ เพื่อเพิ่มศิลปินในการดูแลให้หลากหลายขึ้น เช่น Pledis Entertainment ต้นสังกัดศิลปินกลุ่มชายอย่าง NU'EST และ Seventeen หรือ Source Music ต้นสังกัดศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปอย่าง GFRIEND (แต่ล่าสุด วงไม่ได้ต่อสัญญากับค่าย)
รวมทั้งเข้าซื้อกิจการ Ithaca Holdings ซึ่งเป็นผู้ดูแลศิลปินชื่อดังอย่าง Justin Bieber และ Ariana Grande ด้วยมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33,000 ล้านบาท
แล้วตอนนี้ คุณบังชีฮยอก ร่ำรวยแค่ไหน ?
คุณบังชีฮยอก ถือหุ้นในบริษัท Hybe Corporation สัดส่วนราว 34% ทำให้เขามีทรัพย์สินมูลค่าสูงถึง 1.1 แสนล้านบาท นับเป็นบุคคลร่ำรวยสุดในอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีใต้ และเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 16 ของประเทศเกาหลีใต้ เลยทีเดียว
นอกจากนั้น เขายังจัดสรรหุ้นของบริษัทให้สมาชิกวง BTS คนละ 68,385 หุ้น หรือคิดเป็นมูลค่าราว 600 ล้านบาทต่อคน เพื่อตอบแทนที่ร่วมสร้างความสำเร็จมาด้วยกัน
ทั้งนี้ คุณบังชีฮยอก เพิ่งประกาศก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอ โดยให้เหตุผลว่าต้องการโฟกัสกับงานเพลง และให้ผู้บริหารคนอื่นมาดูแลธุรกิจแทน แต่เขาจะดำรงตำแหน่งประธานบริษัทต่อไป
เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นว่า
การทำธุรกิจในยุคใหม่ ไม่ว่าในวงการเพลง หรืออุตสาหกรรมใดก็ตาม
สิ่งที่หลายบริษัทหันมามุ่งเน้น คือ การให้ความสำคัญกับลูกค้า เพื่อสร้างฐานผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง
ในกรณีของ Big Hit พวกเขารู้ดีว่า ถ้าใช้กลยุทธ์แบบเดียวกัน คงสู้กับค่ายใหญ่ได้ยากในตอนแรก
จึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการเชื่อมศิลปินเข้าหาแฟนเพลง ผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งทำให้เกิดสายสัมพันธ์อันเหนียวแน่น จนคนติดตามผลงานของ BTS อยู่ตลอด
และพอมีฐานมั่นคงแล้ว เมื่อค่ายผลิตผลงานเพลงหรือคอนเทนต์ใหม่มานำเสนอ บรรดาแฟนคลับก็พร้อมที่จะสนับสนุนศิลปินที่ชื่นชอบไปเรื่อย ๆ
ซึ่งทำให้ BTS สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในเวทีระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง จนคุณบังชีฮยอก กลายเป็นคนที่รวยสุดของวงการเพลง K-POP นั่นเอง..
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://www.lifestyleasia.com/kl/culture/entertainment/bang-si-hyuk-the-man-behind-the-success-of-bts/
-https://www.npr.org/2020/11/18/935848354/hitman-bang-si-hyuk-the-brand-new-billionaire-behind-bts
-https://en.wikipedia.org/wiki/Bang_Si-hyuk
-https://www.billboard.com/music/bts/chart-history/GLO
-https://hybecorp.com/eng/ir/finance/income
-https://www.forbes.com/profile/bang-shi-hyuk/?sh=58bafcdf3cd2
-https://www.bangkokpost.com/life/arts-and-entertainment/2137267/bts-members-become-stock-rich-as-label-stock-tests-new-highs
© 2021 Longtunman. All rights reserved.