
หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ และ Cybersecurity กำลัง กลับตัวขึ้นอย่างแรง และนี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น
หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ และ Cybersecurity กำลัง กลับตัวขึ้นอย่างแรง และนี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น /โดย ลงทุนแมน
ลองนึกถึงหุ้นกลุ่มหนึ่ง ที่เคยเป็นดาวเด่นของตลาด แต่ในต้นปีนี้ กลับโดนเทขายอย่างหนัก จนราคาร่วงลงมาเป็นสิบ ๆ เปอร์เซ็นต์
ลองนึกถึงหุ้นกลุ่มหนึ่ง ที่เคยเป็นดาวเด่นของตลาด แต่ในต้นปีนี้ กลับโดนเทขายอย่างหนัก จนราคาร่วงลงมาเป็นสิบ ๆ เปอร์เซ็นต์
ทั้งที่ธุรกิจยังทำกำไรได้ดี รายได้ยังโต กระแสเงินสดยังไหลเข้าเป็นกอบเป็นกำ
กลุ่มนั้นก็คือ หุ้นซอฟต์แวร์ และ Cybersecurity
กลุ่มนั้นก็คือ หุ้นซอฟต์แวร์ และ Cybersecurity
และล่าสุด มันกำลังส่งสัญญาณกลับตัวขึ้นมาแรง
เรื่องนี้เกิดอะไรขึ้น และทำไมหลายคนถึงมองว่า นี่อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปก่อน ว่าทำไมหุ้นกลุ่มนี้ถึงตกหนัก
ตลอดปี 2026 ที่ผ่านมา หุ้นซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร (Enterprise Software / SaaS) ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล
ตลอดปี 2026 ที่ผ่านมา หุ้นซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร (Enterprise Software / SaaS) ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล
สาเหตุหลักคือความกลัวที่ว่า AI Agent หรือ AI ที่ทำงานแทนคนได้เอง จะเข้ามา “กิน” ธุรกิจซอฟต์แวร์แบบเดิม ที่คิดเงินเป็นรายหัว (Subscription) ทิ้ง
ความกลัวนี้รุนแรงถึงขั้นที่ มูลค่าตลาดของหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ หายไปเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาเพียงเดือนเดียว
ตัวอย่างความเสียหายที่เกิดขึ้น เช่น
ServiceNow (NOW) เคยร่วงลงมากกว่า 40% ภายในเวลาราว 4 เดือน จนราคาลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบปีที่ราว 83 ดอลลาร์
Intuit (INTU) เจ้าของ TurboTax และ QuickBooks ร่วงลงราว 38% นับจากต้นปี จากระดับกว่า 813 ดอลลาร์ ลงมาเหลือราว 388 ดอลลาร์
Salesforce (CRM) และ Adobe (ADBE) ก็ถูกเทขายอย่างหนักไม่แพ้กัน
มีนักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า การเทขายรอบนี้ขับเคลื่อนด้วยความกลัวมากกว่า ปัจจัยพื้นฐานที่แย่ลงจริง
พูดง่าย ๆ คือ คนขายเพราะกลัวอนาคต ไม่ใช่เพราะงบการเงินพัง
แล้วอะไรทำให้กลุ่มนี้เด้งกลับแรง ?
จุดเปลี่ยนสำคัญ มาจากผลประกอบการของ Snowflake (SNOW) ที่ออกมาดีเกินคาด พร้อมประกาศดีลด้านคลาวด์และชิปมูลค่าราว 6,000 ล้านดอลลาร์กับ Amazon
หุ้น Snowflake พุ่งขึ้นแรงราว 36% ในวันเดียว และกลายเป็นชนวนจุดติด “Relief Rally” หรือการกลับมาของหุ้นทั้งกลุ่ม เมื่อนักลงทุนเริ่มคิดได้ว่า บางที AI อาจไม่ได้มาฆ่าซอฟต์แวร์ แต่กลับมาช่วยเสริมให้แข็งแรงขึ้นต่างหาก
และตัวที่นำทัพการกลับตัว ก็คือ ServiceNow
หุ้น ServiceNow พุ่งขึ้นราว 14% ในวันเดียว ขึ้นไปปิดที่ราว 124 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3
หุ้น ServiceNow พุ่งขึ้นราว 14% ในวันเดียว ขึ้นไปปิดที่ราว 124 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3
โดยก่อนหน้านั้นก็บวกราว 6.5% บนวอลุ่มซื้อขายที่มากกว่าค่าเฉลี่ยถึงเท่าตัว
รวม ๆ แล้ว ราคาเด้งขึ้นราว 30% จากจุดต่ำ ภายในเวลาเพียงไม่กี่วันทำการ
และที่สำคัญ มันไม่ได้ขึ้นตัวเดียว แต่ลากทั้งกลุ่มขึ้นไปด้วย โดยกองทุน ETF หุ้นซอฟต์แวร์อย่าง IGV ก็บวกขึ้นราว 5% ในวันเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้ก็ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อกองทุนรวมไทยที่เน้นกลุ่มนี้อย่าง MEGA10CYBER อีกด้วย
ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ แต่ Cybersecurity ก็มาด้วย
แรงกลับตัวรอบนี้ ลามไปถึงหุ้นกลุ่มความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ด้วย เพราะยิ่งองค์กรใช้ AI มากเท่าไร ความต้องการด้านความปลอดภัยก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
ตัวอย่างหุ้นที่เด้งขึ้นในช่วงเดียวกัน เช่น
Rubrik (RBRK) บวกราว 9%
CrowdStrike (CRWD) บวกราว 7.5%
Palo Alto Networks (PANW) บวกราว 6.3%
Fortinet (FTNT) บวกราว 4%
Rubrik (RBRK) บวกราว 9%
CrowdStrike (CRWD) บวกราว 7.5%
Palo Alto Networks (PANW) บวกราว 6.3%
Fortinet (FTNT) บวกราว 4%
รวมถึงหุ้นซอฟต์แวร์อื่น ๆ ที่ขึ้นยกแผง เช่น Oracle, Atlassian, Datadog, Workday, monday และ Salesforce
เรียกได้ว่าเป็นการกลับตัวแบบ “ทั้งกระดาน” ไม่ใช่แค่หุ้นตัวใดตัวหนึ่ง
หัวใจของเรื่องนี้ ก็คือ หุ้นกลุ่มนี้ มี Valuation ที่ไม่แพง อีกต่อไป
สิ่งที่ทำให้หลายคนมองว่า นี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการกลับตัว ก็คือเรื่อง “ความถูก-แพง” ของราคาหุ้น
เพราะหลังจากร่วงลงมาเยอะ ทำให้ค่า P/E (อัตราส่วนราคาต่อกำไร) ของหุ้นกลุ่มนี้ ลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าอดีตของตัวเองมาก
Salesforce (CRM) มี Forward P/E เหลือราว 14 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่เคยสูงระดับร้อยกว่าเท่า
Intuit (INTU) มี Forward P/E เหลือราว 15 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ย 3-5 ปีที่ราว 50 เท่า
Adobe (ADBE) ซื้อขายที่ระดับ P/E ราว 20 เท่า ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ถูกที่สุด
ServiceNow (NOW) แม้ค่า P/E ดูสูงตามสไตล์หุ้นเติบโต แต่ Forward P/E ก็ลงมาอยู่ในระดับราว 25-28 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของตัวเองอย่างมาก โดยกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ยังเติบโตในระดับ 20-25% ต่อเนื่องหลายปี
จะเห็นว่า ทั้งกลุ่มนี้ ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับทั้งอดีตของตัวเอง และเมื่อเทียบกับการที่ธุรกิจยังเติบโตได้อยู่
เหตุผลที่หลายฝ่ายมองว่าการกลับตัวรอบนี้ อาจยังไปต่อได้ มาจากหลายปัจจัยประกอบกัน
1. การเทขายเกิดจากความกลัว ไม่ใช่พื้นฐานพัง รายได้และกระแสเงินสดของบริษัทเหล่านี้ยังเติบโต ความกลัวเรื่อง AI จึงอาจถูกตีความเกินจริงไป
2. มุมมองต่อ AI กำลังเปลี่ยน นักวิเคราะห์เริ่มมอง AI Agent ใหม่ ว่าเป็น “เครื่องมือที่ฝังอยู่ในแพลตฟอร์ม” ของบริษัทเหล่านี้ ไม่ใช่ “ตัวมาแทนที่” ทำให้บริษัทที่มีฐานลูกค้าและข้อมูลแข็งแรง กลับกลายเป็นผู้ได้ประโยชน์จาก AI เสียเอง
3. ราคายังอยู่ในระดับต่ำ เมื่อ Valuation ถูกกดลงมาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก หากความเชื่อมั่นกลับมา ก็ยังมี “ช่องว่าง” ให้ราคาปรับขึ้นได้อีก
4. การกลับตัวเพิ่งเริ่ม และเป็นวงกว้าง แรงซื้อกระจายไปทั้งกลุ่ม ทั้งซอฟต์แวร์และ Cybersecurity ไม่ได้กระจุกอยู่แค่ไม่กี่ตัว
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังมีอีกด้านที่ต้องระวัง
คำถามที่ว่า AI จะเสริม หรือจะแทนที่ ซอฟต์แวร์แบบเดิม ยังเป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน
คำถามที่ว่า AI จะเสริม หรือจะแทนที่ ซอฟต์แวร์แบบเดิม ยังเป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน
ถ้า AI พัฒนาเร็วจนทำงานแทนซอฟต์แวร์เหล่านี้ได้จริง การกลับตัวรอบนี้ก็อาจเป็นเพียงการเด้งระยะสั้น
และการที่ราคาถูก เมื่อเทียบกับอดีต ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ลงต่อได้อีก หากความกลัวกลับมาอีกครั้ง
แต่เมื่อผลประกอบการที่แข็งแกร่งเริ่มทยอยออกมา ความเชื่อมั่นก็เริ่มกลับมา จนเกิดการกลับตัวขึ้นแรงทั้งกลุ่ม ซึ่ง ServiceNow เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ว่าเด้งขึ้นราว 30% ในเวลาไม่กี่วัน
โดยที่ราคา ServiceNow ตอนนี้ก็อยู่ในระดับต่ำกว่า ก่อนที่มันเคยตกลงมา อยู่มาก..
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและความรู้เท่านั้น มิได้เป็นการชี้นำหรือคำแนะนำในการลงทุน ตัวเลขราคาและอัตราส่วนทางการเงินเป็นข้อมูล ณ ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การลงทุนในหุ้นต่างประเทศมีความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งความผันผวนของราคาและอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
——
MEGA10CYBER ร่วมเป็นเจ้าของกับ 10 บริษัทเทคโนโลยี ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) และซอฟต์แวร์องค์กร (Enterprise Software)
MEGA10CYBER ร่วมเป็นเจ้าของกับ 10 บริษัทเทคโนโลยี ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) และซอฟต์แวร์องค์กร (Enterprise Software)
-กองทุนเปิด MEGA 10 CYBERSECURITY AND ENTERPRISE SOFTWARE ชนิดสะสมมูลค่า (MEGA10CYBER-A)
และ กองทุนเปิด MEGA 10 CYBERSECURITY AND ENTERPRISE SOFTWARE เพื่อการเลี้ยงชีพ (MEGA10CYBERRMF)
จะเข้าไปลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ทั้งการพัฒนาและการให้บริการที่ถูกจัดกลุ่มอยู่ในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology ในกลุ่มอุตสาหกรรม (Industry Group) ประเภทซอฟท์แวร์และบริการ (Software & Services)
ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange: NYSE) หรือ ตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (Nasdaq Stock Market: NASDAQ)
กองทุนจะเลือกลงทุนในตราสารทุนของบริษัทข้างต้นในกลุ่มอุตสาหกรรมย่อย (Sub-Industry) ดังนี้
บริการอินเทอร์เน็ตและโครงสร้างพื้นฐาน (Internet Services & Infrastructure)
-ซอฟต์แวร์แอปพลิเคชัน (Application Software)
-ซอฟต์แวร์ระบบ (Systems Software)
-ซอฟต์แวร์แอปพลิเคชัน (Application Software)
-ซอฟต์แวร์ระบบ (Systems Software)
จากนั้นจะนำมาคัดเลือกบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูงสุดจากการเรียงลำดับ และสภาพคล่องสูง
ดังนั้น กองทุนจึงมีการลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology
ตัวอย่างบริษัทที่คาดว่า MEGA10CYBER-A และ MEGA10CYBERRMF จะเข้าไปลงทุน เช่น
-ServiceNow ระบบ Workflow Automation ระดับองค์กร ช่วยจัดการเรื่องบุคลากร และการให้บริการลูกค้าอัตโนมัติ
-Intuit ซอฟต์แวร์การเงินและภาษีสำหรับบุคคล และธุรกิจขนาดเล็ก
-Salesforce มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงด้านซอฟต์แวร์บริหารลูกค้าสัมพันธ์ และบริการคลาวด์ด้านการขาย และการตลาด
-Palo Alto Networks เกี่ยวกับด้านความปลอดภัยไซเบอร์ครบวงจร ทั้ง Firewall, Cloud Security และ Threat Intelligence
-Adobe มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงด้านซอฟต์แวร์จัดทำคอนเทนต์ภาพนิ่ง และวิดีโอ
-AppLovin แพลตฟอร์มโฆษณาและการทำเงินจากแอปมือถือ ให้บริการ AI วิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์
-Microsoft บริษัทซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ เจ้าของผลิตภัณฑ์ เช่น Windows, Office, Azure และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน OpenAI เจ้าของ ChatGPT และมีธุรกิจโซลูชันที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น Microsoft Defender for Business, Microsoft Sentinel & Cloud Security และ Microsoft Purview
*บริษัทดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ ตามเกณฑ์การลงทุนและสภาวะการลงทุน ณ ขณะนั้น
สนใจซื้อได้ที่ WealthX โหลด wealthx.co/getapp
สอบถามได้ที่ line id: @wealthx
สอบถามได้ที่ line id: @wealthx
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
การลงทุนในกองทุนรวมตราสารแห่งทุนอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์
กองทุนไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน จึงอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
กองทุนมีการลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน และควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนของกองทุน RMF กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางภาษีของกรมสรรพากร
ผู้ถือหน่วยลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับภายในกำหนดเวลา นอกจากนี้จะต้องชำระเงินเพิ่ม และ/หรือเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร
จัดทำ ณ วันที่ 1 มิ.ย. 2569