
รู้จัก “เคปเวิร์ด” อดีตเกาะค้าทาส สู่บอลโลกรอบสุดท้าย ครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ประเทศ
รู้หรือไม่ Luis Nani อดีตนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ Henrik Larsson ตำนานกองหน้าชาวสวีเดน ต่างก็มีเชื้อสายเคปเวิร์ด
เคปเวิร์ด หรือ Cape Verde หรือภาษาท้องถิ่นอ่านว่า กาบูเวร์ดี
นี่คือประเทศหมู่เกาะเล็ก ๆ ที่มีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับ ชลบุรีบ้านเรา และในอดีตเป็นศูนย์กลางค้าทาส ในมหาสมุทรแอตแลนติก
นี่คือประเทศหมู่เกาะเล็ก ๆ ที่มีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับ ชลบุรีบ้านเรา และในอดีตเป็นศูนย์กลางค้าทาส ในมหาสมุทรแอตแลนติก
นี่คือประเทศที่ได้เข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ประเทศในปีนี้
และลงสนามนัดแรก เจอกับอดีตแชมป์โลกอย่าง สเปน
และลงสนามนัดแรก เจอกับอดีตแชมป์โลกอย่าง สเปน
เคปเวิร์ด อยู่ตรงไหนของโลกใบนี้ ?
เศรษฐกิจบ้านเมืองเขา เป็นอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เศรษฐกิจบ้านเมืองเขา เป็นอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ถ้าเปิดแผนที่โลกดู เคปเวิร์ด เป็นประเทศหมู่เกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก ทางชายฝั่งตะวันตกของทวีปแอฟริกา โดยอยู่ห่างจากชายฝั่งของประเทศเซเนกัล ออกไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 570 กิโลเมตร
ประเทศนี้ประกอบไปด้วยเกาะภูเขาไฟรวมกัน 10 เกาะ มีขนาดพื้นที่รวมกันประมาณ 4,033 ตารางกิโลเมตร เทียบให้เห็นภาพชัด ๆ เกาะทั้งหมดรวมกันจะมีขนาดไล่เลี่ยกับพื้นที่จังหวัดชลบุรี
ประเทศนี้ มีประชากรจำนวนจำกัด และไม่มีทรัพยากรธรรมชาติอย่างน้ำมันหรือแร่ธาตุ เหมือนประเทศอื่นในทวีปแอฟริกา ทำให้ขนาดเศรษฐกิจในภาพรวม ไม่ได้ใหญ่โต
เคปเวิร์ด มีประชากรทั้งประเทศประมาณ 530,000 คน
ถ้าเทียบกับไทย ก็จะใกล้เคียงกับ จังหวัดพัทลุง หรือชุมพร ซึ่งถือเป็นกลุ่มจังหวัดขนาดกลาง ๆ ที่มีประชากรไม่หนาแน่นในไทย
ถ้าเทียบกับไทย ก็จะใกล้เคียงกับ จังหวัดพัทลุง หรือชุมพร ซึ่งถือเป็นกลุ่มจังหวัดขนาดกลาง ๆ ที่มีประชากรไม่หนาแน่นในไทย
ส่วนมูลค่าเศรษฐกิจตาม GDP ของเคปเวิร์ด อยู่ที่ประมาณ 89,000 ล้านบาท คิดเป็นไม่ถึง 1% ของประเทศไทย
พอหารจำนวนประชากรออกมา รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร หรือ GDP per Capita อยู่ราว 170,000 บาทต่อปี หรือ 14,166 บาทต่อเดือน
ซึ่งถ้าเทียบกับรายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนไทย ที่อยู่ที่ราว ๆ 265,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ย 22,100 บาทต่อเดือน
ก็จะเห็นว่า คนเคปเวิร์ด มีรายได้โดยเฉลี่ยน้อยกว่าคนไทยมากพอสมควร
ก็จะเห็นว่า คนเคปเวิร์ด มีรายได้โดยเฉลี่ยน้อยกว่าคนไทยมากพอสมควร
อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบกับบริบทของทวีปแอฟริกา ที่โดยเฉลี่ยแล้วหลายประเทศไม่ได้มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูง
เคปเวิร์ด ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง สูงที่สุด
เคปเวิร์ด ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง สูงที่สุด
โดยเคปเวิร์ด ถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง และถูกจัดว่ามีธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศเป็นเลิศ อันดับต้น ๆ ของทวีป
ในอดีต ก่อนศตวรรษที่ 15 พื้นที่แห่งนี้ เคยเป็นเกาะร้าง ที่ไม่มีคนอยู่เลย
จนกระทั่งปี 1460 นักเดินเรือชาวโปรตุเกส เดินทางมาพบและยึดครองเกาะแห่งนี้เป็นอาณานิคม
ซึ่งจำข้อมูลตรงนี้ไว้ดี ๆ เพราะตอนท้ายมันจะเฉลยว่า ทำไมประเทศนี้ถึงได้ไปบอลโลก..
ซึ่งจำข้อมูลตรงนี้ไว้ดี ๆ เพราะตอนท้ายมันจะเฉลยว่า ทำไมประเทศนี้ถึงได้ไปบอลโลก..
โปรตุเกส ไม่ได้มองเกาะนี้เป็นแค่ที่พักเรือ แต่มองเห็นชัยภูมิเชิงยุทธศาสตร์อันยอดเยี่ยมของพื้นที่นี้
ถ้าลองเปิดแผนที่โลกดู จะเห็นว่าเกาะแห่งนี้ อยู่ตรงกึ่งกลางของมหาสมุทรแอตแลนติกพอดี
โดยเป็นจุดเชื่อมระหว่างยุโรป แอฟริกา และทวีปอเมริกา ที่ยังถือเป็นฝั่งโลกใหม่ในตอนนั้น
โดยเป็นจุดเชื่อมระหว่างยุโรป แอฟริกา และทวีปอเมริกา ที่ยังถือเป็นฝั่งโลกใหม่ในตอนนั้น
โปรตุเกส เข้ามาพัฒนาเกาะแห่งนี้ โดยเฉพาะเมืองที่ชื่อว่า Ribeira Grande ให้กลายเป็นเมืองท่า มีสถานีการค้าและจุดขนถ่ายสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญ
และที่สำคัญ คือกลายสภาพเป็นหนึ่งในศูนย์กลาง ตลาดค้าทาส ที่ใหญ่ที่สุดในมหาสมุทรแอตแลนติก ในยุคอาณานิคม
พอหมดยุคค้าทาส เคปเวิร์ด ก็ค่อย ๆ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเรื่อย ๆ
จนประกาศเอกราชได้สำเร็จในปี 1975 และค่อย ๆ พัฒนาประเทศจนกลายเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคงในปัจจุบัน
จนประกาศเอกราชได้สำเร็จในปี 1975 และค่อย ๆ พัฒนาประเทศจนกลายเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคงในปัจจุบัน
โครงสร้างเศรษฐกิจของ เคปเวิร์ด ในทุกวันนี้คือ
- ภาคการบริการ อย่างภาคการท่องเที่ยว คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงประมาณ 74% ของ GDP
- ภาคอุตสาหกรรม คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 18% ของ GDP
- ภาคการเกษตรและประมง คิดเป็นสัดส่วน 8% ของ GDP
- ภาคการบริการ อย่างภาคการท่องเที่ยว คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงประมาณ 74% ของ GDP
- ภาคอุตสาหกรรม คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 18% ของ GDP
- ภาคการเกษตรและประมง คิดเป็นสัดส่วน 8% ของ GDP
จะเห็นว่า ภาคการท่องเที่ยว เป็นตัวแบกของประเทศ เพราะเมื่อไม่มีทรัพยากรใต้ดิน เคปเวิร์ด จึงต้องใช้ท้องทะเลให้เป็นแหล่งรายได้
ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเคปเวิร์ด คือการเป็นที่ตั้งของรีสอร์ตระดับโลก ในทำเลกึ่งกลางมหาสมุทรแอตแลนติก
จุดเด่นของภูมิประเทศที่นี่คือ มีแสงแดดดีตลอดปี และมีลมที่เหมาะแก่การเล่นกีฬาทางน้ำ
โดยเฉพาะที่ Sal Island และ เกาะ Boa Vista ที่ถ้าลองเสิร์ชรูปดู จะเห็นหาดทรายสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส คลื่นสวย
เกาะสองแห่งนี้ ถูกเนรมิตให้เป็นที่ตั้งของโรงแรมและรีสอร์ตระดับ 5 ดาว
ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวยุโรป โดยเฉพาะอังกฤษและโปรตุเกส ที่หนีหนาวมาพักผ่อน เพราะใช้เวลาบินไม่นานมากก็มาถึงแล้ว
รวมถึงเป็นเดสติเนชันระดับโลกสำหรับกีฬา Windsurfing และ Kiteboarding เพราะ แดด ลม คลื่น ที่ดีและเหมาะสมตลอดแทบทั้งปี
อีกขาคือ อุตสาหกรรมประมง และการแปรรูปสัตว์น้ำ
เนื่องจากตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ทำให้น่านน้ำของเคปเวิร์ด อุดมไปด้วยปลาเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะปลาทูน่า และปลาแอมเบอร์แจ็ก หรือที่ในญี่ปุ่นเรียกว่า ปลาคัมปาจิ
โดยเฉพาะปลาทูน่า และปลาแอมเบอร์แจ็ก หรือที่ในญี่ปุ่นเรียกว่า ปลาคัมปาจิ
ที่เคปเวิร์ด มีโรงงานแปรรูปและแช่แข็งปลาที่ได้มาตรฐาน เพื่อส่งออกไปยังตลาดใหญ่อย่าง สเปน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของการส่งออกทั้งหมด
และยังส่งไปโปรตุเกส ที่เคยเป็นเจ้าอาณานิคมในอดีต
และยังส่งไปโปรตุเกส ที่เคยเป็นเจ้าอาณานิคมในอดีต
อีกมุมที่น่าสนใจ คือโมเดลของสายการบินแห่งชาติของเคปเวิร์ด ที่ชื่อว่า Cabo Verde Airlines
โมเดลธุรกิจของสายการบินนี้ คือพยายามใช้ข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของเกาะ ที่อยู่กึ่งกลางมหาสมุทรแอตแลนติก แล้ววางตัวเองเป็นฮับการบินเชื่อมต่อ
โดยเชื่อมระหว่างทวีปแอฟริกา ยุโรป และอเมริกาใต้
คล้าย ๆ กับโมเดลของสายการบินในตะวันออกกลาง แต่อยู่ในฝั่งแอตแลนติกแทน
คล้าย ๆ กับโมเดลของสายการบินในตะวันออกกลาง แต่อยู่ในฝั่งแอตแลนติกแทน
อีกข้อมูลน่าสนใจ คือปัจจุบันมีคนเชื้อสายเคปเวิร์ดพลัดถิ่น อาศัยอยู่ทั่วโลก
โดยเฉพาะในโปรตุเกส สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส รวมกันมากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าประชากรที่อยู่บนเกาะจริง ๆ เสียอีก
แล้วทำไม เคปเวิร์ด ที่ประชากรแค่ 500,000 กว่าคน ถึงสร้างทีมมาเตะบอลโลกได้ ?
คำตอบคือย้อนกลับไปที่เรื่อง กลุ่มคนพลัดถิ่น และความสัมพันธ์กับโปรตุเกส..
ด้วยความที่คนเคปเวิร์ด อพยพไปอยู่ยุโรปเยอะมาก
ทำให้ลูกหลานของพวกเขาได้รับการฝึกฝนฟุตบอลจากอคาเดมีระดับโลกในยุโรป โดยเฉพาะอคาเดมีดัง ๆ ในโปรตุเกส เช่น เบนฟิกา, สปอร์ติง ลิสบอน
ทำให้ลูกหลานของพวกเขาได้รับการฝึกฝนฟุตบอลจากอคาเดมีระดับโลกในยุโรป โดยเฉพาะอคาเดมีดัง ๆ ในโปรตุเกส เช่น เบนฟิกา, สปอร์ติง ลิสบอน
และหลายคนอาจไม่รู้ว่า ยอดนักเตะระดับโลกอย่าง Luis Nani อดีตนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ Henrik Larsson ตำนานกองหน้าชาวสวีเดน ต่างก็มีเชื้อสายเคปเวิร์ด
เพราะตระกูลเป็นคนเคปเวิร์ดพลัดถิ่น ที่อพยพไปอยู่ในประเทศยุโรป
เพราะตระกูลเป็นคนเคปเวิร์ดพลัดถิ่น ที่อพยพไปอยู่ในประเทศยุโรป
และถ้าลองไล่ดูรายชื่อนักเตะชุดลุยฟุตบอลโลกของ เคปเวิร์ด ก็จะเห็นว่า ผู้เล่นส่วนใหญ่มาจากลูกหลานคนพลัดถิ่น ที่เล่นอยู่ทีมในลีกยุโรป เช่น ลีกในสเปน ฮังการี ฟินแลนด์
และยังมีผู้เล่นบางคน ที่เล่นอยู่ในลีกในสหรัฐอเมริกา ที่ครอบครัวอพยพไปตั้งถิ่นฐาน
และยังมีผู้เล่นบางคน ที่เล่นอยู่ในลีกในสหรัฐอเมริกา ที่ครอบครัวอพยพไปตั้งถิ่นฐาน
และที่สำคัญคือ ผู้เล่นหลายคน มาจากลีกในโปรตุเกส
ซึ่งเคยเป็นเจ้าอาณานิคมของ เคปเวิร์ด ในอดีตนั่นเอง
ซึ่งเคยเป็นเจ้าอาณานิคมของ เคปเวิร์ด ในอดีตนั่นเอง
และบางที มรดกที่สำคัญที่สุดที่โปรตุเกสทิ้งไว้ให้เคปเวิร์ด อาจไม่ใช่ภาษา วัฒนธรรม หรือสถาปัตยกรรม
แต่เป็นเส้นทางที่เปิดโอกาสให้ลูกหลานของประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้
เติบโตเป็นนักฟุตบอลระดับโลก และพาชาติบ้านเกิดมาสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ได้ในที่สุด..
เติบโตเป็นนักฟุตบอลระดับโลก และพาชาติบ้านเกิดมาสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ได้ในที่สุด..