NEW MG HS PHEV รถที่ปฏิวัติวงการตลาดรถอเนกประสงค์ ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ

NEW MG HS PHEV รถที่ปฏิวัติวงการตลาดรถอเนกประสงค์ ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ

1 มิ.ย. 2022
NEW MG HS PHEV รถที่ปฏิวัติวงการตลาดรถอเนกประสงค์ ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ
MG X ลงทุนแมน
หนึ่งในไฮไลต์ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ของปีนี้
ก็น่าจะเป็นการเปิดตัว NEW MG HS
ที่มีราคาเริ่มต้น 939,000 - 1,159,000 บาท ในรุ่นเครื่องยนต์สันดาปที่มี 3 รุ่นย่อย
ส่วน NEW MG HS PHEV รุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปลั๊กอินไฮบริด หรือ PHEV จะมีด้วยกันอยู่ 2 รุ่นย่อย
มีราคาเริ่มต้น 1,299,000 - 1,379,000 บาท
สิ่งที่จะบอกคือ มีเงินไม่ถึงล้านก็เป็นเจ้าของรถอเนกประสงค์ได้แล้ว และไม่ใช่แค่รถโล้น ๆ แต่มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยให้ด้วย
แม้การเปิดตัวรถรุ่นใหม่นี้ จะเป็นการ Minor Change แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นเดิมอยู่หลายส่วนเลยทีเดียว
สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือ ภาพรวมของดีไซน์รถ ที่ดูหรูหราขึ้นกว่าเดิม ทั้งภายนอกและภายใน และยังแอบแฝงไปด้วยความสปอร์ตที่ดูเท่ขึ้นกว่าเดิม
ส่วนอีกเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ก็คือ แนวคิดการสร้างรถ NEW MG HS โดยเฉพาะรุ่น PHEV
เพราะหากมองไปที่คู่แข่งในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์เมืองไทย หลายค่ายก็ยังแข่งขันกันในเรื่องเดิม ๆ ที่ยังใช้เครื่องยนต์สันดาปกำลังขับเคลื่อนสูง
สามารถขับขี่ได้ทุกสภาพถนน จนถึงบรรทุกสัมภาระได้มากมาย
แน่นอนว่า เรื่องเหล่านี้ NEW MG HS PHEV ก็ทำได้โดดเด่นไม่แพ้ค่ายรถยนต์เจ้าอื่นในตลาด
แต่สิ่งที่ MG คิดเหนือกว่านั้นคือ การกำหนดความหมายใหม่ของรถ Plug-in Hybrid ในรุ่น NEW MG HS PHEV ว่าเป็น “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีระบบ Hybrid มารองรับ” เพราะรถรุ่นนี้สามารถขับด้วย EV MODE ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ได้ไกลสูงสุดถึง 67 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ซึ่งถือว่าวิ่งได้เยอะพอสมควรเลย และให้พละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร
และด้วยการมี 2 ระบบขับเคลื่อนอยู่ในรถคันเดียว ก็ย่อมดีกว่ารถ SUV ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปเพียงอย่างเดียว ที่แน่ ๆ ก็ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองพลังงานที่ทำได้ดีกว่าแน่นอน ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในยุคที่ราคาน้ำมันแพงอีกรุ่นหนึ่ง
โดย NEW MG HS PHEV มี 5 รูปแบบการขับขี่ให้เลือก ทั้งโหมด EV, โหมด Eco, โหมด Normal, โหมด Sport และโหมด Super Sport
ผลประโยชน์ก็ตกอยู่กับลูกค้า ที่สามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ
เช่น หากเราขับขี่ในชีวิตประจำวัน ไปทำงาน,ไปธุระต่าง ๆ ในเมือง ก็ขับขี่ใน EV Mode ใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
ด้วยระยะการวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 67 กิโลเมตร ขนาดนี้ ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของใครหลาย ๆ คน
ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเติมน้ำมัน ที่ตอนนี้ราคาแพงขึ้นกว่าเดิม
หากต้องเดินทางไปต่างจังหวัด มีทั้งผู้โดยสาร และสัมภาระท้ายรถก็สามารถปรับมาใช้โหมด Sport เพื่อให้การทำความเร็ว หรือจังหวะที่ต้องเร่งแซง ทำได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

แต่นั่นกลับไม่ใช่ความเหนือชั้นที่สุด
เมื่อ MG กล้าที่จะใส่สารพัดเทคโนโลยีให้แก่รถรุ่นนี้แบบไม่หวงของ
ทำให้คนขับรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่รถอเนกประสงค์ทั่วไป แต่ยังสามารถเชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่จนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตการเดินทางไปแล้ว
แล้วเทคโนโลยีในรถ NEW MG HS PHEV เข้ามาตอบโจทย์
และแก้ Pain Point ในการขับขี่ ได้อย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
สิ่งหนึ่งที่หลายคนต้องเผชิญในการเดินทางนั่นก็คือ “หลงทาง” ถึงแม้จะใช้ Google Maps
รู้หรือไม่ว่าการ Minor Change ครั้งนี้ มีการใส่ระบบ AR NAVIGATION
โดยจะทำงานร่วมกับกล้องหน้ารถ ที่จะถ่ายทอดสภาพแวดล้อมจริงบนถนน มายังจอหน้ารถ
จากนั้นหากเป้าหมายสถานที่ ที่เราจะไปมีเส้นทางที่ต้องเลี้ยวหรือเข้าซอยต่าง ๆ ก็จะมีลูกศรขึ้นมาที่หน้าจอแบบ Real Time
นับเป็นระบบที่ป้องกันการหลงทาง หรือขับเลยซอยของผู้ขับขี่ได้อย่างไร้จุดอ่อน เลยทีเดียว
ทีนี้เมื่อพูดถึงรถ MG เราจะนึกถึงแอปพลิเคชันอัจฉริยะที่ชื่อว่า i-SMART
แน่นอนว่าใน NEW MG HS PHEV ก็มีการติดตั้งระบบนี้
โดยปัจจุบันแอปพลิเคชัน สามารถอัปเดตฟังก์ชันการใช้งาน ผ่านทางออนไลน์ได้แล้ว
และได้เพิ่มสารพัดฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อมาตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน
สิ่งที่หลายคนจดจำได้เป็นอย่างดีก็คือ การสั่งงานต่าง ๆ ในตัวรถด้วยเสียง
เพราะ MG ถือเป็นค่ายรถแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยีนี้เข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส
โดยเราแค่พูดว่า Hello MG ตามด้วยคำสั่งภาษาไทย รถก็จะทำตามสิ่งที่เราพูดในทันที
หรือสามารถเช็กสภาพรถต่าง ๆ ว่าพร้อมใช้งานหรือไม่ ผ่านทางแอปพลิเคชันได้
ไปจนถึงการให้ i-SMART ช่วยค้นหาเส้นทางไปร้านอาหารอร่อย ๆ และร้านแฮงเอาต์ชื่อดัง
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นนี้ คือ กุญแจดิจิทัลที่เจ้าของรถสามารถสั่งการทำงานผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ส่งกุญแจดิจิทัลให้ผู้อื่นใช้งานรถยนต์ด้วยการรับ-ส่งโค้ดผ่านทางแอปพลิเคชัน i-SMART ได้ด้วย ปัญหาทำกุญแจรถหาย ต้องโทรเรียกช่างมาเปิด หรือตามให้คนที่บ้านเอากุญแจสำรองมาให้จะไม่เกิดขึ้นกับเจ้าของรถยนต์รุ่นนี้
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีสุดล้ำที่ถูกใส่เข้ามาใน NEW MG HS PHEV ไม่ได้ตอบโจทย์แค่การขับขี่เพียงอย่างเดียว
แต่ยังมองไปถึงเรื่องความปลอดภัยของคนขับและผู้โดยสาร
ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ MG ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ในการผลิตรถยนต์ทุกรุ่น
เพราะความเสียหายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนที่คาดไม่ถึง อาจส่งผลร้ายต่อชีวิต
ซึ่งเป็นความเสียหายที่ไม่อาจประเมินมูลค่าได้เลย
จึงทำให้ NEW MG HS PHEV จะมีโครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ Full Space Frame ที่ช่วยซับ และลดแรงกระแทกก่อนเข้าสู่ห้องโดยสาร
และระบบช่วงล่างแบบ EURO TUNING SUSPENSION ช่วยให้การขับขี่ทรงตัวได้ดีในทุกสภาพถนน
ให้ระบบความปลอดภัยมากสุดถึง 26 ระบบเลยทีเดียว
และระบบช่วยผู้ขับขี่หรือ Advanced Driver Assistance System
ระบบจะช่วยควบคุมตัวรถด้านความเร็ว และการหมุนพวงมาลัย แต่ผู้ขับขี่ยังคงมีหน้าที่หลักในการขับ
เพียงแต่ระบบจะมาคอยช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุซึ่งเทียบเท่ากับ Autonomous Level 2 เมื่อได้ยินคำว่า Autonomous
ในวงการรถยนต์ มักจะนึกถึงรถยนต์ที่ไม่ต้องมีมนุษย์ในการขับเคลื่อน
แต่ถึงแม้ NEW MG HS PHEV จะยังให้ผู้ขับขี่เป็นคนควบคุมรถเป็นหลัก
แต่ระบบนี้ ก็จะมาช่วยให้การขับขี่ในทุกสภาพถนน และทุกสถานการณ์ปลอดภัยและอุ่นใจ
ตัวอย่างเช่น ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา, ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง, ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน, ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน
จะเห็นว่าทุกระบบที่ใส่เข้ามานั้น เป็นการมาแก้ Pain Point ในการขับขี่รถยนต์ของใครหลาย ๆ คนที่ต้องเผชิญอยู่บ่อยครั้ง
และการที่ NEW MG HS PHEV เป็นรถอเนกประสงค์ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี
นอกจากสร้างความเหนือชั้นกว่าคู่แข่งในตลาดแล้วนั้น
MG ยังเชื่อว่า ผู้ผลิตรถยนต์ยุคนี้ ต้องไม่ได้มองว่า ใช้รถแค่ในการเดินทางอย่างเดียว
แต่ต้องมีสารพัดเทคโนโลยี เข้ามาตอบโจทย์การใช้ชีวิตในแต่ละวันของลูกค้า อีกด้วย..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.