
H World Group เชนโรงแรมใหญ่สุดในจีน ที่เป็นเจ้าของโรงแรมเองไม่ถึง 5%
H World Group เชนโรงแรมใหญ่สุดในจีน ที่เป็นเจ้าของโรงแรมเองไม่ถึง 5% /โดย ลงทุนแมน
เชนโรงแรมจากจีน ใช้เวลาเพียง 20 ปี ไต่ขึ้นมาเป็นเชนโรงแรมอันดับ 4 ของโลก โดยในปี 2024 ขยายโรงแรมใหม่ไปถึง 2,000 แห่ง
เชนโรงแรมจากจีน ใช้เวลาเพียง 20 ปี ไต่ขึ้นมาเป็นเชนโรงแรมอันดับ 4 ของโลก โดยในปี 2024 ขยายโรงแรมใหม่ไปถึง 2,000 แห่ง
เรากำลังพูดถึง H World Group (หรือ Huazhu) เชนโรงแรมที่ครอบคลุมตั้งแต่โรงแรมราคาประหยัดไปจนถึงระดับหรู ที่ใหญ่ที่สุดของจีนในตอนนี้
ปัจจุบัน มีมูลค่าบริษัทราว 470,000 ล้านบาท มีโรงแรมในเครือกว่า 12,700 แห่ง รวมกว่า 1,246,000 ห้องพัก ใน 19 ประเทศทั่วโลก
ที่น่าสนใจกว่านั้น กว่า 95% ของโรงแรมในเครือ H World Group นั้น บริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของตัวโรงแรมเลย..
H World Group น่าสนใจอย่างไร ?
ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ H World Group ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ H World Group ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
H World Group มีจุดเริ่มต้นจากชายที่ชื่อ Ji Qi
ซึ่งตัวเขาเกิดที่เมืองหนานทง มณฑลเจียงซู ประเทศจีน โดยตัวเขาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมจาก Shanghai Jiao Tong University
จุดเริ่มต้นบนเส้นทางธุรกิจของคุณ Ji Qi ต้องย้อนกลับไปในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ระหว่างที่เขากำลังศึกษาและทำงานด้านหุ่นยนต์
เขาเริ่มมีวิสัยทัศน์ว่า เทคโนโลยีกำลังจะเข้ามาพลิกโฉมโลกธุรกิจและวิถีชีวิตของผู้คนอย่างสิ้นเชิง
ในปี 1999 เขาจึงจับมือกับเพื่อนร่วมงานอีก 3 คน ร่วมกันก่อตั้ง Ctrip (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Trip.com) ซึ่งถือเป็นเว็บไซต์จองการเดินทางแห่งแรกของจีน
ความสำเร็จของ Ctrip นำไปสู่การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ได้ในปี 2003 มีมูลค่าบริษัทสูงถึง 560,000 ล้านบาท
โดยคุณ Ji Qi ดำรงตำแหน่งซีอีโอจนถึงปี 2001 และยังคงบทบาทสำคัญในฐานะกรรมการอิสระของบริษัทจนถึงปัจจุบัน
ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน จุดเปลี่ยนสำคัญก็เกิดขึ้นเมื่อคุณ Ji Qi มีโอกาสได้อ่านหนังสือชีวประวัติของผู้ก่อตั้ง AccorHotels เครือโรงแรมระดับโลกเจ้าของแบรนด์ Novotel และ Ibis
ซึ่งเขาได้รับมอบจากพนักงานขายของ Accor โดยบังเอิญ โดยเรื่องราวในหนังสือเล่มนั้น ได้จุดประกายแรงบันดาลใจให้เขามองเห็นโอกาสในธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด
ปี 2002 เขาจึงตัดสินใจร่วมก่อตั้ง Home Inns ซึ่งต่อมาได้ก้าวขึ้นเป็นเครือโรงแรมราคาประหยัดที่ใหญ่ที่สุดของจีน โดยตัวเขานั่งแท่นบริหารในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปจนถึงปี 2005
อย่างไรก็ตาม เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ คุณ Ji Qi ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ในเวลานั้นเขายังเป็นคนใจร้อนและขาดทักษะในการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ทำให้ท้ายที่สุด เขาจำเป็นต้องก้าวลงจากตำแหน่งและออกจากบริษัทที่ตนเองปั้นมากับมือ
แต่การก้าวออกมาครั้งนั้น เป็นจุดเริ่มต้นครั้งใหม่
โดยเขาได้ชักชวนเพื่อนเก่าที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการและเทคโนโลยีกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง
โดยเขาได้ชักชวนเพื่อนเก่าที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการและเทคโนโลยีกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง
ครั้งนี้เขาตกผลึกบทเรียนจากอดีต สู่การก่อตั้ง Hanting ในปี 2005 โดยมุ่งเน้นโรงแรมที่คุ้มค่า เพื่อรองรับชนชั้นกลางและการท่องเที่ยวภายในประเทศจีนที่กำลังบูม
ซึ่งแบรนด์ Hanting นี้เองได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่พัฒนาสู่ Huazhu Group หรือ H World Group อาณาจักรโรงแรมยักษ์ใหญ่ระดับโลกในปัจจุบัน
ทีนี้ เราลองมาดูผลประกอบการของ H World Group กันบ้าง
ปี 2022
รายได้ 62,379 ล้านบาท กำไร -8,195 ล้านบาท
รายได้ 62,379 ล้านบาท กำไร -8,195 ล้านบาท
ปี 2023
รายได้ 98,469 ล้านบาท กำไร 18,386 ล้านบาท
รายได้ 98,469 ล้านบาท กำไร 18,386 ล้านบาท
ปี 2024
รายได้ 107,510 ล้านบาท กำไร 13,716 ล้านบาท
รายได้ 107,510 ล้านบาท กำไร 13,716 ล้านบาท
9 เดือนแรก ปี 2025
มีรายได้ 84,519 ล้านบาท เติบโต +8.1%
และมีกำไร 17,582 ล้านบาท เติบโต +10.8%
มีรายได้ 84,519 ล้านบาท เติบโต +8.1%
และมีกำไร 17,582 ล้านบาท เติบโต +10.8%
โครงสร้างรายได้ของ H World Group แบ่งเป็น
- โรงแรมแบบเช่าดำเนินการและเป็นเจ้าของเอง 57.9%
- โรงแรมแบบแฟรนไชส์และรับบริหาร 39.8%
- รายได้อื่น 2.3%
- โรงแรมแบบแฟรนไชส์และรับบริหาร 39.8%
- รายได้อื่น 2.3%
ส่วนการเติบโตใน 9 เดือนแรก ปี 2025 มาจากการขยายโรงแรม และการเน้นโมเดลธุรกิจแบบแฟรนไชส์และรับบริหารมากขึ้น
โดยมีที่มาของรายได้มาจาก ตลาดจีน 82.2% และตลาดต่างประเทศ 17.8%
ซึ่งโรงแรมในเครือกว่า 12,700 แห่ง สัดส่วนกว่า 95%
เป็นโรงแรมแบบแฟรนไชส์และรับบริหาร และที่เหลือไม่ถึง 5% เป็นโรงแรมแบบเช่าดำเนินการและเป็นเจ้าของเอง
เป็นโรงแรมแบบแฟรนไชส์และรับบริหาร และที่เหลือไม่ถึง 5% เป็นโรงแรมแบบเช่าดำเนินการและเป็นเจ้าของเอง
ซึ่งจุดแข็งที่ทำให้ H World Group เติบโตในหลายปีที่ผ่านมา คือการใช้กลยุทธ์โมเดล Asset-Light เน้นการเข้าไปบริหารและแฟรนไชส์
สะท้อนจากสัดส่วน รายได้จากโรงแรมแบบแฟรนไชส์และรับบริหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปี 2022 สัดส่วนโรงแรมแบบแฟรนไชส์และรับบริหารราว 32.9% ปัจจุบันอยู่ที่ 39.8%
บวกกับการใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพ
ยกตัวอย่างโรงแรมระดับ Economy ทั่วไปใช้พนักงาน 30-80 คนต่อ 100 ห้อง แต่ H World Group ใช้เพียง 12-18 คนต่อ 100 ห้อง หรือลีนกว่า 3-4 เท่า
ยกตัวอย่างโรงแรมระดับ Economy ทั่วไปใช้พนักงาน 30-80 คนต่อ 100 ห้อง แต่ H World Group ใช้เพียง 12-18 คนต่อ 100 ห้อง หรือลีนกว่า 3-4 เท่า
ซึ่งปัจจุบัน H World Group มีมูลค่าบริษัทราว 476,000 ล้านบาท ส่งผลให้คุณ Ji Qi กลายเป็นบุคคลที่มีความมั่งคั่งกว่า 120,000 ล้านบาทเลยทีเดียว
และสำหรับใครที่สนใจลงทุนเติบโตไปกับเชนโรงแรมใหญ่สุดในจีนนี้..
*รู้ไหมว่า H World Group เป็นหุ้น 1 ใน 10 ที่กองทุน MEGA10CHINAPOP-A เข้าไปลงทุนในบริษัท ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้า และ/หรือให้บริการ อันเกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ที่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทผู้ประกอบการ และ/หรือเจ้าของตราสินค้า (Brand) และบริการที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมเป็นอย่างดีทั้งในประเทศจีน
*บริษัทดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ ตามเกณฑ์การลงทุนและภาวะการลงทุน ณ ขณะนั้น
รวมถึงในระดับสากล ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange หรือ HKEX)
โดยจะเลือกลงทุนในตราสารทุนของบริษัทข้างต้นที่ถูกจัดกลุ่มอยู่ในหมวดอุตสาหกรรมสินค้าจำเป็น (Consumer Staples) และสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) ตามการจัดกลุ่มของ Global Industry Classification Standard หรือ GICS และคัดเลือกจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market
Capitalization) สูงสุดจากการเรียงลำดับ และสภาพคล่องสูง
Capitalization) สูงสุดจากการเรียงลำดับ และสภาพคล่องสูง
ซึ่งกองทุนจะเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนผ่านการเพิ่มมูลค่าของหน่วยลงทุนเป็นหลัก (Total Return) และยังมีกองทุนประเภท RMF ที่เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาวเพื่อวัยเกษียณ
ซึ่งเป็นกองทุนที่ เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนกองทุนหลักเพียงกองเดียว ที่บริหารจัดการโดยบลจ.ทาลิส ซึ่งกองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน
- กองทุน MEGA10CHINAPOPRMF จะลงทุนในกองทุน MEGA10CHINAPOP-A (กองทุนหลัก)
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเริ่มต้นลงทุนได้ที่ บลจ.ทาลิส โทร. 02-0150215, 02-0150216, 02-0150222 หรือ www.talisam.co.th
และผู้สนับสนุนการขายหลายราย
และผู้สนับสนุนการขายหลายราย
กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ และการลงทุนในกองทุนรวมตราสารแห่งทุนอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงของกองทุนรวม ก่อนตัดสินใจลงทุน และควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนของกองทุน RMF กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางภาษีของกรมสรรพากร
ผู้ถือหน่วยลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับภายในกำหนดเวลา นอกจากนี้จะต้องชำระเงินเพิ่ม และ/หรือเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร
กองทุน MEGA10CHINAPOP-A มีการลงทุนในต่างประเทศ มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
กองทุน MEGA10CHINAPOP-A มีความเสี่ยงการกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products) จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก