
สรุปวิธี ลงทุนหุ้น 10,000 บริษัททั่วโลก ในคลิกเดียว
สรุปวิธี ลงทุนหุ้น 10,000 บริษัททั่วโลก ในคลิกเดียว /โดย ลงทุนแมน
ถ้ามีใครสักคนมาบอกให้เราซื้อหุ้นทุกตัวในโลก
เราคงจะคิดว่าคนคนนั้น ต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ
ถ้ามีใครสักคนมาบอกให้เราซื้อหุ้นทุกตัวในโลก
เราคงจะคิดว่าคนคนนั้น ต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ
เพราะไหนจะต้องเปิดพอร์ตหุ้นต่างประเทศ ไหนจะต้องแลกเงินเป็นเงินตราของประเทศต่าง ๆ ที่แสนยุ่งยาก
ที่สำคัญที่สุด การจะไล่ซื้อหุ้นนับหมื่นตัว ที่อยู่ทั่วโลกนั้น ต้องใช้เงินและเวลาอย่างมหาศาล..
แต่เชื่อหรือไม่ว่า ในตอนนี้ เราสามารถเป็นเจ้าของบริษัทกว่า 10,000 บริษัททั่วโลกได้ ด้วยการกดซื้อเพียงครั้งเดียว
และที่น่าสนใจคือ ตอนนี้คนไทย สามารถทำสิ่งนี้ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก แถมยังไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีการลงทุนต่างประเทศอีกด้วย
แล้วเราจะสามารถซื้อหุ้นนับหมื่นตัวทั่วโลกได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ในโลกของการลงทุน มีแนวคิดหนึ่งที่ค่อนข้างเรียบง่าย แต่ทรงพลังมาก นั่นคือ “อย่างมเข็มในมหาสมุทร แต่ให้ซื้อทั้งมหาสมุทรไปเลย”
ความหมายก็คือแทนที่จะมองหาบริษัทที่ดีที่สุดในตลาดหุ้น เราก็เลือกซื้อทุกบริษัทในตลาดไปเลย
ซึ่งนี่คือแนวคิดของคุณ John Bogle ผู้ก่อตั้ง Vanguard และบิดาแห่งกองทุนอิงดัชนี (Index Fund)
โดยแทนที่เราจะมานั่งปวดหัววิเคราะห์ว่า ปีนี้หุ้นเทคโนโลยีจะมาไหม ?
ซื้อหุ้นตัวเล็ก หรือตัวใหญ่ ดีกว่า ?
หรือคำถามเบสิกอย่าง ระหว่างหุ้นสหรัฐอเมริกากับจีน ใครจะชนะ ?
ซื้อหุ้นตัวเล็ก หรือตัวใหญ่ ดีกว่า ?
หรือคำถามเบสิกอย่าง ระหว่างหุ้นสหรัฐอเมริกากับจีน ใครจะชนะ ?
ถ้าเราเชื่อว่าในอนาคต เศรษฐกิจโลกจะยังเติบโตต่อไปได้ แล้วทำไมเราไม่ลงทุนทุกบริษัท ทุกอุตสาหกรรม และทุกประเทศไปเลย
ซึ่งนี่เป็นแนวคิดที่ทำให้เกิดหนึ่งในกองทุน ETF ระดับตำนานอย่าง Vanguard Total World Stock ETF หรือที่นักลงทุนทั่วโลก รู้จักกันในชื่อ VT
VT คือกองทุน ETF ที่กวาดซื้อหุ้นทั่วโลก เข้ามาไว้ในพอร์ตเดียว รวมกันแล้วกว่า 10,000 บริษัท ตามดัชนี FTSE Global All Cap Index
ซึ่งถ้าถามว่าคำว่า “ทั่วโลก” ในนิยามของ VT นั้น กว้างแค่ไหน ?
คำตอบคือ มันครอบคลุมแทบจะทุกมิติของโลกทุนนิยม ที่เราอาศัยอยู่เลยทีเดียว
โดยในมิติของประเทศหรือภูมิภาคนั้น VT ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่บริษัทในสหรัฐอเมริกา หรือกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Markets) เท่านั้น
แต่ยังกระจายการลงทุนไปยังกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
ทำให้พอร์ตการลงทุนของ VT นั้น มีบริษัทจากประเทศต่าง ๆ รวมแล้วกว่า 40-50 ประเทศ ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก
ถึงแม้ว่ากว่า 60% ของพอร์ต จะยังเป็นบริษัทจากสหรัฐอเมริกา เช่น Apple, Microsoft, Berkshire Hathaway หรือ Coca-Cola ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก
แต่ที่น่าสนใจคือ อีกราว 40% ที่เหลือ คือการกระจายไปยังยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น
- Toyota และ Sony จากญี่ปุ่น
- TSMC จากไต้หวัน
- Tencent และ Alibaba จากจีน
- LVMH จากฝรั่งเศส
- TSMC จากไต้หวัน
- Tencent และ Alibaba จากจีน
- LVMH จากฝรั่งเศส
ไปจนถึงยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันอย่าง Saudi Aramco จากซาอุดีอาระเบีย หรือเจ้าพ่อเหมืองแร่อย่าง BHP Group จากออสเตรเลีย
นอกจากเรื่องของภูมิภาคแล้ว ความน่าสนใจของ VT ยังครอบคลุมไปถึงเรื่องของ “ขนาด” และ “อุตสาหกรรม” อีกด้วย
เพราะปกติแล้ว เวลาเราซื้อกองทุนหุ้นทั่วโลก กองทุนส่วนใหญ่ มักจะเลือกโฟกัสเฉพาะหุ้นตัวใหญ่ (Large Cap) ที่มีความมั่นคงสูงเป็นหลัก
แต่สำหรับ VT นั้น ใช้นโยบายที่เรียกว่า All Cap
ซึ่งหมายความว่า เงินของเราจะถูกกระจายไปลงทุนตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ระดับล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ไล่เรียงลงมาเป็นบริษัทขนาดกลาง (Mid Cap) ไปจนถึงบริษัทขนาดเล็ก (Small Cap)
การทำแบบนี้ ทำให้เราไม่พลาดโอกาสในการเติบโตของบริษัทเล็ก ๆ ที่ในวันนี้อาจจะยังไม่มีใครรู้จัก
แต่อาจจะกลายเป็นยักษ์ใหญ่รายใหม่ ในอนาคตนั่นเอง
แต่อาจจะกลายเป็นยักษ์ใหญ่รายใหม่ ในอนาคตนั่นเอง
และที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการกระจายความเสี่ยงในมิติของอุตสาหกรรม เพราะพอร์ตของ VT ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่หุ้นในอุตสาหกรรมหนึ่ง ๆ
แต่มีการกระจายเม็ดเงินไปในทุกภาคส่วน ที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้จริง ๆ
ไล่ตั้งแต่ เทคโนโลยี, การเงิน, การแพทย์, สินค้าอุปโภคบริโภค ไปจนถึงพลังงานและอสังหาริมทรัพย์
พูดง่าย ๆ ก็คือ การถือ VT เพียงตัวเดียว ก็เปรียบเสมือนเราได้ถือครอง “ระบบเศรษฐกิจโลก” เอาไว้ในมือ
เพราะไม่ว่าเงินจะไหลไปที่ประเทศไหน หรืออุตสาหกรรมใดจะรุ่งเรือง เราก็จะมีส่วนร่วมในการเติบโตนั้นเสมอ..
แล้วคนไทย สามารถลงทุนใน VT ช่องทางไหนได้บ้าง ?
เนื่องจาก VT จดทะเบียนซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา การลงทุนใน VT จึงสามารถทำได้ 2 วิธี
1. ลงทุนตรง ในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ซึ่งวิธีนี้ เราจะต้องเปิดบัญชีซื้อขาย แลกเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงจัดการกับภาษีที่อาจเกิดขึ้น หากต้องการนำเงินลงทุนกลับเข้าประเทศไทย
2. ลงทุนผ่านกองทุนรวมในไทย ซึ่งวิธีนี้ นอกจากจะไม่เจอกับขั้นตอนยุ่งยากหลายอย่างแล้ว เรายังได้รับการยกเว้นภาษีจากกำไรอีกด้วย
โดยในวันนี้ คนไทยสามารถลงทุนหุ้นกว่า 10,000 บริษัทได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว ผ่านกองทุน TLWORLD-X จาก บลจ.ทาลิส
ซึ่งเป็นกองทุนรวมกองแรกในไทย ที่มีนโยบายลงทุนในกองทุนหลักคือ Vanguard Total World Stock ETF (VT) เพียงกองทุนเดียว
ที่น่าสนใจคือ TLWORLD-X มีค่าธรรมเนียมการจัดการเพียง 0.1% ต่อปี
ในยุคที่โลกหมุนเร็ว จนมีบริษัทเกิดขึ้นและดับไปแทบทุกวัน การเลือกลงทุนใน TLWORLD-X ก็เปรียบเสมือนการที่เราซื้อตั๋วขึ้นเรือลำใหญ่ ที่ชื่อว่า “เศรษฐกิจโลก”
เราอาจไม่ต้องรู้ว่า ใครคือกัปตันของเรือลำนี้
เพราะตราบใดที่มนุษยชาติยังคงบริโภค ยังคงสร้างนวัตกรรม และกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังขับเคลื่อนไปข้างหน้า
เพราะตราบใดที่มนุษยชาติยังคงบริโภค ยังคงสร้างนวัตกรรม และกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังขับเคลื่อนไปข้างหน้า
เรือลำนี้ ก็จะพาความมั่งคั่งของเรา แล่นไปข้างหน้าด้วยเช่นกัน..
—------------------------------
ลงทุนหุ้นโลก 10,000 บริษัท ค่าจัดการ 0.1% ไม่มีลิมิต
เปิดจอง IPO 13 ก.พ. นี้ ที่ WealthX เท่านั้น โหลดแอปได้เลยที่ wealthx.co/getapp
-กองทุน TLWORLD-X กองทุนแรกและกองทุนเดียวในไทย ที่ลงทุนในกองทุนหุ้นโลก VT หรือ Vanguard Total World Stock Index Fund ETF
ลงทุนหุ้นโลก 10,000 บริษัท ค่าจัดการ 0.1% ไม่มีลิมิต
เปิดจอง IPO 13 ก.พ. นี้ ที่ WealthX เท่านั้น โหลดแอปได้เลยที่ wealthx.co/getapp
-กองทุน TLWORLD-X กองทุนแรกและกองทุนเดียวในไทย ที่ลงทุนในกองทุนหุ้นโลก VT หรือ Vanguard Total World Stock Index Fund ETF
-เป็นเจ้าของ "เศรษฐกิจโลก" ไม่ใช่แค่ถือหุ้น
ลองจินตนาการว่าเราไม่ได้กำลังซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง แต่เรากำลังเป็นเจ้าของในบริษัทราว 10,000 แห่งทั่วโลกพร้อมกัน
กองทุนนี้ถือหุ้นอเมริกาอยู่ 1,600 บริษัท
จีน 2,400 บริษัท
ยุโรป 1,800 บริษัท
ญี่ปุ่น 1,400 บริษัท
แม้กระทั่งหุ้นไทย ยังถืออยู่ 100 บริษัท
การกระจายความเสี่ยงระดับนี้ ทำให้ความเสี่ยงที่เงินต้นของเราจะสูญหายจากการที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งล้มละลาย ความเสี่ยงน้อยกว่าเราลงทุนแบบกระจุกตัว
-เลิกเดาอนาคต แล้วซื้อ "ผู้ชนะ" ทั้งกระดาน
เราไม่มีทางรู้ว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ใครเป็นเบอร์หนึ่ง แต่กองทุนนี้ถูกออกแบบมาให้ "ปรับพอร์ตอัตโนมัติ" ไปทั่วโลกตามความเป็นจริง
ถ้าประเทศไหนเศรษฐกิจโต กองทุนก็จะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในประเทศนั้นให้เราเอง หน้าที่ของเราจึงเหลือแค่การมีวินัยในการออม แล้วปล่อยให้เงินทำงานไปพร้อมกับการเติบโตของมนุษยชาติ
TLWORLD-X เป็นกองทุนเปิดชนิดกองทุนสะสมมูลค่า จากบลจ. ทาลิส จะเข้าไปลงทุนใน VT ทั้งหมด
โดยมีจุดเด่นได้แก่
ลองจินตนาการว่าเราไม่ได้กำลังซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง แต่เรากำลังเป็นเจ้าของในบริษัทราว 10,000 แห่งทั่วโลกพร้อมกัน
กองทุนนี้ถือหุ้นอเมริกาอยู่ 1,600 บริษัท
จีน 2,400 บริษัท
ยุโรป 1,800 บริษัท
ญี่ปุ่น 1,400 บริษัท
แม้กระทั่งหุ้นไทย ยังถืออยู่ 100 บริษัท
การกระจายความเสี่ยงระดับนี้ ทำให้ความเสี่ยงที่เงินต้นของเราจะสูญหายจากการที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งล้มละลาย ความเสี่ยงน้อยกว่าเราลงทุนแบบกระจุกตัว
-เลิกเดาอนาคต แล้วซื้อ "ผู้ชนะ" ทั้งกระดาน
เราไม่มีทางรู้ว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ใครเป็นเบอร์หนึ่ง แต่กองทุนนี้ถูกออกแบบมาให้ "ปรับพอร์ตอัตโนมัติ" ไปทั่วโลกตามความเป็นจริง
ถ้าประเทศไหนเศรษฐกิจโต กองทุนก็จะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในประเทศนั้นให้เราเอง หน้าที่ของเราจึงเหลือแค่การมีวินัยในการออม แล้วปล่อยให้เงินทำงานไปพร้อมกับการเติบโตของมนุษยชาติ
TLWORLD-X เป็นกองทุนเปิดชนิดกองทุนสะสมมูลค่า จากบลจ. ทาลิส จะเข้าไปลงทุนใน VT ทั้งหมด
โดยมีจุดเด่นได้แก่
✅กำไรหุ้นนอกไม่เสียภาษี
✅ค่าจัดการต่ำ 0.1% ต่อปี ซื้อได้ไม่จำกัด
✅ไม่มีต้นทุนการทำประกันความเสี่ยงค่าเงิน
✅ค่าจัดการต่ำ 0.1% ต่อปี ซื้อได้ไม่จำกัด
✅ไม่มีต้นทุนการทำประกันความเสี่ยงค่าเงิน
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเริ่มต้นลงทุนได้ที่แอป WealthX โดย บล.เวลท์เอกซ์ บริษัทในกลุ่ม LTMH และ ลงทุนแมน 02-6669477 LINE ID: @wealthx
------------
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทอาจมีความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องกับผู้ออกหรือผู้จัดการกองทุนที่ปรากฏในเนื้อหานี้ และควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน
*ค่าธรรมเนียมการจัดการที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งไม่รวมค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่านายทะเบียนหน่วยลงทุน ค่าผู้ดูแลผลประโยชน์ ค่าธรรมเนียมซื้อ ค่าธรรมเนียมขาย เป็นต้น
?สอบถามเพิ่มเติม: LINE ID @wealthx
WealthX – Wealth for the People
?ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง App Store และ Play Store
WealthX – Wealth for the People
?ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง App Store และ Play Store