
วิธีนอนหลับฝันดี แม้ตลาดหุ้นจะผันผวน ด้วยการกวาดลงทุนใน 10,000 บริษัท
วิธีนอนหลับฝันดี แม้ตลาดหุ้นจะผันผวน ด้วยการกวาดลงทุนใน 10,000 บริษัท /โดย ลงทุนแมน
ถ้าเราย้อนกลับไปดูหน้าประวัติศาสตร์การลงทุน เราจะพบว่า “ศัตรู” ที่น่ากลัวที่สุดของนักลงทุน ไม่ใช่วิกฤติเศรษฐกิจ ไม่ใช่เงินเฟ้อ และไม่ใช่สงคราม
ถ้าเราย้อนกลับไปดูหน้าประวัติศาสตร์การลงทุน เราจะพบว่า “ศัตรู” ที่น่ากลัวที่สุดของนักลงทุน ไม่ใช่วิกฤติเศรษฐกิจ ไม่ใช่เงินเฟ้อ และไม่ใช่สงคราม
แต่มันคือ “ความกลัว” ในใจเราเอง..
หลายคนเริ่มต้นลงทุนด้วยความหวังที่จะมั่งคั่ง แต่กลับลงเอยด้วยการ “นอนไม่หลับ” ต้องคอยหยิบมือถือมาดูพอร์ตทุกวัน ทุกคืน เช็กหุ้นหรือดัชนีต่างประเทศ ด้วยความกังวล
และตั้งคำถามกับตัวเองทุกครั้งที่เห็นตัวเลขสีแดงว่า.. “เราเลือกหุ้นผิดตัวหรือเปล่า”
แล้วจะมีวิธีไหนบ้าง ที่ทำให้เราเติบโตไปพร้อมกับโลก โดยไม่ต้องแลกมาด้วยสุขภาพจิต ?
ในโลกของการลงทุน มีความเสี่ยงอยู่ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. Market Risk หรือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับทั้งตลาด เช่น โรคระบาด หรือวิกฤติการเงิน
1. Market Risk หรือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับทั้งตลาด เช่น โรคระบาด หรือวิกฤติการเงิน
2. Specific Risk หรือความเสี่ยงเฉพาะตัวของบริษัท
สมมติเราลงทุนในหุ้นเพียง 1-2 ตัว ต่อให้เศรษฐกิจจะดีแค่ไหน แต่ถ้าบริษัทที่เราถือดันเกิดทุจริต, สินค้าล้าสมัย หรือผู้บริหารไม่มีประสิทธิภาพ เงินฝากทั้งชีวิตของเรา อาจหายวับไปกับตาได้
สมมติเราลงทุนในหุ้นเพียง 1-2 ตัว ต่อให้เศรษฐกิจจะดีแค่ไหน แต่ถ้าบริษัทที่เราถือดันเกิดทุจริต, สินค้าล้าสมัย หรือผู้บริหารไม่มีประสิทธิภาพ เงินฝากทั้งชีวิตของเรา อาจหายวับไปกับตาได้
นี่คือเหตุผลที่ทำให้คนนอนไม่หลับ เพราะเรากำลัง “วางเดิมพัน” ชีวิตไว้กับความไม่แน่นอนของคนกลุ่มเล็ก ๆ
แต่จะเกิดอะไรขึ้น.. ถ้าเราไม่ได้เดิมพันกับไม่กี่บริษัท แต่เราเดิมพันกับ “มนุษยชาติ”
ลองจินตนาการถึงกองทุนที่ไม่ได้ถือหุ้นแค่ 10 ตัว หรือ 100 ตัว แต่ถือหุ้นบริษัททั่วโลกมากถึง 10,000 บริษัท
แล้วทำไมต้องเยอะขนาดนั้น ?
เพราะในจำนวน 10,000 บริษัทนี้ มันครอบคลุมตั้งแต่บริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป โรงงานผลิตชิปในไต้หวัน ไปจนถึงแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดเกิดใหม่
เพราะในจำนวน 10,000 บริษัทนี้ มันครอบคลุมตั้งแต่บริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป โรงงานผลิตชิปในไต้หวัน ไปจนถึงแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดเกิดใหม่
เมื่อเรากระจายการลงทุนไปในระดับหมื่นบริษัท ความล้มเหลวของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จะแทบไม่มีผลกระทบต่อพอร์ตของเราเลย
ถ้าบริษัทที่ 5,432 เกิดล้มละลาย.. เรายังมีอีก 9,999 บริษัทที่กำลังทำงานให้เราอยู่
ถ้ากลุ่มอุตสาหกรรมหนึ่งกำลังเป็นขาลง แต่ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งอาจกำลังเป็นขาขึ้น
ถ้าประเทศหนึ่งกำลังเกิดวิกฤติ ก็ยังมีอีกหลายประเทศที่เศรษฐกิจและตลาดหุ้นกำลังสดใส
ถ้าประเทศหนึ่งกำลังเกิดวิกฤติ ก็ยังมีอีกหลายประเทศที่เศรษฐกิจและตลาดหุ้นกำลังสดใส
การลงทุนในบริษัท 10,000 บริษัท จึงไม่ใช่แค่การกระจายความเสี่ยง แต่มันคือการซื้อ “ประกันความสงบทางใจ” ที่บอกเราว่า ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน เราจะมีส่วนร่วมในผู้ชนะเสมอนั่นเอง..
ซึ่งหนึ่งในนักลงทุนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกอย่างคุณ Jack Bogle ผู้ก่อตั้ง Vanguard เคยกล่าวประโยคทองไว้ว่า “Don't look for the needle in the haystack. Just buy the haystack”
หรืออย่าพยายามควานหาเข็มในกองฟางเลย.. แต่จงซื้อกองฟางนั้นไปเลยทั้งกอง
เพราะการพยายามหา “หุ้นผู้ชนะ” ในอนาคต เป็นเรื่องที่ยากและใช้พลังงานมหาศาล และบ่อยครั้งที่นักลงทุนรายย่อยมักจะเลือกผิด
ดังนั้นการซื้อดัชนีหุ้นโลก (Global Index) จึงเป็นวิธีที่เรียบง่ายที่สุด
โดยไม่ต้องวิเคราะห์งบการเงินเป็นหมื่นบริษัท ไม่ต้องตามข่าว CEO ทุกคนบนโลก หน้าที่ของเรามีเพียงอย่างเดียวคือ “รอให้โลกเติบโต”
ซึ่งประวัติศาสตร์ 100 ปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า แม้จะมีสงครามโลกหรือวิกฤติเศรษฐกิจกี่ครั้ง
สุดท้ายแล้ว ตลาดหุ้นและมูลค่าของบริษัททั่วโลกรวมกัน จะปรับตัวสูงขึ้นตามนวัตกรรมและความต้องการของมนุษย์เสมอ
สุดท้ายแล้ว ตลาดหุ้นและมูลค่าของบริษัททั่วโลกรวมกัน จะปรับตัวสูงขึ้นตามนวัตกรรมและความต้องการของมนุษย์เสมอ
แต่การจะไปลงทุนในหุ้น 10,000 ตัวทั่วโลกด้วยตัวเองนั้น.. แทบเป็นไปไม่ได้
หรือการไปซื้อกองทุนต่างประเทศโดยตรง ก็มักจะเจอกับกำแพงเรื่องภาษีและค่าธรรมเนียมที่ซับซ้อน
หลายคนยอมทนจ่ายค่าจัดการกองทุน (Management Fee) แพง ๆ ปีละ 1.5-2.0% เพียงเพราะคิดว่าไม่มีทางเลือกอื่น
เงิน 1% ที่หายไปทุกปี อาจดูเหมือนน้อย แต่ถ้าทบต้นไป 20 ปี มันอาจหมายถึงเงินหลักล้านบาทที่หายไปจากบัญชีของเราได้
นั่นแปลว่า “ต้นทุนที่ต่ำกว่า” หมายถึงกำไรที่เพิ่มขึ้นทันที
และถ้าวันนี้ เราอยากลงทุนในหุ้นโลกแบบที่ “นอนหลับฝันดี” จริง ๆ ไม่ต้องกลัวเรื่องสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมที่กัดกินผลตอบแทน และไม่ต้องคอยเดาว่าประเทศไหนจะรุ่งหรือร่วง
นวัตกรรมการเงินล่าสุดในไทยอย่าง กองทุน TLWORLD-X กำลังจะเปลี่ยนเกมนี้
นี่คือกองทุนแรกและกองทุนเดียวในไทย ที่ต่อท่อตรงสู่ VT (Vanguard Total World Stock Index Fund ETF) กองทุนระดับโลกที่รวมหุ้นกว่า 10,000 บริษัทไว้ในที่เดียว
ด้วยจุดเด่นที่ออกแบบมาเพื่อนักลงทุนสาย “เน้นความสงบ” และอยากเติบโตไปกับโลกใบนี้
- กำไรหุ้นนอกไม่เสียภาษี
- ค่าจัดการต่ำ 0.1% ต่อปี ซื้อได้ไม่จำกัด
- ไม่มีต้นทุนการทำประกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ค่าจัดการต่ำ 0.1% ต่อปี ซื้อได้ไม่จำกัด
- ไม่มีต้นทุนการทำประกันความเสี่ยงค่าเงิน
เพราะการลงทุนที่ดี ไม่ควรทำให้เราเหนื่อยกว่าการทำงานประจำ แต่มันควรทำหน้าที่ “ผลิตเงิน” ในขณะที่เรากำลังพักผ่อน..
—------------
ลงทุนหุ้นโลก 10,000 บริษัท ค่าจัดการ 0.1% ไม่มีลิมิต
เปิดจอง IPO 13 ก.พ. นี้ ที่ WealthX เท่านั้น โหลดแอปได้เลยที่ wealthx.co/getapp
-กองทุน TLWORLD-X กองทุนแรกและกองทุนเดียวในไทย ที่ลงทุนในกองทุนหุ้นโลก VT หรือ Vanguard Total World Stock Index Fund ETF
ลงทุนหุ้นโลก 10,000 บริษัท ค่าจัดการ 0.1% ไม่มีลิมิต
เปิดจอง IPO 13 ก.พ. นี้ ที่ WealthX เท่านั้น โหลดแอปได้เลยที่ wealthx.co/getapp
-กองทุน TLWORLD-X กองทุนแรกและกองทุนเดียวในไทย ที่ลงทุนในกองทุนหุ้นโลก VT หรือ Vanguard Total World Stock Index Fund ETF
-เป็นเจ้าของ "เศรษฐกิจโลก" ไม่ใช่แค่ถือหุ้น
ลองจินตนาการว่าเราไม่ได้กำลังซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง แต่เรากำลังเป็นเจ้าของในบริษัทราว 10,000 แห่งทั่วโลกพร้อมกัน
กองทุนนี้ถือหุ้นอเมริกาอยู่ 1,600 บริษัท
จีน 2,400 บริษัท
ยุโรป 1,800 บริษัท
ญี่ปุ่น 1,400 บริษัท
แม้กระทั่งหุ้นไทย ยังถืออยู่ 100 บริษัท
การกระจายความเสี่ยงระดับนี้ ทำให้ความเสี่ยงที่เงินต้นของเราจะสูญหายจากการที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งล้มละลาย ความเสี่ยงน้อยกว่าเราลงทุนแบบกระจุกตัว
-เลิกเดาอนาคต แล้วซื้อ "ผู้ชนะ" ทั้งกระดาน
เราไม่มีทางรู้ว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ใครเป็นเบอร์หนึ่ง แต่กองทุนนี้ถูกออกแบบมาให้ "ปรับพอร์ตอัตโนมัติ" ไปทั่วโลกตามความเป็นจริง
ถ้าประเทศไหนเศรษฐกิจโต กองทุนก็จะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในประเทศนั้นให้เราเอง หน้าที่ของเราจึงเหลือแค่การมีวินัยในการออม แล้วปล่อยให้เงินทำงานไปพร้อมกับการเติบโตของมนุษยชาติ
TLWORLD-X เป็นกองทุนเปิดชนิดกองทุนสะสมมูลค่า จากบลจ. ทาลิส จะเข้าไปลงทุนใน VT ทั้งหมด
โดยมีจุดเด่นได้แก่
ลองจินตนาการว่าเราไม่ได้กำลังซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง แต่เรากำลังเป็นเจ้าของในบริษัทราว 10,000 แห่งทั่วโลกพร้อมกัน
กองทุนนี้ถือหุ้นอเมริกาอยู่ 1,600 บริษัท
จีน 2,400 บริษัท
ยุโรป 1,800 บริษัท
ญี่ปุ่น 1,400 บริษัท
แม้กระทั่งหุ้นไทย ยังถืออยู่ 100 บริษัท
การกระจายความเสี่ยงระดับนี้ ทำให้ความเสี่ยงที่เงินต้นของเราจะสูญหายจากการที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งล้มละลาย ความเสี่ยงน้อยกว่าเราลงทุนแบบกระจุกตัว
-เลิกเดาอนาคต แล้วซื้อ "ผู้ชนะ" ทั้งกระดาน
เราไม่มีทางรู้ว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ใครเป็นเบอร์หนึ่ง แต่กองทุนนี้ถูกออกแบบมาให้ "ปรับพอร์ตอัตโนมัติ" ไปทั่วโลกตามความเป็นจริง
ถ้าประเทศไหนเศรษฐกิจโต กองทุนก็จะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในประเทศนั้นให้เราเอง หน้าที่ของเราจึงเหลือแค่การมีวินัยในการออม แล้วปล่อยให้เงินทำงานไปพร้อมกับการเติบโตของมนุษยชาติ
TLWORLD-X เป็นกองทุนเปิดชนิดกองทุนสะสมมูลค่า จากบลจ. ทาลิส จะเข้าไปลงทุนใน VT ทั้งหมด
โดยมีจุดเด่นได้แก่
✅กำไรหุ้นนอกไม่เสียภาษี
✅ค่าจัดการต่ำ 0.1% ต่อปี ซื้อได้ไม่จำกัด
✅ไม่มีต้นทุนการทำประกันความเสี่ยงค่าเงิน
✅ค่าจัดการต่ำ 0.1% ต่อปี ซื้อได้ไม่จำกัด
✅ไม่มีต้นทุนการทำประกันความเสี่ยงค่าเงิน
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเริ่มต้นลงทุนได้ที่แอป WealthX โดย บล.เวลท์เอกซ์ บริษัทในกลุ่ม LTMH และ ลงทุนแมน 02-6669477 LINE ID: @wealthx
------------
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทอาจมีความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องกับผู้ออกหรือผู้จัดการกองทุนที่ปรากฏในเนื้อหานี้ และควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน
*ค่าธรรมเนียมการจัดการที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งไม่รวมค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่านายทะเบียนหน่วยลงทุน ค่าผู้ดูแลผลประโยชน์ ค่าธรรมเนียมซื้อ ค่าธรรมเนียมขาย เป็นต้น
?สอบถามเพิ่มเติม: LINE ID @wealthx
WealthX – Wealth for the People
?ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง App Store และ Play Store
WealthX – Wealth for the People
?ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง App Store และ Play Store