ทำไมยักษ์ใหญ่ NTT DOCOMO จากญี่ปุ่น ถึงลงทุนใน "Amaze" ของเครือซีพี ?

ทำไมยักษ์ใหญ่ NTT DOCOMO จากญี่ปุ่น ถึงลงทุนใน "Amaze" ของเครือซีพี ?

ลองนึกภาพว่า ถ้าเราเดินเข้า 7-Eleven ซื้อแซนด์วิช แล้วได้พอยท์
เดินต่อไป Lotus's ซื้อของเข้าบ้าน ก็ได้พอยท์อีก
จ่ายบิลค่าเน็ต True ก็ได้พอยท์เพิ่ม
แล้ววันหนึ่ง พอยท์เหล่านั้น ถูกรวมเข้าด้วยกัน จนแลกเป็นส่วนลดค่าอาหาร เป็นคูปอง เป็นสินค้าในแอป
โลกของ "ลอยัลตี้" แบบนี้ คือสิ่งที่ญี่ปุ่นทำมาเป็น 10 ปีแล้ว ภายใต้ชื่อ "d POINT CLUB" ซึ่งมีสมาชิกมากถึง 100 ล้านคน
และวันนี้ ผู้เล่นเบอร์หนึ่งของโลกลอยัลตี้จากญี่ปุ่น กำลังจะขนโมเดลนี้มาลงที่ไทย ผ่านดีลกับเครือซีพี
แล้วเรื่องราวมันเป็นอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 NTT DOCOMO GLOBAL ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมและดิจิทัลของญี่ปุ่น กับ บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้บรรลุข้อตกลงเข้าร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านเงินทุน พร้อมลงนามในสัญญาจองซื้อหุ้น ในสัดส่วน 20% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดในแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ
ต่อมาในวันพุธที่ 25 มีนาคม 2569 การจองซื้อหุ้นเสร็จสมบูรณ์ และทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในสัญญาผู้ถือหุ้น รวมถึงข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจอย่างเป็นทางการ
และล่าสุด วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 ทั้งสองบริษัทก็ได้เปิดตัวโซลูชันแรกภายใต้ความร่วมมือนี้อย่างเป็นทางการ ในชื่อ "Amaze Survey"
คำถามคือ แล้วทำไม NTT DOCOMO ถึงต้องข้ามน้ำข้ามทะเล มาลงทุนในไทย ?
คำตอบ อยู่ที่คำว่า "Amaze"
Amaze คือแพลตฟอร์มสำหรับผู้บริโภคชาวไทย ที่แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ เปิดตัวไปเมื่อประมาณ 1 ปีก่อน
โดยเป็นการผนวก 2 อย่างเข้าด้วยกัน นั่นคือ
- Amaze Mall ฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซสำหรับซื้อสินค้า
- Amaze Points ระบบพอยท์สะสม ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจในเครือซีพีทั้งหมด
แค่ในเวลาแค่ 1 ปี Amaze มีสมาชิกเติบโตขึ้นมาแล้วประมาณ 4 ล้านคน (ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2569)
และเมื่อลองดูเครือข่ายที่ Amaze เชื่อมโยงถึง จะพบว่ามีขนาดไม่ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็น
7-Eleven ประมาณ 15,000 สาขา
Lotus's ประมาณ 2,500 สาขา
True ที่มีผู้ใช้งานประมาณ 52 ล้านเลขหมาย
ซึ่งแต่ละธุรกิจ ล้วนเป็นหนึ่งในเครือข่ายร้านค้า หรือฐานสมาชิกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
พูดง่าย ๆ ก็คือ Amaze นั่งอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทย ตั้งแต่ตื่นนอน จนถึงเข้านอน
นั่นจึงเป็นคำตอบว่า ทำไม NTT DOCOMO ถึงสนใจ Amaze มากขนาดนี้
ทีนี้ก็มาถึงคำถามต่อมา แล้ว NTT DOCOMO จะเอาอะไรมาใส่ให้ Amaze ?
คำตอบ คือ "องค์ความรู้ด้านลอยัลตี้" ที่สั่งสมมา 10 กว่าปีในญี่ปุ่น
DOCOMO Group เป็นผู้ดำเนินธุรกิจ d POINT CLUB โปรแกรมสะสมคะแนนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 100 ล้านคน
พร้อมความเชี่ยวชาญในธุรกิจโซลูชันการตลาด ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และการวิเคราะห์เชิงลึก
และที่สำคัญ DOCOMO ยังจับมือกับบริษัทในเครืออย่าง INTAGE บริษัทวิจัยตลาดชั้นนำของญี่ปุ่น ซึ่งจะกลายเป็นขุมพลังสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้
ภายใต้ดีลนี้ ทั้งสองบริษัท จะเปิดตัวโครงการใน 2 ด้านหลัก
1. โซลูชันการตลาดสำหรับภาคธุรกิจในไทย
โซลูชันแรกที่เปิดตัว ในวันที่ 24 เมษายน 2569 คือ "Amaze Survey"
ฟังเผิน ๆ อาจเหมือนแบบสำรวจทั่วไป แต่จุดที่แตกต่าง คือ มันสามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมายไปยังสมาชิก Amaze โดยเฉพาะ ไม่ได้สุ่มจากคนทั่ว ๆ ไป
สมาชิก Amaze ที่ตอบแบบสำรวจ จะได้รับ Amaze Points เป็นรางวัล ส่วนภาคธุรกิจ ก็จะได้รับข้อมูลเชิงลึกคุณภาพสูง ที่ใช้ประกอบการตัดสินใจทางการตลาดได้จริง
โซลูชันนี้ พัฒนาร่วมกันโดย แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ กับกลุ่มบริษัท INTAGE โดยต่อยอดจากโมเดลที่ DOCOMO และ INTAGE ใช้ในญี่ปุ่นมาแล้ว และสร้างผลงานได้แข็งแกร่งมากในตลาดลอยัลตี้ญี่ปุ่น
2. โปรแกรม Consumer Engagement ตลอดทั้งปี
แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ยังเตรียมเปิดตัวโครงการ "Consumer Engagement Program" ที่จะดำเนินต่อเนื่องตลอดปี 2569 โดยมีแคมเปญหลัก เช่น
- พอยท์ 3 เท่า สำหรับการใช้จ่ายที่ 7-Eleven, Lotus's และ ODM ผ่านแอป Amaze
- สิทธิพิเศษผู้ใช้ใหม่ ซื้อครั้งแรกผ่าน Amaze Super App จะได้รับพอยท์สะสมมูลค่า 200 บาท ทุก ๆ การใช้จ่าย 500 บาท
นอกจากนี้ ยังมีอีกไฮไลต์ที่น่าสนใจ คือ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป Amaze Mall จะเปิดหมวดใหม่ชื่อ "Amazing Japan" ซึ่งจะนำเสนอแบรนด์สินค้าจากญี่ปุ่น ที่เน้นคุณภาพและความน่าเชื่อถือ พร้อมสื่อสารเรื่องราวเบื้องหลังของแต่ละแบรนด์
โดยแบรนด์ญี่ปุ่นชั้นนำที่กำลังพิจารณาเข้าร่วม มีทั้ง MITSUKOSHI DEPACHIKA, aiwa, Bigen, IRIS OHYAMA, LION, SHARP และอีกมากมาย
พูดได้ว่า ดีลนี้ ไม่ได้จบแค่ที่การลงทุน แต่มันคือการเปิดประตูสินค้าญี่ปุ่นระดับพรีเมียม ให้เข้าสู่ตลาดผู้บริโภคไทยอย่างเป็นระบบ
แล้วผู้บริหารทั้งสองฝั่ง มองดีลนี้อย่างไร ?
Mr. Hiroki Kuriyama ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NTT DOCOMO GLOBAL มองว่าประเทศไทย เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในภาคดิจิทัล และคาดว่าจะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
ความร่วมมือนี้ จึงไม่ใช่แค่พันธมิตรด้านเงินทุน แต่คือการนำองค์ความรู้ด้านการตลาดค้าปลีกจากญี่ปุ่น มาสร้างคุณค่าที่จับต้องได้ในตลาดไทย
คุณธรินทร์ ธนียวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ และผู้อำนวยการบริหารกลุ่ม ด้านอีคอมเมิร์ซ เครือซีพี บอกว่า ดีลนี้จะทำให้พาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานไม่ซ้ำกันกว่า 40 ล้านราย ทั่วอีโคซิสเต็มในเครือซีพี โดยไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอง
Mr. Hideki Ishibashi ผู้บริหารและหัวหน้า Consumer Services Company ของ NTT DOCOMO บอกว่า การขยายไปไทย ถือเป็นโมเดลต้นแบบของการนำสินทรัพย์ภายในประเทศญี่ปุ่น มาปรับใช้ในตลาดต่างประเทศ
และเป็นครั้งแรก ที่ DOCOMO จะแสดงให้เห็นถึงการผสานพลังกับ INTAGE ในตลาดนอกญี่ปุ่น
โดย DOCOMO ตั้งเป้าจะนำ "Single ID Marketing" ซึ่งเป็นโซลูชันที่พัฒนาในญี่ปุ่น มาเปิดให้บริการในไทย และวางแผนขยายต่อไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ บอกว่า การลงทุนของ NTT DOCOMO Global ครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจร่วมกัน แต่ยังตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซของภูมิภาค
โดยความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการเชื่อมศักยภาพระหว่าง 2 บริษัท เพื่อยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนา Analytics และ AI รวมถึงเปิดโอกาสให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นได้ในอนาคต
สรุปแล้ว ดีลนี้คืออะไรกันแน่ ?
มันคือการเอา 3 สิ่งมาเจอกัน
- เครือข่ายของเครือซีพี ที่ครอบคลุมชีวิตประจำวันของคนไทย ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงสัญญาณมือถือ
- องค์ความรู้ด้านลอยัลตี้ของ DOCOMO ที่สั่งสมจากฐานสมาชิกร้อยล้านคนในญี่ปุ่น
- ความเชี่ยวชาญด้านวิจัยตลาดของ INTAGE ที่รู้ลึกรู้จริงเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภค
ทั้งหมดนี้ ถูกวางลงบนแพลตฟอร์มเดียว ที่ชื่อว่า Amaze
และถ้ามองในภาพใหญ่ นี่อาจเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยน "พอยท์" ในชีวิตประจำวันของคนไทย ให้มีมูลค่าและมีความหมายมากกว่าที่เคยเป็น
เพราะในที่สุดแล้ว เกมของลอยัลตี้ ไม่ใช่เกมของพอยท์
แต่คือเกมของ "ข้อมูล" ที่สะสมมากับทุกพอยท์นั้น..
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon