
KT-BAI กองทุนเดียวจบ AI ทุกคอขวด เป็นเจ้าของ Claude และ ChatGPT ก่อน IPO
KT-BAI กองทุนเดียวจบ AI ทุกคอขวด เป็นเจ้าของ Claude และ ChatGPT ก่อน IPO
เตรียมพบกับกองทุน SeriesX ค่าจัดการต่ำ ชื่อ KT-BAI โอกาสการลงทุน “ครบทุกคอขวด” ในซัปพลายเชน AI ทุกระดับ แบบ full stack ทั่วโลก ในกองทุนเดียว
กองทุนนี้บริหารจัดการลงทุนแบบ Active เพื่อให้ตรงกับ Cycle ของเมกะเทรนด์ โดย BlackRock ทีมงานมืออาชีพระดับโลกไทย
✅กองทุนแรกในไทย ลงทุนครบทุกคอขวด AI ทั่วโลก
✅ลงทุนตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ชิป คลาวด์ ซอฟต์แวร์ โมเดล ไปจนถึงหุ่นยนต์ AI
✅ลงทุนใน Claude และ ChatGPT ก่อน IPO
✅บริหารแบบ Active เพื่อให้ตรงกับ Cycle โดย BlackRock
✅อยู่ในซีรีส์ X ค่าจัดการต่ำ ซื้อได้ที่ WealthX
✅ลงทุนตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ชิป คลาวด์ ซอฟต์แวร์ โมเดล ไปจนถึงหุ่นยนต์ AI
✅ลงทุนใน Claude และ ChatGPT ก่อน IPO
✅บริหารแบบ Active เพื่อให้ตรงกับ Cycle โดย BlackRock
✅อยู่ในซีรีส์ X ค่าจัดการต่ำ ซื้อได้ที่ WealthX
-ยกเว้นภาษี Capital Gain สูงสุด 35%
-ไม่เสียภาษีมรดกสหรัฐฯ สูงสุด 40%
-ไม่เสียภาษีมรดกสหรัฐฯ สูงสุด 40%
AI ไม่ได้โตจากชิปประมวลผลอย่างเดียว
แต่เติบโตได้ เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบอยู่ข้างหลัง
แต่เติบโตได้ เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบอยู่ข้างหลัง
ชิป คือสมอง AI
-ผู้ชนะคือ Nvidia, AMD, Intel และ Broadcom
-ผู้ชนะคือ Nvidia, AMD, Intel และ Broadcom
Memory และ Storage คือความจำ และคลังข้อมูล AI
-ผู้เล่นหลักมีไม่กี่ราย เช่น SK Hynix, Micron, Western Digital และ Sandisk
-ผู้เล่นหลักมีไม่กี่ราย เช่น SK Hynix, Micron, Western Digital และ Sandisk
Network คือเส้นเลือดที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
-กลุ่มการเชื่อมต่อความเร็วสูง Optical, Photonics มีผู้นำอย่าง Lumentum, Corning และ Fabrinet
-กลุ่มการเชื่อมต่อความเร็วสูง Optical, Photonics มีผู้นำอย่าง Lumentum, Corning และ Fabrinet
ไฟฟ้าและระบบระบายความร้อน คือสิ่งที่ทำให้ AI ทำงานได้ต่อเนื่อง
-ผู้นำกลุ่มนี้คือ Vertiv และ Delta Electronics
-ผู้นำกลุ่มนี้คือ Vertiv และ Delta Electronics
ส่วนโรงงานผลิตชิป ชื่อที่ขาดไม่ได้คือ TSMC
บริษัทเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่หุ้นเทคโนโลยี แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ AI ทั้งโลกต้องพึ่งพา
อีกด้านหนึ่ง คือ กลุ่มบริษัทที่กำลังทุ่มเงินมหาศาลลงทุนในโครงสร้างเหล่านี้
ไม่ว่าจะเป็น Alphabet, Tesla และ SpaceX
ไม่ว่าจะเป็น Alphabet, Tesla และ SpaceX
และที่ใกล้ตัวเราที่สุด..
บริษัทผู้พัฒนาโมเดลระดับโลกอย่าง OpenAI เจ้าของ ChatGPT และ Anthropic เจ้าของ Claude ซึ่งยังเป็นบริษัทนอกตลาดหุ้น
บริษัทผู้พัฒนาโมเดลระดับโลกอย่าง OpenAI เจ้าของ ChatGPT และ Anthropic เจ้าของ Claude ซึ่งยังเป็นบริษัทนอกตลาดหุ้น
รู้ไหมว่าบริษัทที่กล่าวมาทั้งหมดถูกมัดรวมกัน อยู่ในกองทุนนี้เพียงกองทุนเดียว
กองทุนนี้มีชื่อว่า “BAI” หรือ iShares A.I. Innovation and Tech Active ETF
กองทุนนี้มีชื่อว่า “BAI” หรือ iShares A.I. Innovation and Tech Active ETF
BAI มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ 560,000 ล้านบาท มูลค่ามากสุดในกองทุนธีม AI
และถูกบริหารจัดการโดย BlackRock บริษัทจัดการกองทุนใหญ่สุดในโลก
และถูกบริหารจัดการโดย BlackRock บริษัทจัดการกองทุนใหญ่สุดในโลก
กองทุนนี้จะช่วยให้เราเป็นเจ้าของบริษัทในซัปพลายเชน AI ทั้งระบบ ที่ไม่เหมือนกองทุนอื่น
ถ้าซื้อกองทุนเทคโนโลยีทั่วไป เราอาจได้หุ้นแบบเหมารวมเป็น 100 บริษัท
ถ้าเลือกหุ้นเอง เราต้องติดตาม และต้องคาดการณ์ว่ามูลค่ากำลังไหลไปอยู่ตรงไหน
ถ้าเราเลือกผิด เราอาจพลาดผู้ชนะในอีกชั้นหนึ่งของซัปพลายเชน
แต่กองทุนนี้ช่วยให้เราเข้าไปลงทุนใน AI ได้ครบวงจร แบบที่เราทำเองได้ยาก โดยมีจุดเด่นดังนี้
1. กองทุน BAI ไม่ได้ลงทุนใน AI แค่ชั้นเดียว แต่ลงทุนทั้ง AI stack
ตั้งแต่ชิปประมวลผล ชิปหน่วยความจำ การเชื่อมต่อ คลาวด์ ระบบเย็น ไปจนถึงบริษัทโมเดล AI
ตั้งแต่ชิปประมวลผล ชิปหน่วยความจำ การเชื่อมต่อ คลาวด์ ระบบเย็น ไปจนถึงบริษัทโมเดล AI
พูดง่าย ๆ คือ ไม่ได้เลือกแค่ว่าใครจะชนะในปลายทาง
แต่ลงทุนในโครงสร้างที่ทำให้ AI ทั้งระบบทำงานได้..
แต่ลงทุนในโครงสร้างที่ทำให้ AI ทั้งระบบทำงานได้..
2. พอร์ตของ BAI เน้นจุดที่สำคัญที่สุดของ AI ในแต่ละรอบ
ช่วงนี้ จะเป็นกลุ่ม Accelerated Computing หรือกลุ่มชิปและระบบประมวลผลความเร็วสูง รวมไปถึงชิปหน่วยความจำ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่หุ้นหลักของกองทุนมีชื่ออย่าง Nvidia, Broadcom, TSMC, SK Hynix, Lam Research, Lumentum, Fabrinet และ AMD เพราะทั้งหมดนี้คือบริษัท กำลังอยู่กลางกระแสการลงทุน AI Infrastructure
3. BAI ไม่ใช่ ETF เทคโนโลยีทั่วไป
BAI บริหารแบบ Active อธิบายง่าย ๆ ก็คือ กองทุนจะมีทีมผู้จัดการกองทุนจึงเลือกหุ้นเองได้
ปรับพอร์ตเองได้ และไม่จำเป็นต้องถือหุ้นเทคโนโลยีทุกตัวตามดัชนี
ปรับพอร์ตเองได้ และไม่จำเป็นต้องถือหุ้นเทคโนโลยีทุกตัวตามดัชนี
สิ่งที่กองทุนพยายามทำ คือเลือกบริษัทที่มีบทบาทจริงใน AI Supercycle
4. กระบวนการคัดหุ้นของ BAI นักลงทุนรายย่อยทำตามได้ยากมาก
เพราะกองทุนจะเริ่มจากการทำแผนที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั้งโลก
เริ่มจากหุ้นเทคโนโลยีประมาณ 1,500 บริษัท
แบ่งเป็น 6 กลุ่มใหญ่
38 กลุ่มย่อย
และ 88 อุตสาหกรรม..
แบ่งเป็น 6 กลุ่มใหญ่
38 กลุ่มย่อย
และ 88 อุตสาหกรรม..
จากนั้น ทีม BlackRock ก็จะคุยกับบริษัท ประมาณ 1,000 ครั้ง ต่อปี
ติดตามการประกาศงบการเงิน มากกว่า 500 ครั้ง ต่อไตรมาส
สร้างโมเดลมาวิเคราะห์ 500 โมเดล..
ติดตามการประกาศงบการเงิน มากกว่า 500 ครั้ง ต่อไตรมาส
สร้างโมเดลมาวิเคราะห์ 500 โมเดล..
ทั้งหมดนี้ เพื่อคัดเลือกหุ้น 1,500 บริษัทในตะกร้าให้เหลือเพียง 20 - 40 บริษัทเน้น ๆ ในแต่ละช่วงเวลา
จะเห็นได้ว่าการลงทุนใน AI ไม่ใช่แค่รู้จักบริษัทยอดฮิต เช่น Nvidia, Micron
แต่ต้องรู้ว่ามูลค่ากำลังไหลไปอยู่ตรงไหนของซัปพลายเชน..
แต่ต้องรู้ว่ามูลค่ากำลังไหลไปอยู่ตรงไหนของซัปพลายเชน..
วันนี้อาจเป็น GPU
วันหน้าอาจเป็น Memory
อีกช่วงหนึ่งอาจเป็น Optical, Power, Cooling หรือบริษัทผลิตชิปเฉพาะทาง
วันหน้าอาจเป็น Memory
อีกช่วงหนึ่งอาจเป็น Optical, Power, Cooling หรือบริษัทผลิตชิปเฉพาะทาง
จินตนาการว่าเรามานั่งตามเองทั้งหมด
ตามบริษัทเป็น 1,000 แห่ง
ตามงบหลายร้อยครั้งต่อไตรมาส
ดูทั้งชิป, Memory, Network, Data Center, Cloud, Power และ Model ไปพร้อมกัน
เราคงจะเหนื่อยไม่น้อย
ตามบริษัทเป็น 1,000 แห่ง
ตามงบหลายร้อยครั้งต่อไตรมาส
ดูทั้งชิป, Memory, Network, Data Center, Cloud, Power และ Model ไปพร้อมกัน
เราคงจะเหนื่อยไม่น้อย
ไม่ใช่เพราะนักลงทุนรายย่อยไม่เก่ง แต่เพราะ AI เป็นอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนเร็วเกินไปและเชื่อมโยงกันมากเกินไป
ที่น่าสนใจคือ กองทุนนี้ได้มีโอกาสเข้าไปลงทุนหุ้นที่ยังไม่ได้ IPO ชื่อดังอย่าง OpenAI ที่เป็นเจ้าของ ChatGPT และ Anthropic ที่เป็นเจ้าของ Claude อีกด้วย
โดยกองทุนนี้ถือ Anthropic อยู่ 0.65% และ OpenAI 0.28% ของพอร์ต
ถ้าเรามาดู 15 บริษัท ที่มีสัดส่วนการลงทุนมากสุดในกองทุน
SK Hynix 8.0%
Micron 6.3%
AMD 4.8%
Lam Research 4.6%
TSMC 4.3%
Broadcom 4.1%
Nvidia 4.0%
Western Digital 3.5%
Tower Semiconductor 3.4%
Elite Material 3.3%
Intel 3.2%
Alphabet 3.1%
Sandisk 3.0%
SpaceX 2.8%
Lumentum 2.5%
Micron 6.3%
AMD 4.8%
Lam Research 4.6%
TSMC 4.3%
Broadcom 4.1%
Nvidia 4.0%
Western Digital 3.5%
Tower Semiconductor 3.4%
Elite Material 3.3%
Intel 3.2%
Alphabet 3.1%
Sandisk 3.0%
SpaceX 2.8%
Lumentum 2.5%
สรุปก็คือ BAI ไม่ได้พยายามตอบคำถามว่าหุ้น AI ตัวไหนจะชนะเพียงตัวเดียว
แต่พยายามตอบคำถามที่ใหญ่กว่านั้น
เพื่อตอบว่าหุ้นจำนวนประมาณ 40 บริษัทในพอร์ตการลงทุน จะต้องอยู่ใน AI Supercycle ในแต่ละช่วงเวลา เพื่อโอกาสการสร้าผลตอบแทนในเมกะเทรนด์ AI ให้ได้มากที่สุดจริง ๆ และไม่จำกัดว่าอยู่ในตลาดหุ้นหรือนอกตลาดหุ้นอีกด้วย
เพื่อตอบว่าหุ้นจำนวนประมาณ 40 บริษัทในพอร์ตการลงทุน จะต้องอยู่ใน AI Supercycle ในแต่ละช่วงเวลา เพื่อโอกาสการสร้าผลตอบแทนในเมกะเทรนด์ AI ให้ได้มากที่สุดจริง ๆ และไม่จำกัดว่าอยู่ในตลาดหุ้นหรือนอกตลาดหุ้นอีกด้วย
เตรียมพบกับกองทุน KT-BAI กองทุน SeriesX ค่าจัดการต่ำ ที่เปิดโอกาสให้เข้าถึงการลงทุนใน BAI หรือ iShares A.I. Innovation and Tech Active ETF เสนอขาย IPO ระหว่าง 29 มิ.ย. - 3 ก.ค. นี้ TER 0.94% เปิดให้ซื้อที่ WealthX
โปรโมชันช่วง IPO
-ซื้อ 10,000 บาทขึ้นไป ได้รับเพิ่มกองทุน KT-BAI มูลค่า 5% ของค่าธรรมเนียมซื้อ
-ซื้อ 2 ล้านบาทขึ้นไป ได้รับเพิ่มกองทุน KT-BAI มูลค่า 10% ของค่าธรรมเนียมซื้อ
(ได้รับกองทุนเพิ่มในวันที่ 5 ส.ค. 69 และอ้างอิง NAV กองทุนในวันนั้น และไม่เกิน 0.2% ของยอดเงินลงทุนตามเกณฑ์ AIMC)
-ซื้อ 10,000 บาทขึ้นไป ได้รับเพิ่มกองทุน KT-BAI มูลค่า 5% ของค่าธรรมเนียมซื้อ
-ซื้อ 2 ล้านบาทขึ้นไป ได้รับเพิ่มกองทุน KT-BAI มูลค่า 10% ของค่าธรรมเนียมซื้อ
(ได้รับกองทุนเพิ่มในวันที่ 5 ส.ค. 69 และอ้างอิง NAV กองทุนในวันนั้น และไม่เกิน 0.2% ของยอดเงินลงทุนตามเกณฑ์ AIMC)
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID: @wealthx สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก สัดส่วนการลงทุนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการนําเสนอเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนําให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์แต่อย่างใด กระบวนการลงทุน และกรอบการลงทุน สามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
กองทุนนี้มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงโดยดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจจะขาดทุน หรือ จะได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน / หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 27 มิ.ย. 69
Reference
-BAI ETF Prospectus ณ วันที่ 23 มิ.ย. 69
-BAI ETF Prospectus ณ วันที่ 23 มิ.ย. 69