สามวัยรุ่น วัย 22 ปี รวย 70,000 ล้าน ทุบสถิติ เป็นมหาเศรษฐีเร็วกว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก

สามวัยรุ่น วัย 22 ปี รวย 70,000 ล้าน ทุบสถิติ เป็นมหาเศรษฐีเร็วกว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก

สามวัยรุ่น วัย 22 ปี รวย 70,000 ล้าน ทุบสถิติ เป็นมหาเศรษฐีเร็วกว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก /โดย ลงทุนแมน
วัย 22 ปี คือเด็กมหาวิทยาลัย ปี 4 ที่กำลังจะจบการศึกษา และออกไปทำงานสู่โลกความเป็นจริง
แต่รู้ไหมว่า เด็กรุ่นราวเท่านี้ จำนวน 3 คน ได้กลายเป็นมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33,000 ล้านบาทไปแล้ว
3 คนนี้ตั้งบริษัทอะไร ถึงรวยหมื่นล้านได้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
3 วัยรุ่นที่ว่านี้ นั่นคือ Brendan Foody, Adarsh Hiremath และ Surya Midha โดยทั้ง 3 คนนี้
รู้จักกันมานานตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว
Brendan Foody เกิดในครอบครัวที่คลุกคลีกับวงการธุรกิจอยู่แล้ว เพราะมีแม่ทำงานใน Meta และมีพ่อเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทสตาร์ตอัปต่าง ๆ
ส่วน Adarsh Hiremath และ Surya Midha เป็นเพื่อนคู่ใจมาตั้งแต่สมัยประถม เพราะเดินสายโต้วาทีระดับประเทศ และได้รู้จักกับ Brendan Foody ในการแข่งขัน
จากคู่แข่งโต้วาที กลายเป็นกลุ่มวัยรุ่น 3 คน ที่ตัดสินใจ
ก่อตั้งบริษัทด้วยกันที่ชื่อว่า Mercor ในปี 2023
พร้อมกับเข้าร่วมในโครงการ Thiel Foundation ของ
ปีเตอร์ ธีล นักลงทุนรายแรก ๆ ของ Facebook
โดย Thiel Foundation จะให้ทุน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐกับวัยรุ่นสร้างตัว
แลกกับเงื่อนไขที่ให้วัยรุ่นที่ได้เงินไปแล้วดร็อปเรียน
เพื่อหันมาโฟกัสกับการสร้างธุรกิจจริงจังแค่อย่างเดียว
ทั้ง 3 คนจึงตัดสินใจดร็อปเรียนในช่วงปี 2 แล้วออกมาปั้น Mercor ให้เติบโตมากขึ้นไปกว่าเดิม
แรกเริ่ม โมเดลของบริษัทนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะเป็นบริษัทที่จับคู่วิศวกรซอฟต์แวร์อินเดียที่อยากเป็นฟรีแลนซ์ กับบริษัทเทคโนโลยีอเมริกันที่อยากจ้างงาน
โดยผู้สมัครงาน จะถูกสัมภาษณ์กับ AI Avatar แล้วระบบจะจับคู่กับบริษัทที่ต้องการคุณสมบัติของผู้สมัครเหล่านี้
ซึ่งหลังจากที่ได้งานแล้ว Mercor จะหักรายได้ต่อสัปดาห์ที่วิศวกรฟรีแลนซ์ได้ราว 30% ไว้เป็นค่าธรรมเนียม
แต่พอทำไปสักพัก ทั้ง 3 คนก็เริ่มรู้ว่า ยังมีตลาดที่ใหญ่กว่าการเป็นแค่แพลตฟอร์มรวมฟรีแลนซ์ธรรมดา ให้พวกเขาได้คว้าไว้ นั่นคือ ตลาด Data Labeling
Data Labeling พูดง่าย ๆ คือ เราทำตัวเป็นครูสอน AI
