
เมื่อเบอร์ 1 น้ำผลไม้ ไม่ได้อยากขายแค่น้ำผลไม้.. สรุปกลยุทธ์ "มาลี กรุ๊ป" กับการใช้ Deep Tech บุกตลาดความงาม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
หากเราพูดถึงชื่อของ "มาลี" (MALEE) ภาพจำของทุกคน คงหนีไม่พ้นน้ำผลไม้กล่องหรือผลไม้กระป๋อง ที่วางอยู่บนชั้นซุปเปอร์มาร์เก็ต มานานกว่า 4 ทศวรรษ
แต่ในโลกธุรกิจที่หมุนเร็วและเต็มไปด้วยความท้าทาย การหยุดอยู่กับที่คือความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด
ในปี 2569 นี้ มาลี กรุ๊ป ภายใต้การนำของ คุณเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ประกาศยุทธศาสตร์สำคัญที่ชื่อว่า "Beyond Fruit to Global Wellbeing" 

ซึ่งเป็นการขยับตัวครั้งใหญ่ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของ "น้ำผลไม้" สู่โลกของ "วิทยาศาสตร์ประยุกต์" อย่างเต็มตัว โดยมีหัวหอกสำคัญคือบริษัทลูกที่ชื่อว่า MAS (Malee Applied Sciences)
กลยุทธ์นี้ไม่ได้แค่ต้องการขายของใหม่ แต่มาลีกำลังวางหมากเพื่อเป็น Global Wellbeing Company ภายในปี 2571
กลยุทธ์นี้ไม่ได้แค่ต้องการขายของใหม่ แต่มาลีกำลังวางหมากเพื่อเป็น Global Wellbeing Company ภายในปี 2571
เรื่องนี้น่าสนใจแค่ไหน และมาลี กำลังเปลี่ยนตัวเองอย่างไรบ้าง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
หลายคนอาจไม่รู้ว่า มาลีแอบซุ่มทำเรื่องนี้มานานเกือบ 10 ปี
ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น MAS เกิดจากแนวคิดที่ต้องการใช้ "วิทยาศาสตร์" มาแก้ปัญหาขยะทางการเกษตร
ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้น MAS เกิดจากแนวคิดที่ต้องการใช้ "วิทยาศาสตร์" มาแก้ปัญหาขยะทางการเกษตร
ในการผลิตน้ำผลไม้และผลไม้กระป๋องแต่ละวัน จะมีเศษเปลือก เมล็ด และกากใยเหลือทิ้งจำนวนมหาศาล แทนที่จะทิ้งไปเฉย ๆ มาลีเลือกใช้เงินลงทุนด้านวิจัยและพัฒนากว่า 50 ล้านบาท เพื่อศึกษาว่าในของเหลือเหล่านี้ มีสารสกัดอะไรซ่อนอยู่บ้าง
จากความมุ่งมั่นในวันนั้น วันนี้ MAS บ่มเพาะองค์ความรู้จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Deep Tech โดยเฉพาะ 2 เทคโนโลยีล้ำสมัยคือ:
1. Biotechnology (เทคโนโลยีชีวภาพ) การใช้กระบวนการทางชีวภาพเพื่อสกัดและสร้างสารสำคัญ
2. Nanotechnology (นาโนเทคโนโลยี) การจัดการสสารในระดับที่เล็กกว่าเส้นผมหลายพันเท่า เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
2. Nanotechnology (นาโนเทคโนโลยี) การจัดการสสารในระดับที่เล็กกว่าเส้นผมหลายพันเท่า เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
ซึ่งสิ่งที่ทำให้ MAS โดดเด่นในตลาดโลก ไม่ใช่แค่การมีสารสกัดทั่วไป แต่คือเทคโนโลยี "Encapsulation & Delivery System Innovation"
ปัญหาใหญ่ของสารอาหาร วิตามิน หรือสารสกัดเข้มข้น คือความไม่คงตัว บางอย่างสลายตัวเร็วเมื่อเจอแสง บางอย่างถูกทำลายด้วยกรดในกระเพาะอาหารก่อนที่ร่างกายจะได้ดูดซึม
ปัญหาใหญ่ของสารอาหาร วิตามิน หรือสารสกัดเข้มข้น คือความไม่คงตัว บางอย่างสลายตัวเร็วเมื่อเจอแสง บางอย่างถูกทำลายด้วยกรดในกระเพาะอาหารก่อนที่ร่างกายจะได้ดูดซึม
MAS จึงสร้าง "ยานพาหนะขนาดจิ๋ว" ขึ้นมาห่อหุ้มสารเหล่านี้ไว้ เพื่อนำไปส่งให้ถึงเป้าหมายอย่างแม่นยำ
โดย MAS แบ่งแพลตฟอร์มนวัตกรรมออกเป็น 2 ด้านหลัก
1. แพลตฟอร์มนวัตกรรมความงาม
เน้นการส่งสารสกัดลงลึกสู่ชั้นผิวและเส้นผม มี 5 นวัตกรรมไฮไลต์ เช่น
- ระบบนำส่งเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดให้ยาวนานขึ้น
- ระบบนำส่งสารเพื่อลด "ผิวชรา" ลงสู่ผิวชั้นลึก
- ระบบนำส่งสารผ่านรูขุมขนเพื่อบำรุงรากผมโดยตรง
เน้นการส่งสารสกัดลงลึกสู่ชั้นผิวและเส้นผม มี 5 นวัตกรรมไฮไลต์ เช่น
- ระบบนำส่งเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดให้ยาวนานขึ้น
- ระบบนำส่งสารเพื่อลด "ผิวชรา" ลงสู่ผิวชั้นลึก
- ระบบนำส่งสารผ่านรูขุมขนเพื่อบำรุงรากผมโดยตรง
2. แพลตฟอร์มอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
เน้นการห่อหุ้มสารอาหารเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ได้จริง เช่น
- Liposome เทคโนโลยีการห่อหุ้มวิตามินให้คงตัวและดูดซึมได้ดีที่สุด
- Fytosome การห่อหุ้มสารสกัดจากพืชเพื่อให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
- Biotic กลุ่มจุลินทรีย์มีชีวิตที่ช่วยดูแลระบบทางเดินอาหารและภูมิต้านทาน
เน้นการห่อหุ้มสารอาหารเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ได้จริง เช่น
- Liposome เทคโนโลยีการห่อหุ้มวิตามินให้คงตัวและดูดซึมได้ดีที่สุด
- Fytosome การห่อหุ้มสารสกัดจากพืชเพื่อให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
- Biotic กลุ่มจุลินทรีย์มีชีวิตที่ช่วยดูแลระบบทางเดินอาหารและภูมิต้านทาน
ความน่าสนใจอีกอย่างคือ การนำแนวคิด ESG (Environmental, Social, and Governance) มาเปลี่ยนเป็นกำไร
MAS ประสบความสำเร็จในการสกัดสารสำคัญจากผลผลิตเกษตรหมุนเวียน ออกมาเป็นสินค้าที่จำหน่ายเชิงพาณิชย์แล้วถึง 12 รายการ
ตัวอย่างที่น่าทึ่งคือ
- เปลือกสับปะรด (BROMEXOL®) พลิกโฉมเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ผิวโกลว์ (Glow Skin) ซึ่งเตรียมนำไปประกวดในเวทีโลกอย่าง In-Cosmetics Global 2026 ณ กรุงปารีส
MAS ประสบความสำเร็จในการสกัดสารสำคัญจากผลผลิตเกษตรหมุนเวียน ออกมาเป็นสินค้าที่จำหน่ายเชิงพาณิชย์แล้วถึง 12 รายการ
ตัวอย่างที่น่าทึ่งคือ
- เปลือกสับปะรด (BROMEXOL®) พลิกโฉมเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ผิวโกลว์ (Glow Skin) ซึ่งเตรียมนำไปประกวดในเวทีโลกอย่าง In-Cosmetics Global 2026 ณ กรุงปารีส
- กะลามะพร้าวและเปลือกมะพร้าว สกัดเป็นสารช่วยบล็อกน้ำตาลในเลือดและช่วยระบบเผาผลาญ
- เปลือกเงาะ (RAMBINOL®): สารสกัดที่ช่วยเรื่องริ้วรอย (Anti-Aging) ที่มีผลวิจัยรองรับ
นี่คือการเปลี่ยนจาก "ขยะ" ที่ต้องเสียเงินจัดการ ให้กลายเป็น "วัตถุดิบมูลค่าสูง" (High-Value Bioactive Ingredients) ที่ทั่วโลกต้องการ
ทั้งนี้ มาลีไม่ได้มอง MAS ว่า จะมาทำแบรนด์แข่งกับใคร แต่เน้นเป็นเบื้องหลังความสำเร็จ ให้กับแบรนด์อื่นทั่วโลกผ่านโมเดล B2B ซึ่งปัจจุบัน มีลูกค้าแล้วกว่า 30 แบรนด์
เช่น ขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรม ด้วยการเจาะกลุ่มโรงงานผลิตสกินแคร์ เครื่องสำอาง และอาหารเสริม
และรับออกแบบระบบนำส่งสารสำคัญเฉพาะแบรนด์ เพื่อให้คู่ค้ามีจุดขายที่คู่แข่งเลียนแบบไม่ได้
รวมถึง มุ่งเน้นตลาดที่มีมาตรฐานสูงอย่าง ยุโรป, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
รวมถึง มุ่งเน้นตลาดที่มีมาตรฐานสูงอย่าง ยุโรป, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
โดยมาลีตั้งเป้าว่า MAS จะเป็นกลไกสำคัญที่ผลักดันรายได้ของกลุ่มให้เติบโต 9-12% ได้ตามเป้าหมายในปี 2569
เรื่องของ มาลี และ MAS สอนให้เรารู้ว่า ทรัพยากรไทยมีค่า ถ้าเพิ่มวิทยาศาตร์เข้าไป
ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก แต่ที่ผ่านมาเรามักขายสินค้าเกษตรแบบเป็นลูกหรือเป็นกิโลกรัม
การที่ยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มลุกขึ้นมาลงทุนใน Deep Tech เกือบ 10 ปี เพื่อสกัดสารสำคัญในระดับนาโน คือการยกระดับอุตสาหกรรมไทยจากเกษตรกรรม ไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูงที่ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลกอย่าง Longevity และ Precision Wellness
จากน้ำผลไม้ในกล่อง สู่สารสกัดในระดับเซลล์ นี่คือ New Era ของมาลี กรุ๊ป ที่น่าจับตามอง
ก็น่าติดตามว่า เมื่อเทคโนโลยีนำส่งสารของไทย ไปยืนอยู่บนเวทีโลกที่ปารีส.. โลกจะทึ่งกับนวัตกรรมที่ซ่อนอยู่ในเปลือกสับปะรดและเปลือกเงาะจากเมืองไทย ขนาดไหน ?