ทำไม CFO ลาออก อาจเป็นสัญญาณที่นักลงทุนต้องระวัง

ทำไม CFO ลาออก อาจเป็นสัญญาณที่นักลงทุนต้องระวัง

ทำไม CFO ลาออก อาจเป็นสัญญาณที่นักลงทุนต้องระวัง /โดย ลงทุนแมน
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเวลาที่มีบริษัทแจ้งข่าวว่า “CFO ลาออก” ราคาหุ้นของบริษัทนั้น มักจะตอบสนองในทางลบ หรือบางครั้งถึงขั้นร่วงหนักทันที
ทั้งที่ในความเป็นจริง ธุรกิจก็ยังคงเดินหน้าต่อได้ สินค้าก็ยังขายอยู่ และการเปลี่ยนตัวผู้บริหาร ก็ดูเป็นเรื่องปกติของบริษัททั่วไป
แต่สำหรับนักลงทุน อาจเป็นสัญญาณบางอย่างที่บอกถึงความ “ไม่ปกติ”
เพราะการที่ คนคุมเงินตัดสินใจลุกจากเก้าอี้
มันอดไม่ได้ที่จะทำให้สงสัยว่า.. เขารู้อะไร ที่เรายังไม่รู้ หรือเปล่า ?
ตำแหน่ง CFO สำคัญอย่างไร ?
แล้วทำไม ถึงสั่นสะเทือนความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้ขนาดนี้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ในโลกธุรกิจ หากเปรียบเทียบบริษัทหนึ่งเป็นรถยนต์
เรามักเปรียบ CEO เป็นเหมือน “คันเร่ง” ที่มีหน้าที่เหยียบมิดไมล์ เพื่อพาบริษัทพุ่งไปข้างหน้า สร้างการเติบโต และขยายอาณาจักรให้ใหญ่ขึ้น
ขณะที่ CFO ก็คือ “ผ้าเบรก” ของรถคันนั้น
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน หรือที่เรียกกันติดปากว่า CFO (Chief Financial Officer) จึงเปรียบเสมือน ผู้กุมชะตาชีวิต ของบริษัทเอาไว้
เพราะเขาคือคนที่มองเห็นความเป็นจริง ในขณะที่คนอื่นกำลังมองความฝัน
ซึ่งหน้าที่ของ CFO ไม่ใช่เป็นแค่คนลงบัญชี แต่คือคนที่คอยดูสภาพคล่อง ดูความเสี่ยง และที่สำคัญที่สุดคือ “คอยแตะเบรก”
ใครที่เคยดูซีรีส์เรื่องสงคราม ส่งด่วน น่าจะจำฉากที่ CFO อย่างเสี่ยวหยู หยิบปากกาขึ้นขีดบนบอร์ดพร้อมบอกกับ CEO อย่างสันติว่า “ห้ามข้ามเส้นนี้ไป”
ในซีรีส์ เราจะเห็นว่า CEO มักเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกล และอยากขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว
แต่ CFO คือคนที่ต้องคอยเตือนว่า “เงินเรามีแค่นี้” “การลงทุนนี้เสี่ยงเกินไป” หรือ “ถ้าทำแบบนี้ กระแสเงินสดจะติดลบ”
ทำให้บางครั้ง CFO กลายเป็นคนขัดใจ CEO หรือทีมขาย ทีมการตลาด และต้องคอยบอกคนอื่นว่า “ไม่” แม้ทุกคนในห้องจะบอกว่า “ได้” ก็ตาม
เรียกได้ว่า CFO จึงเป็นตำแหน่งที่สำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ของบริษัท เพราะอยู่กับความเป็นจริงมากที่สุด
แล้วทำไมการลาออกของ CFO จึงมักส่งผลเชิงลบ ?
คำตอบก็คือ เพราะในเมื่อ CFO คือคนที่รู้ความจริงมากที่สุด
การที่จู่ ๆ คนที่กุมความลับทางการเงิน ตัดสินใจสละเรือ
จึงอดไม่ได้ที่จะถูกมองว่า ความจริงข้างในอาจจะน่ากลัวกว่าที่เราคิด
เพราะ CFO รู้ว่ากำไรที่โชว์สวยหรู เป็นเพราะฝีมือ หรือเพราะเทคนิคทางบัญชี และรู้ดีที่สุดว่า บริษัทมีหนี้สิน หรือปัญหาอะไรที่ซุกไว้ใต้พรมรอวันระเบิดบ้าง
ดังนั้น เมื่อคนที่รู้ไส้รู้พุงบริษัท ตัดสินใจเดินจากไป โดยเฉพาะการลาออกแบบกะทันหัน หรือลาออกในช่วงที่งบการเงินกำลังจะออก
นักลงทุน ซึ่งมักไม่ชอบความไม่แน่นอน จึงตั้งคำถามทันทีว่า “เขารู้อะไรที่เรายังไม่รู้หรือเปล่า ?”
ซึ่งในประวัติศาสตร์ตลาดทุน เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คำขู่หรือเรื่องที่กังวลไปเอง แต่มันคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นจริง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดและใกล้ตัวคนไทยมากที่สุด ก็คือกรณีของ STARK ที่เกิดขึ้นในปี 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นคดีฉ้อโกงทางบัญชีที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง ในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทย
โดยจุดเริ่มต้นมาจากการที่บริษัท ซึ่งดูเหมือนกำลังเติบโต
กลับไม่สามารถส่งงบการเงินปี 2565 ได้ตามกำหนดเวลาที่ควรจะเป็น ตามมาด้วยการลาออกของบรรดาผู้บริหารระดับสูง ซึ่งรวมถึง CFO ในเวลาต่อมา
ซึ่งท้ายที่สุด บริษัทก็ออกมายอมรับว่า มีการทุจริตและการตกแต่งบัญชี เกิดขึ้นจริง..
เคสของ STARK สอนให้เราเห็นภาพชัดเจนเลยว่า เมื่อ “คนรู้ความจริง” แล้วเลือกที่จะสละเรือ หรือถอนตัวออกไปก่อน อาจถือเป็นสัญญาณเตือนภัย
โดยอาจมองได้ว่า บริษัทนี้อาจมีระเบิดเวลาซ่อนอยู่ และเจ้าตัวก็ไม่อยากเป็นคนรับแรงกระแทกนั้น
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องบอกก่อนว่า ไม่ใช่ทุกการลาออกจะเป็นเรื่องร้ายเสมอไป
เพราะบางคนอาจลาออกด้วยเหตุผลทั่วไป เช่น เกษียณอายุตามวาระ ย้ายไปทำงานบริษัทอื่น หรือประเทศอื่น ๆ
ซึ่งโดยปกติการลาออกแบบนี้ มักจะมีการประกาศแผนสืบทอดตำแหน่งล่วงหน้า ไว้อย่างชัดเจน
แล้วเราจะสังเกตความผิดปกติ ได้อย่างไร ?
สิ่งที่เราต้องจับตาเป็นพิเศษ คือการ “ลาออกโดยมีผลทันที” หรือแม้แต่การลาออกด้วยเหตุผลกว้าง ๆ อย่าง “ติดภารกิจส่วนตัว”
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าการลาออกนั้น เกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทกำลังถูกตรวจสอบงบการเงิน ไปจนถึงการเปลี่ยนผู้สอบบัญชีกะทันหัน
นี่ถือเป็น “ธงแดง (Red Flag)” ที่นักลงทุนต้องระวังตัวให้มากที่สุด
มาถึงตรงนี้ เราคงรู้เหตุผลแล้วว่า ทำไมการลาออกของ CFO อาจเป็นสัญญาณที่นักลงทุนต้องระวัง
โดยไม่ว่าการลาออกของ CFO จะเป็นเรื่องปกติธรรมดา หรือเป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า
หน้าที่ของเราในฐานะนักลงทุนคือ ต้องแยกให้ออกว่า นี่คือการเปลี่ยนถ่ายทั่วไป หรือเป็นการหนีตาย
เพราะถ้าหากบริษัทไหน กำลังขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูง แล้วอยู่ดี ๆ “ผ้าเบรก” ของบริษัท เกิดหลุดหายไปกลางทาง..
คำถามสำคัญที่นักลงทุนต้องตอบตัวเองให้ได้คือ
เรายังกล้าที่จะนั่งอยู่บนรถคันนั้น ต่อไปหรือไม่ ?

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon