กรณีศึกษา vivo และ Carnival จับมือเขย่าวงการสมาร์ตโฟน ด้วยสตรีตแบรนด์

กรณีศึกษา vivo และ Carnival จับมือเขย่าวงการสมาร์ตโฟน ด้วยสตรีตแบรนด์

21 ต.ค. 2022
กรณีศึกษา vivo และ Carnival จับมือเขย่าวงการสมาร์ตโฟน ด้วยสตรีตแบรนด์
vivo x Carnival x ลงทุนแมน
เมื่อเร็ว ๆ นี้ vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำของโลก ประกาศจับมือกับ Carnival ร้านมัลติแบรนด์สัญชาติไทย ออกสินค้าสุดลิมิเต็ด เอาใจคนรักสตรีตแฟชั่น และกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์
โดย Carnival เป็นผู้จัดจำหน่ายสนีกเกอร์, เครื่องแต่งกายแนวสตรีต, แฟชั่นไฮสตรีต, กระเป๋า, ชุดกีฬา และอื่น ๆ ภายใต้แบรนด์ระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Adidas, Asics, Champion Converse หรือ Nike
ซึ่งการร่วมมือกันในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการตอกย้ำแนวคิดของ vivo ที่เชื่อว่า “สมาร์ตโฟน เป็นมากกว่าเครื่องมือสื่อสาร” โดยการเป็นเครื่องมือที่รวบรวมทุก ๆ ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ทุกมิติของการใช้ชีวิต..
แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ vivo ได้นำแคมเปญการตลาดยุคใหม่ มาตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา
เพราะถ้าลองย้อนกลับมาดูแคมเปญการตลาดที่ผ่านมาจาก vivo จะพบว่า
- vivo ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้บริโภค
โดยเลือกแบรนด์พรีเซนเตอร์ ที่มีความใกล้ชิดกับผู้บริโภคอย่าง ลิซ่า BLACKPINK, แจ็กสัน หวัง GOT7 หรือ วิน-เมธวิน นักแสดงซีรีส์ชื่อดัง
- vivo เลือกพื้นที่ติดตั้งสื่อโฆษณา ที่สามารถเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย
เช่น หน้า CentralWorld, ลานพาร์คพารากอน หรือตามสถานีรถไฟฟ้า BTS
มาวันนี้ vivo ตอกย้ำความสำเร็จอีกครั้ง โดยการจับมือกับ Carnival
เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าไปสู่ฐานแฟนสตรีตแฟชั่นด้วยการร่วมดิไซน์ Limited Box Set จำนวนจำกัด ที่วางจำหน่ายครั้งแรกในงาน “CARNIVAL Exclusive Event” ที่ผ่านมา
ความน่าสนใจของเรื่องนี้เป็นอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
บริษัท คาร์นิวาล ซัพพลาย จำกัด หรือ Carnival ก่อตั้งขึ้นโดยคุณอนุพงศ์ คุตติกุล
โดยมีจุดเด่นเรื่อง “ความหายาก” และ “ความแตกต่าง”
ทำให้ร้าน Carnival เปรียบเสมือนสวรรค์ สำหรับชาวสนีกเกอร์ และกลุ่มคนที่ชื่นชอบสตรีตแวร์
นอกจากจะมีสินค้าหลากหลาย ให้เลือกชมและเลือกซื้อแล้ว
Carnival ยังได้รับสิทธิพิเศษแบบเอกซ์คลูซิฟจากหลากหลายแบรนด์ ให้เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้ารุ่นลิมิเต็ด หรือรุ่นหายากหลายรุ่น
เช่น Adidas Consortium ที่มีเพียง 3 ร้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับสิทธิ์การขาย ซึ่ง Carnival คือหนึ่งในนั้น
หากสังเกตรายได้ย้อนหลัง 3 ปี ของบริษัท คาร์นิวาล ซัพพลาย จำกัด
จะพบว่า อยู่ในหลักร้อยล้านบาท เลยทีเดียว
ปี 2562 รายได้ 309 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 264 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 313 ล้านบาท
นอกจากนี้ Carnival ยังให้ความสำคัญกับการทำ Collaboration ระหว่างแบรนด์
เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกเพศ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ไม่ว่าจะเป็น
- CARNIVAL x Disney เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี ของแบรนด์ CARNIVAL
โดยออกคอลเลกชันเสื้อยืดลาย “มิกกี้ เมาส์”
- CARNIVAL x ASICS
ขายรองเท้ารุ่นลิมิเต็ด “GEL-KAYANO 5 360 BETTA SPLENDENS” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปลากัดไทย
- CARNIVAL x KFC
โดยนำเอกลักษณ์ของร้านไก่ทอดระดับโลก มาสร้างสรรค์บนเสื้อผ้าสไตล์สตรีตแวร์ ทั้ง Hoodie, LS T-shirt, Tee, Bucket Hat และ Tote Bag
พอเป็นแบบนี้ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม vivo ถึงเลือกจับมือกับ Carnival
เพื่อสร้างสรรค์สินค้า หรือการตลาดใหม่ ๆ มาเติมเต็มความต้องการของลูกค้า
แล้วการจับมือกันระหว่าง vivo และ Carnival น่าสนใจอย่างไร ?
ต้องบอกว่า vivo ไม่เพียงแต่จะเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างคนไทยมายาวนานกว่า 8 ปี
แต่บริษัทยังมีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ตโฟนไทยราว ๆ 12%
สะท้อนให้เห็นว่า vivo ก็ถือเป็นแบรนด์สมาร์ตโฟนที่คนไทยคุ้นเคย อยู่ไม่น้อย
โดยจุดเด่นของสมาร์ตโฟน vivo ทั้ง 4 ข้อ คือ
1. กล้องมีความคมชัดสูง
อย่างเช่น vivo V25 Pro ที่มีกล้องทั้งหมด 4 เลนส์ มาพร้อมกับเซนเซอร์หลายตัว และระบบออโตโฟกัส ที่ช่วยบันทึกทุกช่วงเวลาให้คมชัดระดับ 4K
2. สมาร์ตโฟนสามารถปรับแต่งตัวเครื่องได้ตามใจชอบ
เพราะตัวเครื่องจะมาพร้อมกับหลากหลายสี ให้ผู้ใช้งานได้เลือกใช้
ที่น่าสนใจคือ vivo V25 มาพร้อมกับฟีเชอร์ Color Changing Glass
หรือการที่ฝาหลังของเครื่องจะเปลี่ยนสี เมื่อทำปฏิกิริยากับแสงแดด
ทำให้สมาร์ตโฟนรุ่นนี้ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นเอง
3. ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน
อย่าง vivo V25 ที่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี Extended RAM หรือการเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล โดยขยายได้สูงสุดถึง 8 GB
นอกจากนี้ vivo V25 ยังรองรับการใช้งานยาวนานด้วยแบตเตอรี่ 4500 mAh มาพร้อมกับฟาสต์ชาร์จ 44W
และยังสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายสัญญาณ 5G แบบ Dual Mode อีกด้วย
4. ราคาจับต้องได้
เพราะสมาร์ตโฟนของ vivo มีราคาเริ่มต้นเพียงหลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่นบาท
จุดเด่นเหล่านี้ ทำให้สมาร์ตโฟน vivo กลายมาเป็นไอเทมสำคัญ สำหรับกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์ และวัยรุ่น หรือวัยทำงาน ที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนที่มี “ความเท่ คุ้มค่า เหมาะสมกับราคา” นั่นเอง
ทั้งหมดนี้ เราจะเห็นได้ว่า กลุ่มลูกค้าของทั้ง vivo และ Carnival มีความใกล้เคียงกันอยู่ไม่น้อย
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทั้งสองบริษัทถึงจับมือกัน เพื่อผลิตสินค้าที่เป็นรุ่น Limited Edition ไม่ว่าจะเป็น
- กระติกเก็บอุณหภูมิ
 
- พวงกุญแจ
 
- กระเป๋าใส่สมาร์ตโฟน
 
- กล่องใส่รองเท้าสนีกเกอร์
ทีนี้ ถ้าถามว่า นอกจากการออกสินค้าสุดลิมิเต็ดแล้ว
vivo จะได้อะไรจากการจับมือกันในครั้งนี้ อีกบ้าง ?
ข้อ 1 คือ การมอบประสบการณ์ที่ลูกค้าคาดไม่ถึง
ซึ่งหลาย ๆ คนคงคาดไม่ถึงว่า แบรนด์สมาร์ตโฟนอย่าง vivo จะจับมือกับแบรนด์สตรีตอาร์ตอย่าง Carnival
เพื่อสร้างความน่าจดจำให้แก่ผู้บริโภค ให้แบรนด์เป็นที่พูดถึงมากขึ้น
ข้อ 2 คือ การขยายฐานลูกค้า โดยอาศัยฐานลูกค้าของทั้งสองฝ่าย
โดยฐานลูกค้าของ vivo จะได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ของ Carnival
ในทางกลับกัน ลูกค้าของ Carnival ก็จะได้รู้จักแบรนด์ vivo เช่นกัน
ข้อ 3 คือ การแสดงให้เห็นว่า vivo สร้างความแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา
เพราะ vivo ไม่เคยหยุดที่จะคิดแคมเปญการตลาด ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะผ่านการเลือกพรีเซนเตอร์, การเลือกพื้นที่โฆษณา หรือการจับมือกับเหล่าแบรนด์ดัง
สุดท้ายแล้ว เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า หลังจากนี้ vivo จะมีแผนร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำเจ้าไหนอีกบ้าง
แต่ที่แน่ ๆ คือ การจับมือกันระหว่าง vivo และ Carnival ในครั้งนี้ คงจะมาสร้างสีสันให้แก่วงการสมาร์ตโฟน ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.