
เกาะกระแสคอขวด AI กับกองทุน ASP-MEM โอกาสลงทุนในธุรกิจชิปที่กำลังโตแรง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x Asset Plus
เวลาพูดถึงหุ้น AI คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงบริษัทชิปประมวลผลอย่าง NVIDIA หรือบริษัทที่เป็นเจ้าของโมเดล AI ชั้นนำ เช่น Alphabet (Google)
รู้หรือไม่ว่า ชิปประมวลผลของ NVIDIA หรือโมเดลต่าง ๆ นั้นจะทำงานไม่ได้เลย
ถ้าขาดสิ่งที่เรียกว่า Memory Chip หรือชิปหน่วยความจำ
ถ้าขาดสิ่งที่เรียกว่า Memory Chip หรือชิปหน่วยความจำ
โดยสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็คือ โลกกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำอย่างหนัก
จนทำให้ผู้ผลิตบางราย เช่น Apple ต้องประกาศขึ้นราคาสินค้าบางรายการที่เป็นข่าวใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา
จนทำให้ผู้ผลิตบางราย เช่น Apple ต้องประกาศขึ้นราคาสินค้าบางรายการที่เป็นข่าวใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา
การขึ้นราคาสินค้าของ Apple สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการขาดแคลนชิปหน่วยความจำนั้น กำลังเป็นคอขวดครั้งใหม่ ที่ไม่มีแนวโน้มจะยุติลงง่าย ๆ
แต่ในขณะเดียวกัน วิกฤติการขาดแคลนนี้ ก็กำลังกลายเป็นโอกาสในการลงทุนครั้งใหม่..
ทำไมการขาดแคลนชิปหน่วยความจำ ถึงเป็นโอกาสการลงทุน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ถ้าลองไปดูพัฒนาการของชิป AI จะพบว่า ยิ่งชิปประมวลผลมีความซับซ้อนมากเท่าไร
ความต้องการใช้ชิปหน่วยความจำนั้นก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
ความต้องการใช้ชิปหน่วยความจำนั้นก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
ตัวอย่างเช่น ชิป AI รุ่น A100 ของ NVIDIA 1 ตัว ที่ผลิตในปี 2020 ใช้ชิปหน่วยความจำขั้นสูง (HBM) อยู่ที่ 40 GB
แต่ชิปรุ่นใหม่อย่าง Rubin 1 ตัว ที่ผลิตในปี 2026 นั้น กลับต้องใช้ HBM มากถึง 288 GB หรือเพิ่มขึ้นกว่า 7 เท่า เลยทีเดียว
หรือในสเกลที่ใหญ่ขึ้น เช่น Data Center หรือระบบ Cluster ที่ใช้เทรนโมเดล AI นั้น การใช้ HBM จะพุ่งสูงกว่าเดิมถึง 1,800 เท่าเลยทีเดียว
สรุปสั้น ๆ ก็คือ ยิ่ง AI ฉลาดขึ้น ใหญ่ขึ้น และถูกใช้งานมากขึ้น
โลกไม่ได้ต้องการแค่ GPU ของ NVIDIA ที่มากขึ้น
แต่ต้องการชิปหน่วยความจำมากขึ้น แบบทวีคูณด้วย
โลกไม่ได้ต้องการแค่ GPU ของ NVIDIA ที่มากขึ้น
แต่ต้องการชิปหน่วยความจำมากขึ้น แบบทวีคูณด้วย
แล้วในเมื่อความต้องการพุ่งมหาศาลขนาดนี้ ทำไมผู้ผลิตถึงไม่เร่งผลิตของออกมาขายให้ทัน ?
คำตอบคือ เพราะการผลิตชิป HBM รุ่นใหม่ ๆ นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายและมีข้อจำกัดอย่างมาก
คำตอบคือ เพราะการผลิตชิป HBM รุ่นใหม่ ๆ นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายและมีข้อจำกัดอย่างมาก
โดยการผลิตชิป HBM 1 หน่วยนั้น กินกำลังการผลิต (Capacity) เทียบเท่ากับการผลิตชิป DRAM ปกติถึง 4 หน่วย
แต่ในขณะที่โลกต้องการชิปหน่วยความจำมากขึ้น ในฝั่งของกำลังการผลิตนั้น กลับไม่ได้โตขึ้นตามแบบเป็นเส้นตรง
เพราะการจะขยายกำลังการผลิตด้วยการสร้างโรงงานใหม่ ต้องใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 3 ปี
เพราะการจะขยายกำลังการผลิตด้วยการสร้างโรงงานใหม่ ต้องใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 3 ปี
ที่สำคัญ อุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำ มีโครงสร้างตลาดที่กระจุกตัวสูงมาก
โดยกำลังการผลิตชิปหน่วยความจำกว่า 90% ของโลกนั้น อยู่ในมือของผู้ผลิต 3 เจ้าใหญ่ ได้แก่ Samsung, SK Hynix และ Micron
เมื่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ โคจรมาเจอกับกำลังการผลิตที่ตึงตัว
ชิปหน่วยความจำจึงกลายเป็นคอขวดสำคัญ ทำให้ราคาชิปพุ่งทะยาน
ชิปหน่วยความจำจึงกลายเป็นคอขวดสำคัญ ทำให้ราคาชิปพุ่งทะยาน
ที่น่าสนใจคือ ลูกค้า Big Tech มากมาย เช่น NVIDIA, Alphabet (Google), Amazon, Microsoft ถึงขั้นทำสัญญาระยะยาว (LTA) กับผู้ผลิตชิปหน่วยความจำเป็นเวลา 3-5 ปี เพื่อล็อกโควตาชิปไว้ล่วงหน้าเลยทีเดียว
การทำสัญญาระยะยาวนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนเกมที่สำคัญ ที่เปลี่ยนโมเดลธุรกิจกลุ่ม Memory
จากเดิมที่เคยผันผวนแรงตามวัฏจักร (Cyclical) ให้กลายเป็นธุรกิจที่มีรายได้มั่นคง และคาดการณ์กระแสเงินสดได้ล่วงหน้า
เมื่อความต้องการพุ่งทะยานอย่างมหาศาล แต่ฝั่งผู้ผลิตมีอำนาจในการกำหนดราคาที่สูงลิ่ว
สิ่งที่ตามมาก็คือ บริษัทเหล่านี้ มีแนวโน้มกำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด
สิ่งที่ตามมาก็คือ บริษัทเหล่านี้ มีแนวโน้มกำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ซึ่งถ้าเราเชื่อว่า AI คืออนาคต และต้องการจะเติบโตไปกับเทรนด์นี้
การเป็นเจ้าของกระดูกสันหลัง AI อย่างผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย
การเป็นเจ้าของกระดูกสันหลัง AI อย่างผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย
นี่จึงเป็นที่มาของกองทุนเปิด แอสเซทพลัส เมมโมรี่ ชิป อิควิตี้ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย หรือ ASP-MEM จาก บลจ.แอสเซท พลัส
มีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลักอย่าง Roundhill Memory ETF (DRAM)
ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 80%
ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 80%
ซึ่งจุดเด่นของ DRAM คือ เป็นกองทุนประเภท Pure Play ที่จะคัดเลือกเฉพาะบริษัทหน่วยความจำชั้นนำระดับโลก ที่มีรายได้หรือกำไรจากธุรกิจนี้มากกว่า 50% เท่านั้น
ทำให้พอร์ตการลงทุนของ DRAM เต็มไปด้วยหุ้นยักษ์ใหญ่ ที่เป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรม เช่น
- Micron Technology ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ รายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
- Samsung Electronics ผู้นำระดับโลกที่มีผลิตภัณฑ์ชิปหน่วยความจำที่ครบวงจร
- SK Hynix ผู้นำด้านชิป HBM รายใหญ่ที่เป็นซัปพลายเออร์หลักของ NVIDIA
- Sandisk ผู้นำด้าน Storage Solutions และชิปหน่วยความจำแบบ NAND สำหรับองค์กร
- Kioxia Holdings ผู้เล่น Pure Play รายใหญ่อันดับ 3 ในฝั่งชิปความจำแบบ NAND
- Samsung Electronics ผู้นำระดับโลกที่มีผลิตภัณฑ์ชิปหน่วยความจำที่ครบวงจร
- SK Hynix ผู้นำด้านชิป HBM รายใหญ่ที่เป็นซัปพลายเออร์หลักของ NVIDIA
- Sandisk ผู้นำด้าน Storage Solutions และชิปหน่วยความจำแบบ NAND สำหรับองค์กร
- Kioxia Holdings ผู้เล่น Pure Play รายใหญ่อันดับ 3 ในฝั่งชิปความจำแบบ NAND
มาถึงตรงนี้ เราอาจสรุปได้ว่า ในสงคราม AI ที่บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด และทุ่มเงินมหาศาลเพื่อขุดทอง
กลุ่มบริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ อาจไม่ได้เป็นเพียงแค่คนขายจอบและเสียมธรรมดา ๆ
แต่พวกเขาคือเจ้าของถนนทางเข้าเหมืองทองที่มีอยู่เพียงไม่กี่เส้น ผูกขาดการเดินทางเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว
แต่พวกเขาคือเจ้าของถนนทางเข้าเหมืองทองที่มีอยู่เพียงไม่กี่เส้น ผูกขาดการเดินทางเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว
ซึ่งไม่ว่าใครก็ตามที่อยากจะเข้าไปขุดทอง ก็ล้วนต้องยอมจ่ายค่าผ่านทาง ในราคาที่พวกเขากำหนดเอง..
ดูรายละเอียดกองทุน ASP-MEM และหนังสือชี้ชวนที่ https://www.assetfund.co.th/home/fundfact-template01.aspx?id=263
สนับสนุนโดย บลจ.แอสเซท พลัส
ข้อควรระวังสำคัญ
ปัจจุบันกองทุน ASP-MEM และเป็นกองทุนกลุ่ม “ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย” เนื่องจากมีความเสี่ยงระดับ 7 เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์และเข้าใจความเสี่ยงสูงเท่านั้น
ปัจจุบันกองทุน ASP-MEM และเป็นกองทุนกลุ่ม “ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย” เนื่องจากมีความเสี่ยงระดับ 7 เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์และเข้าใจความเสี่ยงสูงเท่านั้น
คำเตือน :
- ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงที่ระบุไว้ก่อนตัดสินใจลงทุน
- ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
กองทุนนี้เสนอขายเฉพาะผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Net Worth) เท่านั้น
กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
- กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
- ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงที่ระบุไว้ก่อนตัดสินใจลงทุน
- ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
กองทุนนี้เสนอขายเฉพาะผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Net Worth) เท่านั้น
กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
- กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
Reference :
- หนังสือชี้ชวนลงทุนกองทุนรวม ASP-MEM ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย
- หนังสือชี้ชวนลงทุนกองทุนรวม ASP-MEM ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย