
เจาะงบ Meta กำไรพุ่ง แต่หุ้นร่วง 7% นักลงทุนกังวล ยอดผู้ใช้ และงบลงทุน ที่บานปลาย
วันนี้ Meta เจ้าของแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram, WhatsApp, Messenger และ Threads ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026
ถึงแม้ทั้งรายได้และกำไร จะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่นักลงทุนกลับผิดหวังกับจำนวนผู้ใช้งานที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จนทำให้ราคาหุ้นดิ่งลง -7% ในช่วงซื้อขายหลังตลาดปิด
โดยไตรมาสนี้ Meta มีรายได้อยู่ที่ 1,844,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% ซึ่งมาจาก
- ธุรกิจ Family of Apps 1,831,600 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าโฆษณา 1,802,600 ล้านบาท
- ธุรกิจ Reality Labs 13,200 ล้านบาท
ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 877,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61%
โดยส่วนหนึ่งมาจากกำไรพิเศษจากการบันทึกสิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Benefit) ราว 263,062 ล้านบาท
โดยส่วนหนึ่งมาจากกำไรพิเศษจากการบันทึกสิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Benefit) ราว 263,062 ล้านบาท
แม้ตัวเลขผลประกอบการจะออกมาดูดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่สิ่งที่ทำให้นักลงทุนกังวล คือจำนวนผู้ใช้งานที่ไม่เป็นไปตามเป้า
Meta เปิดเผยจำนวนผู้ใช้งานรายวัน (DAP) อยู่ที่ราว 3.56 พันล้านคน ต่ำกว่าที่คาดการณ์ 3.62 พันล้านคน
ทำไมเรื่องนี้ถึงน่ากังวล ?
ในธุรกิจ Meta ที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากค่าโฆษณา
การมีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้น หมายถึงโอกาสในการแสดงโฆษณาที่บ่อยขึ้น และการเก็บค่าเช่าพื้นที่โฆษณาที่มากขึ้นตามไปด้วย
การมีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้น หมายถึงโอกาสในการแสดงโฆษณาที่บ่อยขึ้น และการเก็บค่าเช่าพื้นที่โฆษณาที่มากขึ้นตามไปด้วย
เมื่อตัวเลขผู้ใช้งาน เริ่มส่งสัญญาณว่ากำลังจะถึงจุดอิ่มตัว
นักลงทุนจึงเริ่มกังวลว่า ในอนาคต Meta จะไม่เหลือช่องให้เติบโตสูงได้เหมือนในอดีต
นักลงทุนจึงเริ่มกังวลว่า ในอนาคต Meta จะไม่เหลือช่องให้เติบโตสูงได้เหมือนในอดีต
นอกจากนี้ อีกเรื่องที่ทำให้นักลงทุนกังวลก็คือ รายจ่ายฝ่ายทุน (CapEx)
โดยในไตรมาสที่ผ่านมา CapEx ของ Meta อยู่ที่ 650,000 ล้านบาท ซึ่งแม้จะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
แต่ทางผู้บริหารของ Meta ได้ประกาศว่า บริษัทจะเพิ่มการคาดการณ์ CapEx ตลอดทั้งปีนี้ ไปอยู่ที่ราว 4,095,000 - 4,750,200 ล้านบาท
เพื่อสะท้อนต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่าย Data Center เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
ตัวเลขนี้ถือว่าเป็นระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์เคยประเมินไว้มาก
แล้วทำไมนักลงทุนถึงกังวล CapEx ของ Meta มากกว่า Big Tech เจ้าอื่น ?
เหตุผลหนึ่งอาจต้องย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนที่ Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท ประกาศทุ่มงบมหาศาล หวังที่จะสร้าง Metaverse
จนทำให้กำไรร่วงลงอย่างหนัก และราคาหุ้นลดลงไปเกือบ 80%
มาวันนี้เมื่อ Meta ประกาศทุ่มงบมหาศาลเพื่อสู้ศึก AI ภาพจำในอดีตจึงกลับมาหลอกหลอนนักลงทุนอีกครั้ง
แม้ว่าในตอนนี้ Meta จะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า AI ช่วยให้โฆษณาแม่นยำขึ้น จนรายได้ค่าโฆษณาโตอย่างแข็งแกร่ง
แต่ดูเหมือนว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นมานั้น อาจจะยังไม่เพียงพอที่จะกลบความกังวลเรื่องการเผาเงินรอบใหม่ ในสายตาของนักลงทุน
ทำให้นักลงทุนกังวลว่า การลงทุนที่สูงมหาศาลขนาดนี้ อาจต้องใช้เวลานานมาก กว่าจะเห็นผลกำไรกลับมา..
References
-https://www.cnbc.com/2026/04/29/meta-q1-earnings-report-2026.html
-ผลประกอบการ Meta ไตรมาส 1 ปี 2026
-https://www.cnbc.com/2026/04/29/meta-q1-earnings-report-2026.html
-ผลประกอบการ Meta ไตรมาส 1 ปี 2026