
เกมเดียว กินยาว 10 ปี.. โมเดลโกยเงินแสนล้าน แบบ Take-Two เจ้าของ GTA V
เกมเดียว กินยาว 10 ปี.. โมเดลโกยเงินแสนล้าน แบบ Take-Two เจ้าของ GTA V /โดย ลงทุนแมน
เมื่อพูดถึงธุรกิจเกม หลายคนอาจมองว่า บริษัทต้องคอยเร่งพัฒนาเกมใหม่ออกมาอยู่ตลอด เพื่อสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
เมื่อพูดถึงธุรกิจเกม หลายคนอาจมองว่า บริษัทต้องคอยเร่งพัฒนาเกมใหม่ออกมาอยู่ตลอด เพื่อสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
แต่มีค่ายเกมที่ชื่อว่า “Take-Two Interactive” ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เกมเพียงภาคเดียว ก็สามารถเลี้ยงบริษัทได้ยาวนานเป็น 10 ปีเหมือนกัน
แม้ Take-Two อาจไม่คุ้นหูคนทั่วไป แต่ถ้าบอกว่าพวกเขาเป็นเจ้าของเกมระดับตำนานอย่าง Grand Theft Auto หลายคนก็น่าจะเคยรู้จักกันอยู่บ้าง
แล้วกลยุทธ์ของค่ายนี้น่าสนใจอย่างไร ?
ทำไมถึงไม่จำเป็นต้องออกเกมบ่อย ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ทำไมถึงไม่จำเป็นต้องออกเกมบ่อย ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
Take-Two Interactive เป็นบริษัทเกมสัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งขึ้นในปี 1993 โดยคุณ Ryan Brant
ในตอนแรก Take-Two เป็นเพียงตัวแทนจัดจำหน่ายเกมเท่านั้น ไม่ได้พัฒนาเกมเอง หรือครอบครองทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ
แต่ต่อมา บริษัทได้ตัดสินใจใช้กลยุทธ์ M&A เพื่อสร้างการเติบโต
โดยในปี 1998 ได้เข้าซื้อกิจการของค่ายเกม BMG Interactive ด้วยเงินมูลค่าประมาณ 450 ล้านบาท
ซึ่งสิ่งสำคัญที่ได้มาพร้อมกับดีลนี้ คือ สตูดิโอพัฒนาเกมชื่อว่า Rockstar Games ที่ถนัดสร้างเกมแนวโลกเสมือน หรือ Open World
และแฟรนไชส์เกมที่โด่งดังเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ Grand Theft Auto หรือที่เรียกกันว่า GTA
เกม GTA นั้นถูกพัฒนาและวางขายอยู่หลายภาค โดยทำยอดขายรวมทั้งหมดไปได้กว่า 460 ล้านแผ่น
ซึ่งภาคที่ประสบความสำเร็จสูงสุด คือ GTA V ที่วางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2013 และทำยอดขายไปได้ถึง 220 ล้านแผ่น
แต่รู้ไหมว่า แม้เวลาผ่านมา 13 ปีแล้ว แต่เกม GTA V ก็ยังคงทำเงินให้กับ Take-Two ได้มหาศาลในแต่ละปี
สาเหตุเพราะตัวเกมมีฟีเชอร์ GTA Online ที่เป็นโหมดออนไลน์ให้เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในโลกเสมือนร่วมกับผู้เล่นรายอื่น และสามารถจ่ายเงินซื้อไอเทมในเกมได้
ซึ่งทำให้มันกลายเป็นสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงมาก รวมทั้งยังมีสตรีมเมอร์นำไปสร้างคอนเทนต์มากมายบนโซเชียลมีเดียอีกด้วย
ผลลัพธ์คือ เกม GTA V กลายเป็นเครื่องผลิตเงินสด สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ให้กับ Take-Two ในทุกเดือนนั่นเอง
โดยบริษัทประเมินว่า แฟรนไชส์ GTA ทำรายได้รวมบนทุกแพลตฟอร์มไปไม่ต่ำกว่า 250,000 ล้านบาทเลยทีเดียว
พอเป็นเช่นนั้น Take-Two ก็เลยไม่ได้เร่งรีบที่จะออกวางขายภาคใหม่ โดยให้อิสระและเวลากับ Rockstar Games ในการสร้างสรรค์เกมภาคต่อ เพื่อให้มีคุณภาพดีที่สุด
ซึ่งเกมภาคต่อ GTA VI ได้เริ่มการพัฒนามาตั้งแต่ช่วงปี 2018 แต่มีกำหนดวางจำหน่ายเบื้องต้นในเดือนพฤศจิกายน ปี 2026
โดยโครงการใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 63,000 ล้านบาท นับเป็นเกมที่ใช้ทุนสูงสุดในประวัติศาสตร์
แต่ Take-Two ก็เชื่อว่าตนเองจะสามารถคืนทุนได้อย่างรวดเร็ว เพราะจากผลงานในอดีต GTA V เคยสร้างสถิติทำเงินได้เกิน 36,000 ล้านบาท ตั้งแต่สัปดาห์แรกมาแล้ว
และด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงประยุกต์ใช้กลยุทธ์ดังกล่าวกับเกมอื่น ๆ เช่นกัน
อย่างภายใต้ค่าย Rockstar Games ก็มีเกมแนวคล้ายกันคือ Red Dead Redemption ที่เพิ่งวางขายเพียง 2 ภาค ในปี 2010 และปี 2018 แต่ทำยอดขายรวมกันได้ 106 ล้านแผ่น และมีระบบออนไลน์
นอกจากนั้น Take-Two ยังมีการซื้อกิจการค่ายอื่นเพิ่มเติม เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น
โดยในปี 2005 ได้เข้าซื้อกิจการ Visual Concepts เจ้าของแฟรนไชส์เกมกีฬา 2K ซึ่งผลิตเกมดังอย่าง NBA 2K ที่ออกภาคใหม่ตามฤดูกาลบาสเกตบอลจริง และมีฟีเชอร์ออนไลน์ที่ใช้จ่ายเงินซื้อไอเทมในเกมได้
รวมทั้งได้ก้าวเข้าสู่ตลาดเกมมือถือ โดยเข้าซื้อกิจการบริษัท Zynga ในปี 2022 ด้วยเงินมูลค่าสูงถึง 399,000 ล้านบาท ซึ่งเน้นพัฒนาเกมที่ให้ดาวน์โหลดไปเล่นฟรี แล้วค่อยดึงดูดให้ซื้อไอเทมให้เล่นได้เก่งขึ้น
จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลประกอบการของ Take-Two Interactive จะมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากการใช้จ่ายเงินในเกมของผู้เล่น
ปี 2024 มีรายได้อยู่ที่ 167,500 ล้านบาท ซึ่งมาจาก
- ยอดขายเกม 36,000 ล้านบาท
- ยอดใช้จ่ายเงินในเกม 131,500 ล้านบาท
- ยอดขายเกม 36,000 ล้านบาท
- ยอดใช้จ่ายเงินในเกม 131,500 ล้านบาท
ปี 2025 มีรายได้อยู่ที่ 177,000 ล้านบาท ซึ่งมาจาก
- ยอดขายเกม 36,000 ล้านบาท
- ยอดใช้จ่ายเงินในเกม 141,000 ล้านบาท
- ยอดขายเกม 36,000 ล้านบาท
- ยอดใช้จ่ายเงินในเกม 141,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัท Take-Two Interactive จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 1,480,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 50% จากปีก่อนหน้า
ซึ่งถ้าบริษัทนี้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากหุ้น DELTA เพียงเท่านั้น
เรื่องราวของ Take-Two Interactive ให้แง่คิดว่า
ธุรกิจที่แข็งแกร่ง อาจไม่จำเป็นต้องขายของใหม่ตลอดเวลา แต่หัวใจสำคัญคือ การทำให้ลูกค้าเลือกอยู่กับเราให้นานที่สุด
เพราะ Take-Two ไม่ได้มองแค่กำไรระยะสั้น แต่ยอมลงทุนทั้งเวลาและเงินทุนในการออกแบบเกม เพื่อสร้างระบบและประสบการณ์ที่ดีพอ จนผู้เล่นเต็มใจกลับมาใช้จ่ายเงินซ้ำ ๆ
ส่งผลให้ GTA และเกมอื่นภายในเครือ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่สินค้าที่ขายครั้งเดียวจบ แต่ค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทเป็นแพลตฟอร์มที่มีการทำธุรกรรมออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ
จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Take-Two มีกระแสเงินสดไหลเข้าสู่บริษัทอย่างมั่นคงและสม่ำเสมอ ปีละกว่าแสนล้านบาท นั่นเอง..