ให้ทำงานได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะใช้ข้อมูลให้เรียนรู้เอง หรือมีคนคอยบอกให้ AI รู้อีกทีว่าเข้าใจถูกต้องหรือไม่
ซึ่งถ้าถามว่าตลาดนี้โตแค่ไหน ก็ดูได้จากการที่ Meta
ทุ่มเงิน 450,000 ล้านบาท ซื้อหุ้น 49% ใน Scale AI
ของ Alexandr Wang ในวัย 28 ปี
Scale AI ทำตัวเหมือนเป็นโรงเรียน ห้องสมุด หรือ Google สำหรับ AI ที่ให้ AI เข้ามาเรียนรู้ผ่านตัวอย่างและข้อมูล ที่แพลตฟอร์มจัดเตรียมไว้ให้
เมื่อมีโรงเรียนหรือห้องสมุดสำหรับ AI แล้ว Mercor จึงปรับโมเดลธุรกิจของตัวเอง ด้วยการทำตัวเป็นแหล่งรวมตัวผู้เชี่ยวชาญที่คอยมาจัดประเภทข้อมูลให้ AI ได้เรียนรู้
เพราะทั้ง 3 คนเชื่อว่า AI จะทำงานได้ดีขึ้น ก็เพราะคนที่เชี่ยวชาญในสาขานั้น ๆ คอยมาสอน AI อีกที ไม่ต่างอะไรจากครูที่คอยสอนเนื้อหาต่าง ๆ ให้กับนักเรียน
ซึ่งนี่จะทำให้ในอนาคต แทนที่เรามานั่งกลัวกันว่าจะตกงานเพราะ AI หรือไม่ แต่ถ้าเราเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้น ๆ อยู่แล้ว ก็สามารถทำงานด้วยการสอน AI ได้
พอเป็นแบบนี้ ทำให้ Mercor จากเดิมที่ไม่ต่างอะไรจากแพลตฟอร์มจ้างงานฟรีแลนซ์ กลายเป็นธุรกิจที่รวมผู้เชี่ยวชาญมาเทรนนิง AI ให้ทำงานได้ดีขึ้น
ทำให้บริษัทสามารถระดมทุนล่าสุดได้มากถึง 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 11,000 ล้านบาท จนดันมูลค่าบริษัททะลุ 320,000 ล้านบาท หลังก่อตั้งได้แค่ 2 ปีเท่านั้น
ซึ่งเมื่อมูลค่าบริษัทถูกประเมินสูงขึ้น วัยรุ่น 3 คนนี้จึงกลายเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้าน ในวัยแค่ 22 ปี
Brendan Foody, Adarsh Hiremath และ Surya Midha ขึ้นแท่นรวย 70,800 ล้านบาทเท่า ๆ กัน เพราะถือหุ้นอยู่ราว 22% จากการประเมินของ Forbes
ความร่ำรวยในวัยแค่ 22 ปีนี้ ยังทำลายสถิติของ Alexandr Wang ผู้ก่อตั้ง Scale AI ที่กลายเป็นมหาเศรษฐี Billionaire ตอนอายุ 25 ปีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แถมยังลบสถิติของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Facebook ที่ตอนนั้นกลายเป็นมหาเศรษฐี Billionaire ในวัย 23 ปีด้วย..
เรื่องนี้ ทำให้ลงทุนแมนนึกถึงคำพูดของเจนเซน หวง มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Nvidia ได้อีกครั้งว่า
“ต่อไป AI จะสร้างมหาเศรษฐีได้มากกว่ายุคที่เริ่มมีอินเทอร์เน็ตเสียอีก..”
ซึ่งดูเหมือนว่าคำทำนายนี้จะมาเร็วกว่าที่คิด และไม่ใช่แค่การสร้างมหาเศรษฐีได้มากกว่าเท่านั้น
แต่ยังสร้างมหาเศรษฐีได้ในอายุน้อยลงเรื่อย ๆ เหมือน
วัยรุ่น 3 คนนี้ ที่อายุประมาณเด็กมหาวิทยาลัย ปี 4 ก็สามารถก่อตั้งบริษัทหลักแสนล้านบาทได้แล้ว..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2025 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon