สรุปเหตุผล UBS ปรับเป้าราคาหุ้น Micron จาก 535 เป็น 1,625 ดอลลาร์ ในครั้งเดียว

สรุปเหตุผล UBS ปรับเป้าราคาหุ้น Micron จาก 535 เป็น 1,625 ดอลลาร์ ในครั้งเดียว

ข่าวใหญ่เมื่อไม่กี่วันก่อน UBS สถาบันการเงินระดับโลก ได้ออกรายงานบทวิเคราะห์ (26/05/2026) หุ้น Micron Technology หรือ Micron หุ้นที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาเป็นพิเศษในตอนนี้
ประเด็นที่น่าสนใจคือ การปรับเป้าราคาหุ้น Micron จาก 535 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นเป็น 1,625 ดอลลาร์สหรัฐในครั้งเดียว..
นั่นคือ การปรับเป้าขึ้นราว 3 เท่า ขณะที่ราคาหุ้น Micron ณ วันที่ทำรายงาน อยู่ที่ราว 751 ดอลลาร์สหรัฐ
เรียกได้ว่า การปรับเป้าราคาหุ้นขนาดนี้ สำหรับหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ระดับ Mega-cap แบบนี้แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
จุดพีกอีกอย่างคือ การประมาณการปี 2028 กับตัวเลขรายได้สูงถึง 274,110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรมหาศาล 201,680 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งนี่คือ กำไรระดับที่มากกว่ากำไรทั้งปี 2026 (สิ้นสุดเดือนมกราคม) ของ NVIDIA ราว 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเสียอีก..
แต่เมื่อมองเข้าไปลึก ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การปรับเป้าราคาหุ้นธรรมดา
เพราะ UBS กำลังบอกว่าโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจชิปหน่วยความจำโลกกำลังเปลี่ยนไป
เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
Micron เป็นบริษัทอเมริกัน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1978 ผลิตชิปหน่วยความจำ 2 ประเภทหลัก คือ
- DRAM ที่ใช้ในการประมวลผลแบบ Real-time
- และ NAND Flash ที่ใช้เก็บข้อมูลในโทรศัพท์และ SSD
ลูกค้าหลักก็คือ บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Apple, Google, Microsoft, Amazon
ปัญหาของธุรกิจนี้ที่มีมาตลอดหลายสิบปีคือ ความผันผวนที่รุนแรง เมื่อ Demand สูงกว่า Supply ราคาชิปพุ่ง กำไรพุ่ง แต่พอ Supply ล้นตลาด ราคาร่วง กำไรหาย
นักลงทุนจึงมักมองว่า Micron คือหุ้นวัฏจักรสุดผันผวน
แต่ UBS บอกว่ากำลังเปลี่ยนไปแล้ว..
เพราะสิ่งที่เรียกว่า LTA หรือ Long Term Agreements ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายชิประยะยาวรูปแบบใหม่ที่กำลังแพร่หลายในอุตสาหกรรม
สัญญา LTA ในอดีตนั้นเป็นแค่การตกลงปริมาณซื้อขาย แต่ LTA รูปแบบใหม่นี้ต่างออกไปมาก
เพราะครอบคลุมทั้งระยะเวลา 3-5 ปี และปริมาณที่กำหนดไว้ชัดเจน
ที่สำคัญที่สุดคือ การล็อกราคาบางส่วนไว้ล่วงหน้า โดยมีโครงสร้างในลักษณะ “2+3” หรือ “3+2” หมายถึง 2-3 ปีแรกราคาคงที่ ส่วนที่เหลือปรับตามตลาด
และลูกค้าที่เซ็นสัญญา LTA เหล่านี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือบรรดา Hyperscaler หรือบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั้ง Microsoft, Google, Amazon, Meta ซึ่งล้วนต้องการหน่วยความจำปริมาณมหาศาล เพื่อรองรับการเติบโตของ AI
ถ้าถามว่าทำไมยักษ์ใหญ่เหล่านี้ถึงยอมล็อกราคาล่วงหน้า
คำตอบก็ตรงไปตรงมา พวกเขาต้องการความมั่นใจว่าจะมีชิปใช้ได้ต่อเนื่อง และต้องการป้องกันตัวเองจากราคาที่อาจพุ่งสูงขึ้นหากอุปสงค์ AI ระเบิดออกมาเร็วกว่าที่คาด
ขณะที่ฝั่ง Micron ก็ยอมแลกรายได้ระยะสั้นบางส่วน เพื่อแลกกับการมองเห็นอนาคตที่ชัดเจนขึ้น
UBS ประเมินว่า ในปี 2027 ราว 20-30% ของปริมาณ DRAM ทั้งอุตสาหกรรมจะอยู่ภายใต้สัญญา LTA แบบใหม่นี้ และบรรดา Hyperscaler ได้ล็อกราคา Server DDR5 ไว้แล้วถึงราว 60-70% ของปริมาณตลาด
มันเหมือนกับร้านอาหารที่เคยต้องลุ้นทุกวันว่าจะมีลูกค้าเข้ามาหรือเปล่า แต่วันหนึ่งมีกลุ่มลูกค้าองค์กรมาบอกว่าจะจ่ายเงินจองโต๊ะล่วงหน้า 3 ปี.. ในราคาที่ตกลงกันไว้แล้ว
นอกจากนี้ ยังมีเรื่อง HBM หรือ High Bandwidth Memory ชิปหน่วยความจำความเร็วสูงพิเศษที่ใช้ใน GPU ของ NVIDIA และชิป AI ต่าง ๆ Micron เป็นหนึ่งในสามผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก ร่วมกับ SK Hynix และ Samsung
UBS คาดว่าราคา HBM ของ Micron จะเพิ่มขึ้นถึง 50% ในปี 2027 จากที่ทั้งสามรายตั้งใจรักษาระดับราคาพรีเมียมไว้ ยิ่งทำให้ภาพรวมของรายได้ดูดีขึ้นไปอีก
พอเป็นแบบนี้ UBS จึงได้ประมาณการตัวเลขรายได้และกำไรใหม่ทั้งหมด
ปี 2026 คาดว่า Micron จะมีรายได้ก้าวกระโดดขึ้นไปแตะ 116,596 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีกำไรสูงถึง 73,576 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
(ปี 2025 Micron มีรายได้ 37,378 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไร 8,539 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ก่อนที่จะเติบโตอย่างร้อนแรงต่อเนื่องในปี 2027 ด้วยรายได้มหาศาลระดับ 230,707 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกำไรทะลุ 167,360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
และจะไปพีกสุดขีดในปี 2028 กับตัวเลขรายได้สูงถึง 274,110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำกำไรได้มหาศาลถึง 201,680 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ถ้าถามว่า กำไรระดับ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐมากขนาดไหน ?
ต้องบอกว่า นี่คือระดับกำไรที่มากกว่ากำไรทั้งปี 2026 (สิ้นสุดเดือนมกราคม) ของ NVIDIA ราว 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเสียอีก
ส่งผลมายังตัวเลขประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของ Micron
ปี 2027 คาด EPS หรือกำไรต่อหุ้น ที่ 142 ดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2028 คาด EPS ที่ 170 ดอลลาร์สหรัฐ
และแม้แต่ปี 2029 ที่ตามวงจรปกติควรจะเป็นช่วงขาลง ก็ยังคาด EPS ที่ 117 ดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งหมดนี้อยู่เหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ตลอด 3 ปีต่อเนื่อง
ซึ่งในอดีต Micron เคยขาดทุนต่อหุ้นถึง 4.45 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2023 เพิ่งมีกำไร 1.31 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2024 และมาสู่ 8.29 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025
แต่ตอนนี้ UBS คาดว่า EPS จะก้าวกระโดดไปที่ระดับ 3 หลัก..
