
เซ็นทรัลพัฒนา เดิมพันครั้งใหญ่ 110,000 ล้าน สร้างมหาเมกะโปรเจกต์ และ "เมืองแห่งอนาคต" ทั่วไทย
หากพูดถึง "เซ็นทรัล" ภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่คือ ศูนย์การค้าที่อยู่คู่เมืองมานาน แต่รู้หรือไม่ว่า ในวันนี้ก้าวย่างของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN กำลังขยับไปไกลกว่านั้น อย่างเทียบไม่ได้..
ในโอกาสครบรอบ 45 ปี เซ็นทรัลพัฒนา ได้ประกาศวิสัยทัศน์ที่สั่นสะเทือนวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยอีกครั้ง ภายใต้แนวคิด "A Future-Led Ecosystem" พร้อมกางแผนการลงทุน 5 ปี (พ.ศ. 2569–2573) ด้วยเม็ดเงินมหาศาลกว่า 110,000 ล้านบาท
เป้าหมายไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนสาขา แต่คือการ "สร้างเมือง" (Urban Transformation) ที่จะเปลี่ยน Landscape ของกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ
ซึ่งลงทุนแมน จะพาไปสำรวจกลยุทธ์เบื้องหลัง และโปรเจกต์ยักษ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้..
ตลอด 45 ปีที่ผ่านมา CPN พิสูจน์แล้วว่าโมเดล Retail-Led Mixed-Use คือ สูตรสำเร็จที่ทรงพลังที่สุด
หลักการง่าย ๆ คือการใช้ศูนย์การค้าที่มีทราฟฟิกมหาศาล (ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการกว่า 510 ล้านครั้งต่อปี) เป็นแม่เหล็กดึงดูดคน จากนั้นจึงเติมเต็มด้วยอาคารสำนักงาน โรงแรม และที่อยู่อาศัย เพื่อสร้างระบบนิเวศที่หมุนเวียนอยู่ได้ด้วยตัวเอง
ปัจจุบัน CPN มีโครงการในมือรวม 142 แห่ง แบ่งเป็น
45 ศูนย์การค้า
16 คอมมูนิตี้มอลล์
11 อาคารสำนักงาน
17 โรงแรม
53 โครงการที่อยู่อาศัย
45 ศูนย์การค้า
16 คอมมูนิตี้มอลล์
11 อาคารสำนักงาน
17 โรงแรม
53 โครงการที่อยู่อาศัย
สิ่งที่น่าสนใจคือ ภายในปี 2573 CPN ตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนโครงการมิกซ์ยูสให้กลายเป็น 33 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่ 27 แห่ง
นั่นหมายความว่า ต่อจากนี้ "เซ็นทรัล" จะไม่ได้มีแค่ศูนย์การค้า แต่จะมีบ้าน มีออฟฟิศ และมีโรงแรมอยู่ในรั้วเดียวกันเกือบทั้งหมด
ซึ่งความน่าตื่นเต้นที่สุดของแผนงานรอบนี้ คือการทำโครงการระดับ Mega Project ที่ไม่ใช่แค่การสร้างตึก แต่คือการ "ยกเครื่อง" ผังเมืองในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
1) ย่านรังสิต "เมืองแห่งอนาคต" บนที่ดิน 750 ไร่
นี่คือหมัดเด็ดที่สุดและเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เซ็นทรัลพัฒนาและกลุ่มเซ็นทรัล เคยทำมา..
นี่คือหมัดเด็ดที่สุดและเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เซ็นทรัลพัฒนาและกลุ่มเซ็นทรัล เคยทำมา..
บนที่ดินผืนยักษ์ติดถนนพหลโยธิน ใกล้ ม.ธรรมศาสตร์ และรถไฟฟ้าสายสีแดง CPN
โดยเซ็นทรัลพัฒนา กำลังจะสร้างเมืองจำลองในอุดมคติที่เรียกว่า "The Future Vision of Urban Living"
- Super Regional Mall จะเป็นหัวใจหลักที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ
- Livable Urban Design เน้นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ และการออกแบบที่คนเดินได้จริง (Walkable City) เพื่อลดการใช้รถ
- โครงการนี้เปรียบเสมือนการสร้าง "ประตูสู่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ" แห่งใหม่ที่จะรองรับคนทุกเจเนอเรชัน
- Livable Urban Design เน้นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ และการออกแบบที่คนเดินได้จริง (Walkable City) เพื่อลดการใช้รถ
- โครงการนี้เปรียบเสมือนการสร้าง "ประตูสู่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ" แห่งใหม่ที่จะรองรับคนทุกเจเนอเรชัน
2) Central GR9 อาณาจักร CBD แห่งใหม่ย่านพระราม 9
เซ็นทรัลพัฒนา กำลังจะปั้นย่านพระราม 9 ให้กลายเป็น Well-Established CBD ที่สมบูรณ์แบบ บนพื้นที่ 73 ไร่ ด้วยการผนึกกำลังอาคารออฟฟิศระดับ Grade A อย่าง G Tower, The Ninth Tower และ R House (เดิมคือ Unilever House) เข้ากับศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9
เซ็นทรัลพัฒนา กำลังจะปั้นย่านพระราม 9 ให้กลายเป็น Well-Established CBD ที่สมบูรณ์แบบ บนพื้นที่ 73 ไร่ ด้วยการผนึกกำลังอาคารออฟฟิศระดับ Grade A อย่าง G Tower, The Ninth Tower และ R House (เดิมคือ Unilever House) เข้ากับศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9
พื้นที่รวม (GBA) รวมกว่า 1.1 ล้าน ตร.ม. กลายเป็นย่านธุรกิจที่ครบวงจรที่สุดในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ
และเตรียมรีโนเวตศูนย์การค้าครั้งใหญ่ พร้อมขยายพื้นที่รีเทล ในเฟสแรกช่วงต้นปี 2571 เพื่อยกระดับประสบการณ์รีเทลรูปแบบใหม่
3) The Central District การผนึกกำลัง ลาดพร้าว-พหลโยธิน
หากใครคิดว่าเซ็นทรัล ลาดพร้าว คือที่สุดแล้ว เซ็นทรัลพัฒนา กำลังจะทำให้มันยิ่งใหญ่กว่าเดิม ด้วยการเชื่อมต่อ เซ็นทรัล ลาดพร้าว เข้ากับโครงการใหม่ "The Central" พหลโยธิน บนที่ดินรวมกว่า 96 ไร่
หากใครคิดว่าเซ็นทรัล ลาดพร้าว คือที่สุดแล้ว เซ็นทรัลพัฒนา กำลังจะทำให้มันยิ่งใหญ่กว่าเดิม ด้วยการเชื่อมต่อ เซ็นทรัล ลาดพร้าว เข้ากับโครงการใหม่ "The Central" พหลโยธิน บนที่ดินรวมกว่า 96 ไร่
มีพื้นที่รวม (GBA) 770,000 ตร.ม. ซึ่งมีขนาด "เกือบเท่าเซ็นทรัลเวิลด์"
โดยโครงการ "The Central" จะเป็น Flagship ใหม่ที่รวมประสบการณ์รีเทลที่ล้ำสมัยที่สุด ขณะที่สาขาลาดพร้าวจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้า Wealth ที่มีกำลังซื้อสูงอย่างต่อเนื่อง
นอกจากการสร้างใหม่ การ "Transform" สาขาเดิมให้เข้ากับยุคสมัย ก็เป็นสิ่งที่เซ็นทรัลพัฒนา ให้ความสำคัญควบคู่กันไป ตั้งแต่
- The New Central Bangna เตรียมพบกับโฉมใหม่ปลายปี 2569 บนพื้นที่ 50 ไร่ พื้นที่รวม 300,000 ตร.ม. เพื่อตอบโจทย์กลุ่ม "Wealthy Family" ซึ่งเป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุด (85%) พร้อมการมาของแบรนด์ NO Brand จากเกาหลีใต้ แบบ Stand Alone ครั้งแรกในไทย
- Central Northville (นนทบุรี) ปรับจากศูนย์เดิม สู่มิกซ์ยูสขนาดใหญ่ 210,000 ตร.ม. เน้นแนวคิด Biophilic Design (เอาธรรมชาติเข้าสู่ในตึก) พร้อมไฮไลต์อย่าง D-Sports Stadium ศูนย์กีฬาในร่มแนวญี่ปุ่น
- Central Chiangmai Airport การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี บนพื้นที่ 130 ไร่ ขนาดพื้นที่รวม (GBA) 173,000 ตร.ม. เพื่อเป็น Mixed-Use Lifestyle Destination ของภาคเหนือ พร้อม MUJI Flagship Store ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค
ในส่วนของการบุกหัวเมืองภูมิภาค ตามวิสัยทัศน์ของ เซ็นทรัลพัฒนา ที่ชัดเจนว่า "คุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ได้หยุดอยู่แค่กรุงเทพฯ" จะมีโปรเจกต์ที่ตอบโจทย์ตั้งแต่
- Central Khonkaen Campus โปรเจกต์มิกซ์ยูสแห่งที่ 2 ในขอนแก่น ใกล้ มข. บนพื้นที่ 30 ไร่ ขนาดพื้นที่รวม 62,000 ตร.ม. ที่มีทั้งห้าง คอนโด PHYLL และโรงแรม GO! Hotel เพื่อสร้าง Creative Community สำหรับคนรุ่นใหม่
- Central Phuket การขยาย Masterplan บนที่ดิน 110 ไร่ พื้นที่รวม 500,000 ตร.ม. เพื่อมุ่งสู่การเป็น The World’s Luxury Destination นอกกรุงเทพฯ ที่ดีที่สุดในโลก ผสมผสาน Luxury Lifestyle เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นของภูเก็ต
ยังไม่หมดเท่านี้ หลายคนอาจลืมไปว่าเซ็นทรัลพัฒนา ยังเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจอสังหาฯ ประเภทอื่นด้วย ทั้งออฟฟิศ โรงแรม และที่อยู่อาศัย
โดยเซ็นทรัลพัฒนามีอาคารออฟฟิศเกรด A ถึง 11 แห่ง และกำลังขยายตัวไปตามโปรเจกต์มิกซ์ยูสใหม่ ๆ เพื่อดึงดูด Regional Office จากต่างชาติ
สำหรับธุรกิจโรงแรม ภายในปี 2569 จะมีโรงแรมรวม 17 แห่ง โดยมีแบรนด์ GO! Hotel เป็นหัวหอกในการขยายตัวอย่างรวดเร็ว (ปีนี้เปิดเพิ่ม 5 แห่ง) และเตรียมเปิดตัว Oakwood Central Hat Yai
ส่วนธุรกิจ Residence หรือที่อยู่อาศัย ปัจจุบันมีครอบครัว "Central Citizen" กว่า 10,000 ครอบครัว และตั้งเป้าขยายเป็น 53 โครงการใน 21 จังหวัด ภายใน 2569 โดยเน้นแบรนด์ PHYLL และ ESCENT ที่ตั้งอยู่ติดกับศูนย์การค้า ซึ่งถือเป็น Competitive Advantage ที่หาใครเลียนแบบได้ยาก
ท้ายที่สุด สิ่งที่จะทำให้ 110,000 ล้านบาทนี้คุ้มค่า คือการมี Data & AI Driven Ecosystem ผ่านแพลตฟอร์ม The 1 ที่มีสมาชิกกว่า 23 ล้านราย และ The 1 Biz ที่เชื่อมโยงพันธมิตรร้านค้ากว่า 1,400 แบรนด์
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เซ็นทรัพพัฒนา เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าแบบ "B2B2C" (Business to Business to Consumer) ทำให้รู้ว่าคนย่านไหนชอบอะไร มีกำลังซื้อเท่าไร และต้องเติมร้านค้าประเภทไหนลงไป ถึงจะประสบความสำเร็จ
สรุปแล้ว การประกาศแผนลงทุน 110,00 ล้านของเซ็นทรัลพัฒนาในครั้งนี้ คือการตอกย้ำว่า "Moat" หรือป้อมปราการทางธุรกิจของเซ็นทรัลพัฒนา ไม่ได้อยู่ที่การมีที่ดินสวย ๆ เพียงอย่างเดียว
แต่อยู่ที่ Ecosystem ที่แข็งแกร่ง เมื่อศูนย์การค้าเชื่อมต่อกับบ้าน ออฟฟิศ และโรงแรม ภายใต้การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI ที่แม่นยำ มันจึงเกิดเป็น Value ที่ส่งเสริมกันในทุกมิติ
ในวันที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เซ็นทรัลพัฒนา กำลังบอกเราว่า พวกเขาไม่ได้รอให้อนาคตมาถึง แต่พวกเขากำลัง "สร้างอนาคต"นั้นขึ้นมาด้วยตัวเอง ทั่วทุกหัวมุมเมืองของประเทศไทย..