เกาะกระแส America First กับกองทุน A-AIRR โอกาสลงทุน 285 ล้านล้านบาท

เกาะกระแส America First กับกองทุน A-AIRR โอกาสลงทุน 285 ล้านล้านบาท

เกาะกระแส America First กับกองทุน A-AIRR โอกาสลงทุน 285 ล้านล้านบาท / ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x Asset Plus
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา เผชิญกับยุคของการย้ายฐานการผลิตออกนอกประเทศ (Offshoring) ทำให้ภาคการผลิตของมหาอำนาจเบอร์หนึ่งของโลกนี้แทบจะไม่เติบโตเลย นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา
แต่ตอนนี้ ทุกอย่างกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
โดยเฉพาะหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หวนคืนสู่อำนาจ พร้อมประกาศนำนโยบาย America First กลับมาอีกครั้ง...
เรื่องนี้ทำให้โลกเริ่มเข้าสู่ยุคแห่งการดึงฐานการผลิตกลับประเทศ (Reshoring) และจุดชนวนให้เกิดการลงทุนมูลค่ากว่า 9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 285 ล้านล้านบาท
โดยเม็ดเงินมหาศาลนี้ คิดเป็นสัดส่วนถึง 30% ของ GDP สหรัฐอเมริกา จะไม่ได้ไปกระจุกตัวแค่ในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี แต่กำลังไหลไปสู่ภาคการผลิตและโครงสร้างพื้นฐาน
ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมถึงอาจเป็นโอกาสครั้งใหญ่ในโลกการลงทุน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 นักลงทุนส่วนใหญ่คงตระหนักแล้วว่า สงครามการค้าจะปะทุอีกแน่นอน
จากนโยบายของทรัมป์ในสมัยแรก ที่มุ่งเป้าเพียงเฉพาะประเทศจีน
แต่มาคราวนี้ สหรัฐอเมริกาประกาศทำสงครามการค้ากับแทบทุกประเทศ ไม่เว้นแม้กระทั่งพันธมิตรเก่าแก่ อย่างสหภาพยุโรปหรือญี่ปุ่น
โดยจุดมุ่งหมายของสงครามการค้า นอกจากเพื่อเก็บภาษีจากคู่ค้าที่ทรัมป์มองว่าไม่เป็นธรรมแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้บริษัทสัญชาติอเมริกัน ย้ายฐานการผลิตกลับไปยังบ้านเกิด
แต่สิ่งที่หลายคนสงสัยก็คือ ทำไมบริษัทต่าง ๆ ถึงต้องกลับมาตั้งโรงงานผลิตในสหรัฐอเมริกา เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าต้นทุนค่าแรงในสหรัฐอเมริกานั้น แพงกว่าฝั่งเอเชียหลายเท่าตัว
คำตอบคือ เพราะช่องว่างด้านต้นทุนระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศอื่น ๆ ซึ่งเคยกว้างมากนั้น กำลังจะหายไป
โดยสาเหตุหลักคือกำแพงภาษี ที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น ทำให้การผลิตสินค้าในประเทศอื่น แล้วส่งกลับไปขายในสหรัฐอเมริกา เริ่มที่จะไม่คุ้มค่าอีกต่อไป
ประกอบกับในปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติ ได้เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมการผลิตมากขึ้น
เมื่อโรงงานใช้คนน้อยลง ค่าแรงที่เคยเป็นจุดอ่อน ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป
นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ยังมีการอุดหนุนเงินจำนวนมหาศาลให้แก่บริษัทที่ย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ ซึ่งยิ่งทำให้ต้นทุนการผลิตนั้น ถูกลงไปอีก
ประเด็นต่อมาคือปรากฏการณ์ AI Boom ที่กำลังเกิดขึ้น ทำให้เกิดการขยายตัวของ Data Center ครั้งใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา
โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เช่น Amazon, Microsoft, Alphabet, Meta และ Oracle ที่ได้มีการทุ่มงบลงทุน (CapEx) รวมกันกว่า 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 19 ล้านล้านบาท
ซึ่งเม็ดเงินมหาศาลเหล่านี้ ไม่ได้ไหลไปแค่บริษัทผลิตชิป หรือบริษัทซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่ยังกระจายไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ ด้วย
เพราะการจะสร้างและบำรุงรักษา Data Center นั้น จะต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมอื่น ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น ผู้รับเหมาก่อสร้าง, โครงข่ายระบบไฟฟ้าที่เสถียร ไปจนถึงระบบปรับอากาศ เพื่อระบายความร้อนให้ Server ปริมาณมหาศาล ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
นี่จึงเป็นที่มาของโอกาสการลงทุนครั้งใหญ่
หนึ่งในนั้นคือ กองทุน A-AIRR หรือกองทุนเปิดเอแทรคเกอร์ส ยูเอส อินดัสเทรียล เรอเนซองส์
จาก บลจ.แอสเซท พลัส ที่ออกแบบมาเพื่อคว้าโอกาส จากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้โดยเฉพาะ
กองทุน A-AIRR จะไปลงทุนในกองทุนหลัก First Trust RBA American Industrial Renaissance® ETF (AIRR) ที่เน้นคัดสรรหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม ขนาดกลางและขนาดเล็กในสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นระบบ เพื่อการเติบโตในระยะยาว
ผ่านการจับ 3 ธีมหลัก ที่เป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ของสหรัฐอเมริกา ได้แก่
1. Industrial Renaissance รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิต กลับสหรัฐอเมริกา
2. AI & Grid Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลัง AI ครอบคลุมระบบต่าง ๆ ภายใน Data Center
3. Defense & Energy Security ธุรกิจด้านความมั่นคง และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
ตัวอย่างบริษัทที่ AIRR เลือกลงทุนก็เช่น
- C.H. Robinson ผู้ให้บริการนายหน้าขนส่งรายใหญ่ ที่คอยจัดส่งสินค้าให้โรงงานต่าง ๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา
- Comfort Systems USA ผู้รับเหมารายใหญ่ ที่ติดตั้ง ซ่อมบำรุง และดูแลระบบควบคุมอุณหภูมิ (HVAC) และระบบไฟฟ้าภายในอาคาร ไปจนถึง Data Center
- MasTec บริษัทรับเหมาชั้นนำ ที่เชี่ยวชาญการก่อสร้างและวิศวกรรมโครงสร้าง
- Huntington Ingalls Industries ผู้ต่อเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา และเป็นบริษัทเดียวในประเทศที่สามารถต่อเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ได้
บทสรุปของเรื่องนี้ เมื่อคลื่นยักษ์สองลูกอย่าง “การย้ายฐานการผลิตกลับสหรัฐอเมริกา” (Reshoring) มาบรรจบกับ “ปรากฏการณ์ AI Boom”
ไม่จำเป็นต้องไปนั่งเดาเลยว่าใครจะเป็นผู้ชนะในสงครามการค้า หรือสงครามเทคโนโลยี เพราะไม่ว่าใครจะชนะ สุดท้ายโรงงานผลิตทุกแห่งและ Data Center ทุกที่ ก็ล้วนต้องพึ่งพา “ฐานราก” อย่างระบบโครงข่ายไฟฟ้า ท่อทำความเย็น และเครือข่ายโลจิสติกส์อยู่ดี
ถ้าเชื่อว่าโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ คือกระดูกสันหลังที่ขาดไม่ได้ การเป็นเจ้าของบริษัทเหล่านี้ ผ่านกองทุน A-AIRR ที่มัดรวมผู้รับเหมาและผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานทั่วสหรัฐอเมริกา มาไว้ในพอร์ตเดียว ก็อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์
รายละเอียดกองทุน A-AIRR เพิ่มเติม
https://www.assetfund.co.th/home/fundfact-template01.aspx?id=256
สนับสนุนโดย บลจ. แอสเซท พลัส
คำเตือน :
- ผู้ลงทุน “โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”
- กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Industrials จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
- กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
Reference
- เอกสารประชาสัมพันธ์กองทุน A-AIRR

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon