เส้นทางชีวิต Jamie Dimon พนักงานแบงก์ ใหญ่สุดในโลก ค่าจ้างปีละ 1,300 ล้าน

เส้นทางชีวิต Jamie Dimon พนักงานแบงก์ ใหญ่สุดในโลก ค่าจ้างปีละ 1,300 ล้าน

เส้นทางชีวิต Jamie Dimon พนักงานแบงก์ ใหญ่สุดในโลก ค่าจ้างปีละ 1,300 ล้าน /โดย ลงทุนแมน
เวลาพูดถึง JPMorgan Chase ธนาคารใหญ่สุดในสหรัฐอเมริกา ก็มักจะมีชื่อของคุณ Jamie Dimon มาคู่กันเสมอ
ในระยะเวลาเกือบ 20 ปี คุณ Dimon ได้ทำให้
- มูลค่าสินทรัพย์ของ JPMorgan เติบโต 223%
- มูลค่าบริษัทของ JPMorgan เติบโต 301%
- กำไรของ JPMorgan เติบโต 463%
ด้วยผลงานนี้ แน่นอนว่าค่าตอบแทนของคุณ Dimon ต้องสูงมาก โดยในปี 2023 ค่าตอบแทนทั้งหมดอยู่ที่ 1,330 ล้านบาท
แต่รู้หรือไม่ว่า ก่อนจะประสบความสำเร็จในฐานะ CEO ของ JPMorgan คุณ Dimon เคยถูกไล่ออกจาก Citigroup มาก่อน..
เส้นทางชีวิตของพนักงานแบงก์ ที่ได้ค่าจ้างปีละ 1,330 ล้านบาท จะน่าสนใจมากแค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
คุณ Jamie Dimon เกิดเมื่อปี 1956 ในครอบครัวอเมริกันเชื้อสายกรีก ที่มีฐานะดี เพราะทั้งคุณปู่และคุณพ่อทำงานสายการเงินทั้งคู่
สมัยเรียนปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์และจิตวิทยา ที่ Tufts University คุณ Dimon เลือกเขียนวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับดีลธุรกิจของคุณ Sandy Weill ที่คุณ Dimon นับถือเหมือนเป็นพ่ออีกคน
หลังเรียนจบและทำงานไปได้ 2 ปี คุณ Dimon ก็ตัดสินใจเรียนต่อ MBA ที่ Harvard Business School
ผลการเรียนของคุณ Dimon ดีมาก คะแนนติด Top 5% แรก เลยมีหลายบริษัทดังเสนอตำแหน่งงานให้ทั้ง Goldman Sachs, Lehman Brothers และ Morgan Stanley
แต่คุณ Dimon ก็ปฏิเสธทุกที่ และเลือกทำงานที่ American Express ทั้งที่ได้เงินเดือนน้อยกว่ามาก
ซึ่งนั่นเป็นเพราะคุณ Weill ทำงานอยู่ที่นั่น โดยคุณ Weill รับประกันว่าคุณ Dimon จะได้รับประสบการณ์เยอะกว่าที่อื่นแน่นอน
ต่อมาทั้งคู่ก็ลาออกจาก American Express ไปทำงานที่ Commercial Credit และสร้างผลงานโดดเด่นจำนวนมาก
หนึ่งในนั้นคือ การควบรวมครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมการเงิน ในปี 1998 ที่รวมกันจนเกิดเป็น Citigroup หนึ่งในสถาบันการเงินที่ใหญ่สุดของสหรัฐอเมริกา ในตอนนั้น
แต่ในปีเดียวกันนั้น เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
เมื่อคุณ Weill ซึ่งเป็น CEO ของ Citigroup ได้ไล่คุณ Dimon ออก..
ตอนนั้นไม่มีใครรู้เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไม
และมีข่าวลือไปต่าง ๆ นานา
แต่หลังจากนั้นอีกหลายปี คุณ Weill ก็ออกมาบอกว่าเป็นเพราะคุณ Dimon อยากเป็น CEO แต่ตัวคุณ Weill เองก็ยังไม่ได้อยากเกษียณ เลยต้องทำแบบนั้น
ส่วนคุณ Dimon ที่ถูกไล่ออก ก็ใช้เวลาช่วงว่างงานไปกับการต่อยมวย และอ่านหนังสือผู้นำที่เจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก
จนในปี 2000 คุณ Dimon ก็ได้งานใหม่เป็น CEO ที่ Bank One ธนาคารที่มีจุดเริ่มต้นในชิคาโก
ภายใต้การบริหารของคุณ Dimon ราคาหุ้นของ Bank One เพิ่มขึ้นมา 59% ในระยะเวลา 4 ปี หรือมากกว่าดัชนี S&P 500 ในช่วงเวลาเดียวกันถึง 3 เท่า
จุดเปลี่ยนของคุณ Dimon เกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2004
ตอนนั้น JPMorgan Chase ก็ได้ซื้อกิจการ Bank One และให้คุณ Dimon เป็น COO หรือประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ของ JPMorgan
ในปี 2006 คุณ Dimon ก็ขึ้นเป็น CEO ของ JPMorgan ตามที่เขาเคยใฝ่ฝัน
และเป็นทั้งประธานบริษัทควบกับตำแหน่ง CEO ในปี 2007
แต่แล้ว พอมาทำงานที่ JPMorgan ได้ไม่นาน คุณ Dimon ก็ต้องเจอกับ วิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ ที่ทำให้สถาบันการเงินใหญ่ ๆ หลายแห่งล้มละลาย..
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะรู้สึกว่า เส้นทางชีวิตของคุณ Dimon แย่เหลือเกิน ทุกครั้งที่กำลังไปได้ดี ก็มักจะมีปัญหาเกิดขึ้นตลอด
แต่ตัวคุณ Dimon เอง ไม่ได้มองแบบนั้น เขากลับมองว่า วิกฤติครั้งนี้คือ “โอกาส”
สิ่งที่เขาทำในตอนนั้นคือ เข้าซื้อบริษัทการเงินที่กำลังจะล้มละลาย แต่เห็นว่ามีศักยภาพมากพอ ที่จะรอดพ้นวิกฤติ และเติบโตได้ในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่า เขาสามารถซื้อได้ในราคาที่ถูกมาก
แล้วตั้งแต่วันนั้น JPMorgan เป็นอย่างไร ?
ตั้งแต่ปี 2006 ถึงปี 2024
- มูลค่าสินทรัพย์ของ JPMorgan
เติบโต 223% มาอยู่ที่ 143 ล้านล้านบาท
- มูลค่าบริษัทของ JPMorgan
เติบโต 301% มาอยู่ที่ 20 ล้านล้านบาท
- กำไรของ JPMorgan
เติบโต 463% มาอยู่ที่ 1.8 ล้านล้านบาท
ด้วยมูลค่าขนาดนี้ ทำให้ JPMorgan กลายเป็นธนาคารที่ใหญ่สุดในสหรัฐอเมริกา ในแง่ของสินทรัพย์ และใหญ่สุดในโลก ในแง่ของมูลค่าบริษัท
ด้วยความสามารถของคุณ Dimon ทำให้ค่าจ้างของเขา เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดอยู่ที่ 1,330 ล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยเดือนละ 111 ล้านบาท
โดยค่าจ้างปี 2023 ของคุณ Dimon แบ่งเป็น
- เงินเดือน 55 ล้านบาท
- ค่าตอบแทนตามผลงาน 1,275 ล้านบาท ที่แบ่งเป็นเงินสด 185 ล้านบาท และที่เหลือเป็น Stock Option
โดย Stock Option ก็คือ การให้สิทธิ์ซื้อหุ้นของบริษัทกับพนักงาน ในราคาที่ตกลงกันไว้ ซึ่งมักจะต่ำกว่าราคาตลาด
เพื่อที่จะจูงใจให้พนักงานสร้างการเติบโตและทำงานอยู่กับบริษัทนานขึ้น
ส่วนในมุมของ CEO ระดับโลก ที่ได้ค่าตอบแทนจำนวนมาก ก็จะจ่ายภาษีได้น้อยลง และเลื่อนเวลาจ่ายภาษีออกไป
คือเสียแค่ภาษี Capital Gain จากส่วนต่างราคาหุ้น ที่อัตรา 20% และถ้ายังไม่ขาย ก็ไม่ต้องเสียภาษี นั่นเอง
ในขณะที่หากรับเป็นเงินเดือน จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในอัตราที่สูงกว่านั้น
อย่างในปี 2023 จากฐานรายได้ 240 ล้านบาท ที่นับแค่เงินเดือนและค่าตอบแทนตามผลงานที่เป็นเงินสด คุณ Dimon ต้องจ่ายภาษีให้กับ
- รัฐบาลกลาง ในอัตราภาษี 36.25% เท่ากับ 87 ล้านบาท
- รัฐนิวยอร์ก ในอัตราภาษี 8.8% เท่ากับ 21 ล้านบาท
รวมเป็นภาษี 108 ล้านบาท หรือก็คือ 45% ของรายได้ที่ได้รับเป็นเงินสดทั้งหมด
ซึ่งหากคำนวณแบบเดียวกัน ถ้าคุณ Dimon รับค่าตอบแทนตามผลงานเป็นเงินสดทั้งหมด โดยไม่มี Stock Option เลย
คุณ Dimon จะต้องจ่ายภาษีในอัตรา 47% ของเงิน 1,330 ล้านบาท หรือเท่ากับเงิน 625 ล้านบาท เลยทีเดียว ซึ่งสูงกว่าอัตราภาษีของ Capital Gain มาก
แต่ที่น่าสนใจกว่าค่าจ้างในแต่ละปีที่คุณ Dimon ได้รับ
ก็คือความมั่งคั่งของคุณ Dimon ที่สะสมมาตลอดช่วงเวลาการทำงานของเขา
โดยตอนนี้ เขามีความมั่งคั่งสุทธิอยู่ที่ 81,500 ล้านบาท
ใครจะไปคิดว่า อาชีพพนักงานแบงก์ จะสามารถสร้างตัวจนเป็นมหาเศรษฐีระดับหลายหมื่นล้านบาทได้..
โดยความมั่งคั่งหลัก ๆ ของเขา ก็มาจากพอร์ตหุ้น JPMorgan ที่เขาถืออยู่จำนวน 7.7 ล้านหุ้น (หลังจากทยอยขายบางส่วนไป) คิดเป็นมูลค่า 56,800 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้คุณ Dimon ก็ไม่เคยขายหุ้นออกมาเลย แต่มาเริ่มทยอยขายเมื่อต้นปี 2024 ที่ผ่านมานี้เอง
คุณ Dimon วางแผนขายหุ้นทั้งหมด 1 ล้านหุ้น โดยให้เหตุผลเรื่องการกระจายการลงทุน และการวางแผนเรื่องภาษีในอนาคต
นับตั้งแต่คุณ Dimon รับตำแหน่ง CEO ในปี 2006 ราคาหุ้น JPMorgan เพิ่มขึ้นมา 386% ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนหนึ่งก็มาจากความสามารถของคุณ Dimon เอง
แม้แต่อดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา
ยังเคยบอกว่าคุณ Jamie Dimon คือหนึ่งในพนักงานแบงก์ที่ฉลาดที่สุด ที่สหรัฐอเมริกามีมา..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/@longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://www.forbes.com/profile/jamie-dimon/?sh=1ad4d8575063
-https://www.investopedia.com/jamie-dimon-6361587
-https://financhill.com/blog/investing/how-did-jamie-dimon-make-his-money
-https://www.businessinsider.com/jpmorgan-jamie-dimon-stock-sales-billionaires-wall-street-banks-economy-2024-4
-https://fortune.com/2024/01/19/jamie-dimon-jpmorgan-2023-pay-record-salary/
-https://www.forbes.com/advisor/income-tax-calculator/new-york/
-https://www.forbes.com/advisor/banking/largest-banks-in-the-us/
-https://www.businessinsider.com/jamie-dimon-fabulous-life-jp-morgan-2011
-https://uk.marketscreener.com/insider/JAMIE-DIMON-A02FR8/

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2024 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon