Yield คืออะไร ?

Yield คืออะไร ?

7 เม.ย. 2022
[ประเด็นสำคัญ] Yield หมายถึง อัตราผลตอบแทนที่เราได้รับจากการลงทุน ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
การเปรียบเทียบ Yield กับสินทรัพย์หรือการลงทุนอื่น ๆ จำเป็นต้องทำให้ Yield ที่ได้นั้นเป็นช่วงเวลาเดียวกันเสียก่อน ซึ่งโดยทั่วไปมักใช้ Yield ที่ได้ในรอบ 1 ปี เป็นตัวเปรียบเทียบ
เมื่อเราซื้อสินทรัพย์ใด ๆ ก็ตาม เราก็มักจะมองหาว่าผลตอบแทนที่ได้นั้นคุ้มค่าหรือไม่
และ Yield ก็คือตัวเลขที่จะบอกว่าเราได้อัตราผลตอบแทนเท่าไรนั่นเอง
โดย Yield หรือ อัตราผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ
ซึ่งหาได้จาก
“ผลตอบแทนที่ได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หารด้วย เงินลงทุนทั้งหมด”
ค่าที่ได้จะมีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อช่วงระยะเวลาที่นำมาหาร
แต่หากต้องการเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนที่ได้กับการลงทุนอื่น ๆ ก็จะต้องปรับอัตราผลตอบแทนให้เป็นรอบระยะเวลาที่เท่ากันเสียก่อน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักจะเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนที่ได้ในรอบระยะเวลา 1 ปี
ซึ่ง Yield สามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ ตามแต่ว่าเราลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด และเราได้ผลตอบแทนเป็นอะไร เช่น
1. ถ้าเราถือหุ้นที่มีการจ่ายปันผล เราก็จะสนใจ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล
หรือที่เรียกว่า Dividend Yield
เช่น เราซื้อหุ้น A มาในราคา 100 บาทต่อหุ้น
หุ้น A ให้เงินปันผล 5 บาทต่อหุ้นต่อปี
เพราะฉะนั้น Dividend Yield คือ
5 บาทต่อปี / 100 บาท = 5% ต่อปี
2. ถ้าเราถือตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้บริษัทเอกชน เราก็จะสนใจ อัตราผลตอบแทนจากพันธบัตร ซึ่งอยู่ในรูปของดอกเบี้ย หรือที่เรียกว่า Bond Yield
เช่น เราซื้อพันธบัตรรัฐบาลมาในราคา 1,000 บาท
โดยระบุว่าจะได้รับดอกเบี้ย 20 บาท ทุก ๆ 6 เดือน
เพราะฉะนั้น Bond Yield คือ
20 x 2 บาทต่อปี / 1,000 บาท = 4% ต่อปี
3. ถ้าเรามีอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า เราก็จะสนใจ อัตราผลตอบแทนจากค่าเช่า
หรือที่เรียกว่า Rental Yield
เช่น เราซื้อคอนโดมิเนียมมาในราคา 4,000,000 บาท
และสามารถปล่อยเช่าได้ในราคา 20,000 บาทต่อเดือน
เพราะฉะนั้น Rental Yield คือ
20,000 x 12 บาทต่อปี / 4,000,000 บาท = 6% ต่อปี
ข้อดีของ Yield คือ ตัวเลขที่ได้จะมีหน่วยเป็น เปอร์เซ็นต์ต่อช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นอัตราผลตอบแทนในรอบระยะเวลาเดียวกัน เพื่อให้เราสามารถนำอัตราผลตอบแทนที่ได้มาเปรียบเทียบข้ามสินทรัพย์ได้ อย่างเช่น
- การตัดสินใจลงทุนในกรณีที่เรามีทุนจำกัด และต้องเลือกลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง
- หรือเปรียบเทียบ ดอกเบี้ยจากการกู้เงินเพื่อมาลงทุนในสินทรัพย์ กับผลตอบแทนที่ได้ว่าคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าผลตอบแทนไม่ได้สูงกว่าดอกเบี้ยจากการกู้มา ก็จะดูไม่น่าลงทุน
ข้อสังเกตของ Yield ก็คือ
เงินที่เราลงทุนหรือเงินที่เราซื้อสินทรัพย์นั้น เป็น “ตัวหาร”
นั่นหมายความว่า
การที่เราซื้อสินทรัพย์เดียวกัน ในราคาที่ต่างกัน จะทำให้เราได้ Yield ที่ต่างกันได้
ถ้าเราซื้อสินทรัพย์ในราคาที่แพงขึ้น ก็จะทำให้เราได้ Yield ที่ลดลง
และถ้าซื้อสินทรัพย์ได้ในราคาที่ถูกลง เราก็จะได้ Yield ที่มากขึ้นเช่นกัน
ในบางครั้งการคำนวณหาผลตอบแทนจากการลงทุน นักลงทุนอาจใช้คำว่า Capitalization Rate หรือ Cap Rate ซึ่งจะคำนวณได้จาก รายได้จากการดำเนินงานสุทธิ หารด้วย มูลค่าตลาดปัจจุบัน ซึ่งเป็นการคำนวณที่คล้ายกับ Yield เช่นกัน
© 2022 Longtunman. All rights reserved.