“Salesforce” จากไอเดียธุรกิจที่โดนปฏิเสธ สู่บริษัทซอฟต์แวร์องค์กร 10 ล้านล้าน

“Salesforce” จากไอเดียธุรกิจที่โดนปฏิเสธ สู่บริษัทซอฟต์แวร์องค์กร 10 ล้านล้าน

15 พ.ค. 2024
“Salesforce” จากไอเดียธุรกิจที่โดนปฏิเสธ สู่บริษัทซอฟต์แวร์องค์กร 10 ล้านล้าน /โดย ลงทุนแมน
หากพูดถึงชื่อแบรนด์ Salesforce, SAP และ Oracle หลายคนอาจจะไม่คุ้นเท่าไร
แต่ถ้าไปถามฝ่ายบัญชี บริษัทระดับโลก เช่น Microsoft, Google, Amazon, Unilever, Nestlé และ P&G คงคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะต้องคอยจ่ายเงินให้ทั้ง 3 บริษัทนี้ เป็นประจำทุกเดือน..
วันนี้ เรามาดูกันว่าบริษัทเหล่านี้ ทำธุรกิจอะไร ?
ตอบสั้น ๆ เลย ก็คือ ทั้ง 3 บริษัท ทำธุรกิจซอฟต์แวร์จัดการองค์กร..
โดยแต่ละบริษัท ก็จะเก่งกันคนละด้าน และเป็นที่นิยม คนละกลุ่มประเทศ
- SAP ก่อตั้งปี 1972
- Oracle ก่อตั้งปี 1977
2 บริษัทนี้ โดดเด่นด้านซอฟต์แวร์วางแผนข้อมูล และทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กร หรือ Enterprise Resource Planning เรียกสั้น ๆ ว่า ERP เช่น ระบบสินค้าคงคลัง และระบบซัปพลายเชน
- SAP มีลูกค้าส่วนใหญ่ อยู่ในยุโรป
- Oracle มีลูกค้าส่วนใหญ่ อยู่ในสหรัฐอเมริกา
ถามว่าแล้วระบบหลังบ้าน สำคัญอย่างไร ? ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ถ้าเรามีโรงงานผลิต และคลังสินค้ากระจายอยู่หลายแห่ง
หากพนักงานคีย์ข้อมูลของที่หมดคลังแล้ว บนระบบ SAP และ Oracle คลิกเดียว ทั้งสายป่านการผลิต และบริษัท ไปจนถึงบัญชี ก็จะรู้ว่าของหมดทันที
หากไม่ได้มีระบบอะไรมาช่วยเลย ข้อมูลอาจจะคลาดเคลื่อน อาจจะใช้เวลาสื่อสารนานกว่า หรือมีขั้นตอนมากกว่า ตรงนี้คือประโยชน์เบื้องต้น ของ ERP
ในขณะเดียวกัน Salesforce ก็เป็นอีกหนึ่งซอฟต์แวร์จัดการองค์กร แต่โดดเด่นในเรื่องระบบเกี่ยวกับการขาย และการจัดการลูกค้าเป็นหลัก..
แล้ว Salesforce เริ่มต้นขึ้นมาอย่างไร ?
- บริษัท Salesforce ก่อตั้งขึ้นโดยคุณ Marc Russell Benioff ในปี 1999 หรือ 25 ปีก่อน ซึ่งเขาเคยเป็นอดีตพนักงาน ที่บริษัท Oracle
คุณ Benioff นับเป็นบุคลากรคนสำคัญ เป็นผู้บริหารตั้งแต่อายุ 26 ปี แถมอยู่กับบริษัทมายาวนานถึง 13 ปี แต่ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจลาออก
- เหตุผลก็เพราะขัดแย้งกับผู้ก่อตั้ง Oracle อย่างคุณ Larry Ellison ในเรื่องการนำซอฟต์แวร์มาจัดจำหน่าย ผ่านระบบคลาวด์และอินเทอร์เน็ต
แนวคิดนี้ ขัดแย้งกับโมเดลธุรกิจดั้งเดิม ของ Oracle ที่ขายซอฟต์แวร์ติดตั้งบนฐานข้อมูลบริษัทลูกค้า
พอคุณ Benioff มองว่ามันเป็นโอกาส แต่เจ้าของบริษัทไม่เห็นด้วย เขาเลยลาออกและนำไอเดียนี้ ไปก่อตั้งบริษัทตัวเองเสียเลย
และนี่ก็คือที่มาของ การก่อตั้งบริษัท Salesforce..
บริษัทแห่งนี้ พัฒนาซอฟต์แวร์ ที่สามารถรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับลูกค้า หรือ Customer Relationship Management เรียกสั้น ๆ ว่า CRM
และใช้โมเดลธุรกิจ ให้บริการซอฟต์แวร์บนคลาวด์ หรือ Software as a Service ย่อสั้น ๆ ว่า SaaS
ด้วยความง่าย เร็ว มีประสิทธิภาพ แถมบริษัทต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง เพราะจ่ายแค่รายเดือน เมื่อเทียบกับการลงทุนแบบดั้งเดิมของ Oracle ที่ต้องลงทุนเป็นก้อน
ฐานลูกค้าของ Salesforce จึงกว้างขึ้น จับตั้งแต่บริษัทรายเล็ก กลาง ไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่ได้ทั้งหมด ผิดกับการลงทุนเซิร์ฟเวอร์แบบของ Oracle ส่วนใหญ่จะมีแค่บริษัทใหญ่ ๆ เท่านั้น
โมเดลธุรกิจใหม่ บวกกับการโฟกัสที่การจัดการลูกค้า หรือ CRM ที่ตลาดสมัยนั้น ยังไม่ได้เน้นกัน ทำให้ Salesforce เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด
และแม้ว่าบริษัทไม่ใช่ผู้ริเริ่มให้บริการซอฟต์แวร์บนอากาศเป็นรายแรก แต่เป็นรายแรกที่นำมาใช้ และประสบความสำเร็จ
สำเร็จในระดับที่ ในภายหลัง บริษัทขนาดใหญ่อื่น ๆ ทำตามกันมาทั้งหมด ตั้งแต่ Office 365 ของ Microsoft, Creative Cloud ของ Adobe และแน่นอนว่า SAP และ Oracle ก็หันมาทำตามด้วย..
ตัดกลับมาที่ธุรกิจ Salesforce ในวันนี้ จะแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่
1. Sales เป็นโปรแกรม ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระงานบางอย่างของฝ่ายขาย
อย่างเช่น ช่วยร่างใบเสนอราคา (Quotation) โดยอัตโนมัติ
หรือสามารถคาดการณ์ยอดขาย ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ด้วย
ซึ่งโปรแกรมนี้สามารถปรับรูปแบบ ให้เข้ากับ Workflow หรือกระบวนการทำงานของบริษัทได้
2. Service เป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับการบริการให้กับธุรกิจ
โดยนำข้อมูลของลูกค้ามาวิเคราะห์ เพื่อหาโซลูชันที่เหมาะสม
ในการขายและให้บริการแก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าของธุรกิจเกิดความพึงพอใจสูงสุด
3. Platform Application อย่าง
- Slack (เข้าซื้อกิจการมา 1 ล้านล้านบาท เมื่อ 4 ปีก่อน) เป็นแอปพลิเคชัน ที่บริษัทหลายแห่งต้องใช้สำหรับคุยงาน
แช็ต วิดีโอคอล และสร้างกลุ่มแยกเพื่อมอบหมายโปรเจกต์ต่าง ๆ ให้กับคนภายในทีมได้
- Einstein เป็น Generative AI ของ Salesforce ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับฝ่ายขาย
อย่างเช่น ช่วยร่างอีเมลส่งหาลูกค้าโดยอัตโนมัติ, เป็นแช็ตบอตตอบลูกค้าได้เอง,
สร้างสรรค์เนื้อหาบนเว็บไซต์สำหรับลูกค้า, ทำสรุปเนื้อหาเพื่อการนำเสนอ และช่วยเขียนโคดได้
และสามารถนำ Einstein มา Copilot หรือสามารถนำ Generative AI ไปใช้ร่วมกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ของ Salesforce ได้อีกด้วย
4. Marketing และ Commerce Price อย่าง
- Marketing เป็นเครื่องมือ สำหรับบริการจัดทำแคมเปญการตลาด ด้วยระบบออนไลน์
โดยอ้างอิงจากยอดขาย และกลุ่มลูกค้าของธุรกิจ
- Commerce เป็นเครื่องมือ
สำหรับใช้ตั้งราคาสินค้าและบริการให้เหมาะสม เพื่อให้ธุรกิจเกิดกำไรสูงสุด
5. Integration and Analysis อย่าง
- MuleSoft เป็นแอปพลิเคชัน ที่ช่วยให้องค์กรสามารถเชื่อมต่อ และรวมระบบการทำงานของแผนกต่าง ๆ
เพื่อลดความซับซ้อน ในการเชื่อมต่อระบบและการเข้าถึงข้อมูล
- Tableau เป็นแพลตฟอร์ม AI ที่เปลี่ยนการวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจ
ให้เป็นการวิเคราะห์เชิงภาพที่ใช้งานง่ายสำหรับทุกคน
ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการธุรกิจ และเพิ่มความร่วมมือระหว่างทีมงานและแผนกต่าง ๆ
ในขณะที่ปัจจุบัน Salesforce กำลังโฟกัสไปกับการพัฒนา “Einstein” แพลตฟอร์มด้าน AI ของ Salesforce ด้วยเครื่องมือต่าง ๆ เช่น
- Einstein Analytics เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้วย AI
- Einstein Prediction Builder เครื่องมือสร้างโมเดลพยากรณ์ด้วย AI
เช่น สร้างโมเดลทำนายพฤติกรรมลูกค้า โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโคดเองเลย
- Einstein Marketing Cloud เครื่องมือการตลาดที่ใช้ AI
ปรับแต่งแคมเปญทางการตลาดให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละบุคคล
ทั้งหมดนี้ ก็เป็นตัวอย่างผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาของ Salesforce ปัจจุบัน มีลูกค้าใช้บริการแพลตฟอร์มของ Salesforce มากกว่า 150,000 รายทั่วโลก
รวมถึงลูกค้าแบรนด์ดังจากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น Apple, Amazon, JPMorgan Chase, Coke, FILA, Nike, Gucci, Benz, Ford, Toyota, Spotify, IHG และ Marriott
โดยบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก จำเป็นต้องใช้ระบบในการบริหารจัดการลูกค้า และ Salesforce ก็เป็นผู้ให้บริการอันดับหนึ่งในเรื่องนี้
สำหรับธุรกิจระบบหลังบ้าน ป้อมปราการก็คือความเชื่อใจของลูกค้า เพราะหากลูกค้าเดินมาหาเราแล้ว
ก็จะเท่ากับว่า พวกเขายินยอมจะฝากข้อมูลเอาไว้บนแพลตฟอร์มของเราด้วย
หากเรารักษามาตรฐาน และตอบโจทย์ลูกค้าได้ดี การที่ลูกค้าจะย้ายฐานข้อมูลไปใช้บริการเจ้าอื่น หรือหันไปพัฒนาระบบของตัวเอง จะแทบเป็นไปไม่ได้เลย
ซึ่งถ้าเราไปดูผลประกอบการของ Salesforce ปีที่แล้ว
รายได้ 1,290,000 ล้านบาท
กำไร 153,000 ล้านบาท
ปัจจุบัน Salesforce มีมูลค่าบริษัท 10 ล้านล้านบาท ในขณะที่ Oracle มีมูลค่าบริษัท 12 ล้านล้านบาท
ก็ไม่น่าเชื่อว่าไอเดียธุรกิจของ Benioff ที่ Ellison คิดว่าไม่เข้าท่าในวันนั้น จะสร้างมูลค่าขึ้นมาได้ และ ใหญ่เกือบเท่ากับ Oracle ในวันนี้..
References
- Salesforce 10K Report 2024
- Salesforce Financial Update Q4 FY24
- https://www.salesforce.com/th/?ir=1
- https://www.longtunman.com/26562
© 2024 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.