
Samsung ตกลงกับสหภาพแรงงาน จ่ายโบนัสให้พนักงานในแผนกชิป เฉลี่ยคนละ 11 ล้านบาท
Samsung Electronics จะจัดสรรเงินประมาณ 40 ล้านล้านวอน (865,200 ล้านบาท) ในรูปแบบหุ้นและเงินสด ให้กับพนักงานในแผนกชิป เพื่อเป็นเงินโบนัสสำหรับปีนี้ หลังจากที่บริษัทสามารถบรรลุข้อตกลงในนาทีสุดท้ายกับสหภาพแรงงาน เพื่อหลีกเลี่ยงการประท้วงหยุดงาน
Samsung มีพนักงานในแผนกเซมิคอนดักเตอร์จำนวน 78,000 คน แม้ว่าระดับเงินโบนัสของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป แต่พนักงานมีโอกาสจะได้รับเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 513 ล้านวอน (11.1 ล้านบาท)
ทั้งนี้ พนักงานของ Samsung ได้รับเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 158 ล้านวอน (3.4 ล้านบาท) ในปี 2025 ตามข้อมูลที่บริษัทได้ยื่นรายงานไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
จากประมาณการอื่น ๆ รวมถึงของสำนักข่าว Yonhap News คาดการณ์ว่าพนักงานในแผนกความจำ (Memory Division) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด อาจมีสิทธิ์ได้รับเงินส่วนแบ่งรายบุคคลสูงถึงประมาณ 600 ล้านวอน (13.0 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม Samsung ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขจำนวนพนักงานที่แน่ชัดในแต่ละแผนกย่อยของเซมิคอนดักเตอร์
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นตามรอยคู่แข่งอย่างบริษัท SK Hynix ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ก็ได้ตกลงจ่ายโบนัสเช่นกัน โดยโบนัสจริงของ Samsung จะขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทและความต้องการชิปเป็นสำคัญ
ภายใต้ข้อตกลงเบื้องต้นดังกล่าว ซึ่งยังคงต้องรอการอนุมัติจากสมาชิกสหภาพแรงงาน Samsung ตกลงที่จะจัดสรรผลกำไร 10.5% เพื่อจ่ายเป็นโบนัสในรูปแบบของหุ้น และอีก 1.5% ในรูปแบบของเงินสด
โดยโครงการโบนัสใหม่นี้จะดำเนินต่อไปในทุก ๆ ปีเป็นเวลา 10 ปี ตราบใดที่ผลกำไรยังเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า กำไรจากการดำเนินงานในปี 2026 ของ Samsung จะเติบโตขึ้นถึง 7 เท่า ไปอยู่ที่ประมาณ 333 ล้านล้านวอน (7.2 ล้านล้านบาท)
การจ่ายเงินโบนัสนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2027 โดยพนักงานจะได้รับอนุญาตให้ขายหุ้นจำนวน 1 ใน 3 ได้ทันที ส่วนที่เหลือจะแบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ ตลอดระยะเวลาอีก 2 ปีถัดไป
เงินโบนัสเหล่า นี้ตอกย้ำถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ที่เพิ่มมากขึ้นของแรงงานในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดย Samsung และ SK Hynix ร่วมกับ บริษัท TSMC ได้กลายมาเป็นเสาหลักสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการขับเคลื่อนและสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานของ AI ทั่วโลก
ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปและหน่วยความจำระดับแนวหน้าเพื่อส่งป้อนให้แก่ Data Centers ตั้งแต่ในแคลิฟอร์เนียไปจนถึงตะวันออกกลาง ดังนั้น การหยุดชะงักใด ๆ ในกระบวนการผลิตในปัจจุบัน ย่อมส่งผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ที่แผ่ขยายไปไกลกว่าแค่ในประเทศเกาหลีใต้
เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่การได้เข้าทำงานที่ Samsung หรือ SK Hynix ถือเป็นหนึ่งในรางวัลสูงสุดสำหรับนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ ผู้ซึ่งต้องผ่านการแข่งขันทางวิชาการที่เข้มข้นและกดดันที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพื่อไขว่คว้าหน้าที่การงานที่มั่นคงและมีหน้ามีตาในสังคม
การจ่ายผลตอบแทนที่สูงเป็นพิเศษ ซึ่งกำลังหลั่งไหลไปสู่พนักงานในครั้งนี้ ถูกมองจากหลายฝ่ายในเกาหลีใต้ว่าเป็นเสมือนสิ่งพิสูจน์ความสำเร็จ ที่หาได้ยากของระบบการแข่งขันดังกล่าว
กระแสความนิยมและการเติบโตอย่างร้อนแรงของ AI ยังได้ช่วยเพิ่มความมั่งคั่งให้แก่ตระกูลอี ซึ่งเป็นเจ้าของ Samsung อย่างมหาศาล โดย Jay Y Lee เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเกาหลีใต้ด้วยทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (1 ล้านล้านบาท)
ขณะที่ทรัพย์สินรวมของครอบครัวเขา ซึ่งร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย ได้พุ่งสูงขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 45.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.5 ล้านล้านบาท) ณ เดือนมีนาคม ตามการจัดอันดับมหาเศรษฐีของ Bloomberg Billionaires Index