Ravi Jaipuria บริหาร Pepsi KFC Pizza Hut ในอินเดีย รวย 400,000 ล้าน

Ravi Jaipuria บริหาร Pepsi KFC Pizza Hut ในอินเดีย รวย 400,000 ล้าน

Pepsi ในไทย มีเจ้าของคือ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด
KFC และ Pizza Hut ในไทย มีบริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นคนบริหารแบรนด์ แล้วให้แฟรนไชซีอีก 3 เจ้า เป็นคนจัดการร้าน
แต่รู้หรือไม่ว่า ในอินเดีย ทั้ง Pepsi, KFC และ Pizza Hut มีเจ้าของเดียวกันคือ คุณ Ravi Jaipuria
เขาคนนี้ มีความมั่งคั่งอยู่ที่ 410,000 ล้านบาท เท่า ๆ กับเสี่ยเจริญ เจ้าของอาณาจักรไทยเบฟ เรียกได้ว่าเป็นมหาเศรษฐีรวยสุดในธุรกิจอาหาร และเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 18 ของอินเดีย
เรื่องราวของคุณ Ravi Jaipuria เป็นอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
คุณ Ravi Jaipuria เกิดในปี 1953 ที่ประเทศอินเดีย เป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัว ที่ทำธุรกิจหลากหลาย ทั้งสิ่งทอ ธนาคาร รวมถึงโรงงานผลิต Coca-Cola
หลังจากเรียนจบบริหารธุรกิจที่สหรัฐอเมริกา คุณ Jaipuria ก็ย้ายไปแคนาดา และเปิดธุรกิจของตัวเอง เกี่ยวกับสิ่งทอและอสังหาฯ อยู่เกือบสิบปี
ในปี 1985 ภรรยาของคุณ Jaipuria ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทำให้คุณ Jaipuria ตัดสินใจพาลูก ๆ กลับมาอยู่ที่อินเดีย
2 ปีหลังจากนั้น พ่อของคุณ Jaipuria ได้ส่งต่อธุรกิจให้ลูก ๆ ทั้ง 3 คน โดยคุณ Jaipuria ได้รับโรงงานผลิตโคล่ามาดูแลต่อ
ต้องเล่าย้อนก่อนว่า ในช่วงที่คุณ Jaipuria อยู่แคนาดา Coca-Cola ได้ออกจากประเทศอินเดียไปแล้ว เพราะอินเดียออกกฎหมาย ห้ามบริษัทต่างชาติถือหุ้นเกิน 40%
พอ Coca-Cola ออกไป ก็มีบริษัทผลิตน้ำโซดา ชื่อว่า Parle ได้คิดค้นสูตรน้ำโคล่าของตัวเองขึ้นมา และใช้ชื่อว่า Thums Up
โรงงานผลิตโคล่าของครอบครัว Jaipuria เลยมาผลิตให้ Thums Up แทน
คุณ Jaipuria ผลิตน้ำโคล่ายี่ห้อ Thums Up อยู่ 4 ปี รัฐบาลอินเดีย ก็ได้กลับมาเปิดเสรีให้บริษัทต่างชาติอีกครั้งในปี 1991 และมี PepsiCo เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มแรก ๆ ที่เข้ามา
ตอนนั้นคุณ Jaipuria ตัดสินใจเปลี่ยนมาผลิตให้ Pepsi แทน
ซึ่งถือเป็นเรื่องท้าทายมาก เพราะตอนนั้น Thums Up คือ แบรนด์น้ำโคล่าอันดับหนึ่ง ในอินเดีย
คุณ Jaipuria ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิด แต่แค่รู้สึกว่าใช่ และมองว่าถ้าแย่งส่วนแบ่งตลาดมาได้ 10% ก็น่าจะคุ้มแล้ว
ซึ่งนั่นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และเป็นจุดเริ่มต้นความมั่งคั่งของคุณ Jaipuria
Pepsi เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นอินเดีย จนกลายมาเป็นคู่แข่งที่ตีคู่มากับ Thums Up
จนในปี 1993 Coca-Cola ก็กลับมาในอินเดียอีกครั้ง และหลายปีต่อมาก็ซื้อ Thums Up ไปด้วย
กลายมาเป็นการแข่งขันกันของน้ำโคล่า 2 แบรนด์ดัง เหมือนในหลายประเทศ ที่เติบโตไปพร้อมกับตลาดน้ำอัดลมอินเดีย
คุณ Jaipuria สร้างโรงงานผลิต Pepsi เพิ่มอีก 2 แห่ง และในปี 1995 ก็ตั้งชื่อบริษัทว่า Varun Beverages ตามชื่อลูกชายของตัวเอง
หลังจากธุรกิจเครื่องดื่มไปได้สวย ในปี 1997 คุณ Jaipuria ก็ได้ลงทุนขยายธุรกิจเพิ่มเติม โดยมองไปที่เจ้าของแฟรนไชส์ Yum! ก็คือ ร้าน KFC และ Pizza Hut
ตอนเริ่มทำธุรกิจ พ่อของคุณ Jaipuria คัดค้านอย่างหนัก เพราะทั้งตระกูล Jaipuria เป็นมังสวิรัติ เลยไม่พอใจที่ลูกชายจะไปขายไก่ทอด..
แต่คุณ Jaipuria มั่นใจว่าธุรกิจอาหารฟาสต์ฟูดจะไปได้สวยในอินเดีย และนี่เป็นโอกาสที่ดี
ธุรกิจอาหารฟาสต์ฟูดของเขา อยู่ภายใต้บริษัทที่ชื่อว่า Devyani International ตามชื่อลูกสาวของเขา
ซึ่งธุรกิจนี้ ก็เรียกได้ว่าเติบโตได้ดี ไม่แพ้ Pepsi เลยทีเดียว
โดยนอกจากจะเป็นเจ้าของร้าน KFC และ Pizza Hut แล้ว คุณ Jaipuria ยังเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ Costa Coffee และ TWG Tea ในอินเดียอีกด้วย
แน่นอนว่ามี Pepsi, KFC และ Pizza Hut ในอินเดีย ที่บริษัทอื่นเป็นเจ้าของแฟรนไชส์อีก แต่..
- 94% ของโรงงานผลิต Pepsi ในอินเดีย
- 80% ของร้าน ​Pizza Hut ในอินเดีย
- 70% ของร้าน KFC ในอินเดีย
มีคุณ Jaipuria เป็นเจ้าของ
ตอนนี้ทั้ง Varun Beverages และ Devyani International จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นอินเดีย
Varun Beverages มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 560,000 ล้านบาท
Devyani International มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 93,000 ล้านบาท
จะเห็นว่า ทั้งการตัดสินใจเปลี่ยนมาผลิตน้ำโคล่าให้ Pepsi แทนเจ้าตลาดอย่าง Thums Up
รวมถึงการค้านความเห็นของพ่อ และเลือกมาเปิดร้านไก่ทอด KFC
ทั้ง ๆ ที่ตัวเองและครอบครัวเป็นมังสวิรัติในวันนั้น ก็ได้ทำให้คุณ Jaipuria จนมีความมั่งคั่งอยู่ที่ 410,000 ล้านบาท กลายมาเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในธุรกิจอาหารของอินเดีย โดยไม่จำเป็นต้องสร้างแบรนด์มาตั้งแต่ต้นเลย..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2024 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon