อมรินทร์ซื้อ กิจการ Dek-D มูลค่า 204 ล้าน

อมรินทร์ซื้อ กิจการ Dek-D มูลค่า 204 ล้าน

13 ต.ค. 2022
อมรินทร์ซื้อ กิจการ Dek-D มูลค่า 204 ล้าน /โดย ลงทุนแมน
เมื่อวานนี้ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMARIN เข้าซื้อกิจการ เด็กดี อินเตอร์แอคทีฟ จำกัด หรือ DDI เจ้าของเว็บไซต์ Dek-D
ในสัดส่วน 51% ด้วยมูลค่าเงินลงทุน 204 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าทั้งกิจการ 400 ล้านบาท
ในปี 2564 AMARIN มีรายได้ 2,961 ล้านบาท กำไร 313 ล้านบาท
โดยมี 3 ธุรกิจหลัก ก็คือ
-ธุรกิจสิ่งพิมพ์และจัดจำหน่ายหนังสือ
-ธุรกิจผลิตสื่อทีวี
-ธุรกิจงานจัดแสดงและผลิตสื่อออนไลน์
ยกตัวอย่างแบบเป็นแบรนด์ ก็เช่น ร้านหนังสือนายอินทร์ และแบรนด์นิตยาสารต่าง ๆ เช่น บ้านและสวน แพรว สุดสัปดาห์
ทั้งนี้ AMARIN ได้ให้เหตุผลว่าการเข้าไปลงทุนใน DDI เจ้าของเว็บไซต์ Dek-D ก็เพราะว่าบริษัทแห่งนี้มีธุรกิจที่ชัด ดำเนินกิจการมานานกว่า 23 ปีแล้ว มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา มี 3 ธุรกิจหลัก แบ่งออกเป็น
-ธุรกิจการศึกษา เช่น การจัดอีเวนต์ การจัดสนามสอบจำลองออนไลน์ ขายคอร์สติว
-ธุรกิจให้บริการคอนเทนต์นิยายผ่านแพลตฟอร์ม
-ธุรกิจสื่อโฆษณา
จะเห็นได้ว่า Dek-D มีฐานลูกค้าที่ชัดเจน ว่าอยู่ในกลุ่มวัยเรียน นักศึกษา
การได้ฐานผู้ใช้งานจาก Dek-D มา ก็จะทำให้ฐานผู้รับชมคอนเทนต์ของบริษัทกว้างขึ้น
อีก Synergy ก็คือคอนเทนต์กลุ่มนิยายบน Dek-D ที่มียอดรับชมหลักหลายแสนถึงล้านวิวต่อเรื่อง
โดยก็ต้องบอกว่าคอนเทนต์ประเภทนี้กำลังเป็นเทรนด์
สะท้อนให้เห็นจากบริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น
เจ้าของธุรกิจอีบุ๊ก meb และแพลตฟอร์มนักเขียน readAwrite
ที่มีผู้ใช้งานเกินกว่า 5 ล้านบัญชีสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดด
จนบริษัทได้มีการยื่น IPO เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์
ดังนั้น การเข้าซื้อ Dek-D จะไม่เพียงแต่ทำให้ AMARIN มีฐานลูกค้ามากขึ้น
แต่จะทำให้บริษัทสามารถนำคอนเทนต์ฮิตจาก Dek-D ไปตีพิมพ์และจัดจำหน่ายสร้างมูลค่าทางธุรกิจเพิ่มให้กับธุรกิจดั้งเดิมของบริษัท ก็ได้เหมือนกัน
แล้วด้วยมูลค่าการเข้าซื้อกิจการที่ 400 ล้าน ถามว่าคุ้มไหม ?
เราก็ต้องอาจจะลองนำไปเทียบกับผลประกอบการของ Dek-D
ปี 2562 รายได้ 126 ล้านบาท ขาดทุน 14.4 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 154 ล้านบาท กำไร 3.5 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 192 ล้านบาท ขาดทุน 2.5 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่ารายได้เติบโตตลอดช่วงที่ผ่านมา เฉลี่ยแล้ว 23% ต่อปี แต่ยังคงกำไรบ้าง ขาดทุนบ้าง ซึ่งก็น่าจะเป็นเพราะบริษัทยังคงอยู่ในระหว่างการลงทุน
เหตุผลสำคัญก็อาจจะเป็นเพราะในช่วง 2-3 ปีมานี้ โควิด 19 น่าจะกระทบต่อธุรกิจอีเวนต์โดยตรง รวมถึงการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการศึกษาออฟไลน์ และ เม็ดเงินโฆษณาที่หายไปจากการควบคุมค่าใช้จ่าย
แต่หากเราลองนำมูลค่ากิจการ มาเทียบกับกำไรในปี 2563 หรือ P/E ก็จะอยู่ 114 เท่า
ถ้าตอบจากสิ่งที่เห็นวันนี้เลย ก็คือ ค่อนข้างแพง
แต่ในอนาคตหากบริษัทสามารถรักษาการเติบโตแบบนี้ไปได้เรื่อย ๆ
เริ่มทำกำไรได้สม่ำเสมอ และ สามารถสร้าง Synergy กับ AMARIN ได้ดี
มูลค่าเท่านี้ ก็อาจจะไม่ได้แพงเลย
ดีลนี้ ก็ถือเป็นอีกดีลการเข้าซื้อกิจการในอุตสาหกรรมสื่อ ที่น่าติดตามไม่น้อยเลยทีเดียว..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.