และนี่คือ สิ่งที่เปลี่ยนวิธีคิดในการประเมินมูลค่าหุ้น UBS เลิกใช้วิธีประเมินแบบเดิมที่แยกส่วนธุรกิจ (Sum of the Parts) ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กับบริษัทที่กำไรขึ้นลงไม่แน่นอน
แล้วหันมาใช้ Forward P/E ซึ่งถือเป็นคีย์สำคัญในการปรับขึ้นเป้าราคาหุ้นอย่างแรงในครั้งนี้ด้วย
UBS บอกตรง ๆ ว่า ไม่มีเหตุผลใดที่ Micron ควรถูกประเมินด้วย P/E ที่แตกต่างจาก NVIDIA มากนัก หากโครงสร้างรายได้เปลี่ยนไปจริง
สะท้อนภาพว่า Micron กำลังกลายเป็นบริษัทที่มีกระแสเงินสดและกำไรที่สม่ำเสมอ คาดเดาได้ชัดเจนจากสัญญาระยะยาวที่จับมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกนั่นเอง
แล้วเลข 1,625 ดอลลาร์สหรัฐ มันมาจากไหน ?
เริ่มจากตัวแปรแรก P/E
วิธีคิดในการประเมินมูลค่าหุ้น UBS ใช้ Forward P/E ที่ระดับ 15 เท่า ซึ่งมันเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีของ Micron เอง
ตัวแปรที่ 2 EPS
EPS ของปี 2029 ที่ประมาณ 117 ดอลลาร์สหรัฐ และนำมาคิดลดมูลค่ากลับมาเป็นมูลค่าของปี 2028 ด้วยต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้นที่ประมาณ 12% หรือเหลือราว 105 ดอลลาร์สหรัฐ
โดยให้เหตุผลว่า การยึดตัวเลข EPS ของปี 2029 เป็นหลัก เพราะเชื่อว่าสามารถสะท้อนความสามารถในการทำกำไรของ Micron ตลอดทั้งวัฏจักรธุรกิจ ภายใต้ระบบข้อตกลงสัญญาระยะยาว (LTA) ได้ดีที่สุด
เนื่องจากเมื่อถึงเวลานั้น ได้คำนวณบนสมมติฐานที่อุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำเข้าสู่ช่วงขาลงระดับปานกลาง แต่บริษัทจะยังมีสัญญา LTA คอยช่วยค้ำพยุงฐานกำไรเอาไว้
เมื่อ Forward P/E x EPS = 15 x 105
ก็จะเป็นที่มาเบื้องหลัง (ประมาณการหลังปรับปรุงเงินสดสุทธิ) 1,625 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราคาหุ้นคาดการณ์ในอีก 1 ปีข้างหน้านั่นเอง
ถึงตรงนี้ ถ้ามองในภาพใหญ่ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขราคาเป้าหมายเท่านั้น แต่คือสิ่งที่มันสะท้อนให้เห็นว่า โลก AI กำลังเปลี่ยนให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่หันมายอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อความมั่นใจ แทนที่จะรอต่อรองราคาในตลาดแบบเดิม
ซึ่งถ้า LTA เปลี่ยนเกมได้จริงตามที่ UBS ว่า Micron ก็อาจไม่ใช่หุ้นวนรอบวงจรแบบเดิมอีกต่อไปก็เป็นได้..
อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน หากภาวะเศรษฐกิจมหภาคเกิดการชะลอตัวลงอย่างรุนแรง หรือความต้องการเทคโนโลยี AI ไม่ได้เติบโตตามเป้าหมาย จนทำให้ลูกค้ายักษ์ใหญ่หันมายกเลิกหรือเจรจาต่อรองสัญญา LTA ใหม่ ราคาหุ้นของ Micron ที่ปรับตัวอย่างร้อนแรงที่ผ่านมา ก็มีโอกาสร่วงลงแรงได้เช่นกัน
ซึ่งทาง UBS มองว่า กรณีเลวร้ายที่สุด หรือ Downside Case สามารถลงไปได้ถึงที่ราคา 250 ดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว..
หมายเหตุ : บทความนี้จัดทำขึ้นจากข้อมูลในรายงานวิเคราะห์ของ UBS ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 บทความนี้มีเจตนาเพื่อนำเสนอและวิเคราะห์ข้อมูลในรายงานดังกล่าวตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏเท่านั้น มุมมองและประมาณการทั้งหมดเป็นของ UBS ซึ่งอาจแตกต่างจากนักวิเคราะห์รายอื่น และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามภาวะตลาด บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon