
Netflix รายได้ กำไร ยังโตแรง แต่หุ้นร่วง -5%
ราคาหุ้น Netflix ร่วงลงประมาณ -5.3% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ (After-hours) หลังจากประกาศงบไตรมาส 4 ปี 2025 แม้ว่าตัวเลขกำไรและรายได้จะออกมา "ดีกว่า" ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อยก็ตาม
ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Netflix (ต.ค. - ธ.ค. 2025)
- รายได้ 373,500 ล้านบาท เติบโต 17.6%
- กำไร 75,000 ล้านบาท เติบโต 29.4%
- รายได้ 373,500 ล้านบาท เติบโต 17.6%
- กำไร 75,000 ล้านบาท เติบโต 29.4%
และล่าสุด Netflix มีจำนวนสมาชิกรวมเป็น 325 ล้านรายแล้ว
ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้น มาจากการเติบโตของจำนวนสมาชิก, การปรับขึ้นราคาค่าสมาชิก และรายได้โฆษณาที่เพิ่มขึ้น (จากแพ็กเกจสมาชิกรูปแบบมีโฆษณา)
โดยบริษัทเปิดเผยว่า รายได้จากโฆษณาในปี 2025 เพิ่มขึ้นมากกว่า 2.5 เท่า จากปีก่อนหน้า แตะระดับมากกว่า 46,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของผู้ชม (Engagement) ยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง
เพราะในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 จำนวนชั่วโมงการรับชม เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการรับชมคอนเทนต์ออริจินัล ที่เพิ่มขึ้นถึง 9%
เพราะในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 จำนวนชั่วโมงการรับชม เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการรับชมคอนเทนต์ออริจินัล ที่เพิ่มขึ้นถึง 9%
สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2026 นี้ Netflix บอกว่าจะมุ่งเน้นไปที่การ
- พัฒนาธุรกิจหลักให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มความหลากหลายและคุณภาพของซีรีส์และภาพยนตร์, ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ และขยายธุรกิจโฆษณาให้เติบโตต่อเนื่อง
- ขยายโครงการใหม่ ๆ เช่น คอนเทนต์ถ่ายทอดสด (Live) โดยมีอิเวนต์อย่างการแข่งขัน World Baseball Classic ในประเทศญี่ปุ่น, ขยายหมวดหมู่คอนเทนต์ใหม่ ๆ เช่น วิดีโอพอดแคสต์ และขยายกลยุทธ์เกมแบบ Cloud-first ให้เติบโตในวงกว้าง
- เดินหน้าปิดดีลการเข้าซื้อกิจการ Warner Bros. ให้สำเร็จ
- รักษาการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยคาดว่ารายได้ปี 2026 จะอยู่ที่ 1,571,200 ล้านบาท - 1,602,200 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 12% - 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน
จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนสมาชิก และการปรับราคาสมาชิก
รวมถึงการคาดการณ์ว่ารายได้จากโฆษณา คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
รวมถึงการคาดการณ์ว่ารายได้จากโฆษณา คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
เมื่อผลประกอบการออกมาดูสดใส แล้วทำไม ราคาหุ้นยังร่วง ?
สื่อต่างประเทศวิเคราะห์กันว่า สาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนเทขายหุ้น
สื่อต่างประเทศวิเคราะห์กันว่า สาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนเทขายหุ้น
เพราะ Netflix ให้คาดการณ์ (Guidance) ผลประกอบการในอนาคต ที่น่าผิดหวัง แม้ผลงานในไตรมาส 4 ปี 2025 จะดี แต่สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญมากกว่าคือ "อนาคต"
โดย Netflix ให้ตัวเลขคาดการณ์ไตรมาส 1 ปี 2026 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์มองไว้
- รายได้ 376,700 ล้านบาท เติบโต 15.3%
- กำไรต่อหุ้น (EPS) คาดการณ์ไว้ที่ 0.76 ดอลลาร์ ขณะที่ตลาดคาดหวังไว้สูงถึงประมาณ 0.82 ดอลลาร์
- รายได้ 376,700 ล้านบาท เติบโต 15.3%
- กำไรต่อหุ้น (EPS) คาดการณ์ไว้ที่ 0.76 ดอลลาร์ ขณะที่ตลาดคาดหวังไว้สูงถึงประมาณ 0.82 ดอลลาร์
หรือก็คือ ตลาดกำลังคาดหวังว่า Netflix ควรจะโตมากกว่านี้..
ซึ่งผู้บริหาร Netflix ระบุว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมสตรีมมิง มีความรุนแรงมาก ทั้งในแง่การแย่งชิงสมาชิกและการทำกำไร
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นความกังวลเรื่องการซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery (WBD) เจ้าของ HBO
โดยล่าสุด Netflix ได้ประกาศปรับปรุงข้อตกลงการเข้าซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery เป็นการใช้ "เงินสดทั้งหมด" มูลค่าสูงถึง 27.75 ดอลลาร์ต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมราว 2,231,200 ล้านบาท
และเพื่อเตรียมเงินสดสำหรับการดีลนี้ Netflix จึงต้อง “ระงับโครงการซื้อหุ้นคืน" (Share Buybacks) ชั่วคราว เพื่อนำเงินไปใช้ในการซื้อกิจการครั้งนี้
ทำให้นักลงทุนกังวลว่า ดีลนี้อาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสด และทิศทางธุรกิจในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม Netflix ระบุในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นว่า ดีลดังกล่าวจะช่วย “เร่งกลยุทธ์ทางธุรกิจ”
และทรัพย์สินคลังคอนเทนต์ ทรัพย์สินทางปัญญา และโครงการพัฒนาของ Warner Bros. จะช่วยเพิ่มความหลากหลายของคอนเทนต์ รวมถึงช่วยให้ HBO Max สามารถนำเสนอแพ็กเกจสมาชิกที่ยืดหยุ่น และปรับให้เหมาะกับแต่ละคนมากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ดีลยังเผชิญอุปสรรค เมื่อ Paramount Skydance เปิดเกมเข้าซื้อ Warner Bros. แบบไม่เป็นมิตร
อีกทั้งคนในอุตสาหกรรม เริ่มตั้งคำถามว่า ดีลนี้จะผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลหรือไม่
ในขณะที่ Ted Sarandos ซีอีโอร่วมของ Netflix ยืนยันว่า Netflix กำลังเร่งเดินหน้ากระบวนการขออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล และเชื่อว่าดีลนี้จะผ่านได้ เพราะเป็นดีลที่ “เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค สนับสนุนนวัตกรรม และเอื้อต่อแรงงาน”
“เราจำเป็นต้องใช้ทีมงานเหล่านี้ คนที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูง เราต้องการให้พวกเขาอยู่ต่อและดูแลธุรกิจเหล่านี้”
Netflix ยังย้ำว่า การควบรวมจะช่วยรักษาการจ้างงาน ในช่วงที่อุตสาหกรรมสื่อมีการปลดคนจำนวนมาก โดยทรัพย์สินของ Warner Bros. จะเพิ่มธุรกิจใหม่ที่ Netflix ยังไม่เคยมี..