รู้หรือไม่ ปีนี้ ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการเงินระดับโลก “IMF - World Bank Group” อีกครั้งในรอบ 35 ปี

รู้หรือไม่ ปีนี้ ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการเงินระดับโลก “IMF - World Bank Group” อีกครั้งในรอบ 35 ปี

ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ปี 2569 หนึ่งในงานประชุมเศรษฐกิจการเงิน ที่สำคัญสุดของโลก

โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ
- งานนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือของกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเวทีที่สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในระดับสากล
- การประชุมนี้ เป็นครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นในไทย
นับเป็นการกลับมาจัดในไทยอีกครั้ง ในรอบ 35 ปี หลังจากเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วในปี 2534
โดยไทย เป็นหนึ่งในสามประเทศ ที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน 2 ครั้ง
- คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก
รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางเกือบ 400 คน
ไปจนถึงผู้บริหารสถาบันการเงินระดับโลก ผู้นำทางความคิด และนักวิชาการกว่า 12,000 คน
- ธีมหลักของงานประชุมคือ "Thailand's New Horizons : Empowering People, Building Resilience"
เน้นการพัฒนาที่ให้ประชาชน เป็นศูนย์กลางการสร้าง "ภูมิคุ้มกัน" ให้ระบบเศรษฐกิจและการเงิน เพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต
- เป็นเวทีหารือเศรษฐกิจการเงินโลก ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ, เสถียรภาพทางการเงิน, การลดความยากจน, ภัยคุกคามทางไซเบอร์ (สแกมเมอร์), ความยั่งยืน
- ซึ่งวันนี้ ได้มีการเปิดตัว Landmark สำหรับงานประชุม “2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings” เพื่อเป็นสัญลักษณ์การเริ่มนับถอยหลัง สู่การเป็นเจ้าภาพอย่างเป็นทางการของไทย

โดยมีคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มากล่าวเปิดงาน
ร่วมด้วยคุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
- คาดว่า งบประมาณที่ใช้สำหรับจัดงานประชุมครั้งนี้ อยู่ที่ประมาณ 2,800 ล้านบาท โดยคาดหวังผลตอบแทนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงเสริมสร้างภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำในอาเซียน
- ประโยชน์ที่คาดว่า ไทยจะได้รับ
1. แสดงศักยภาพทางเศรษฐกิจ
นำเสนอภาพลักษณ์การเป็นศูนย์กลางด้านการเงินดิจิทัล และการประยุกต์ใช้ AI ในระบบเศรษฐกิจ
2. นโยบายความยั่งยืน เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการเงินสีเขียว (Green Finance) และความยั่งยืนทางการคลัง
3. โปรโมตเอกลักษณ์ไทยผ่านอาหาร ศิลปวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมงานระดับสูง
4. ยกระดับความเชื่อมั่น
การเป็นเจ้าภาพงานระดับนี้ ช่วยยืนยันความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและการบริการของไทยในสายตาผู้นำโลก

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon