
พนักงานคนแรก SpaceX ลาออกจากบริษัท เพื่อมาทำธุรกิจ “ไรเดอร์อวกาศ”
พนักงานคนแรก SpaceX ลาออกจากบริษัท เพื่อมาทำธุรกิจ “ไรเดอร์อวกาศ” /โดย ลงทุนแมน
ในวันที่โลกรู้จักว่า Elon Musk ประสบความสำเร็จกับ SpaceX
จริง ๆ แล้วยังมีชายอีกคนที่อยู่เบื้องหลังแบบเงียบ ๆ มานาน แต่ลาออกจากบริษัทไปแล้ว
ในวันที่โลกรู้จักว่า Elon Musk ประสบความสำเร็จกับ SpaceX
จริง ๆ แล้วยังมีชายอีกคนที่อยู่เบื้องหลังแบบเงียบ ๆ มานาน แต่ลาออกจากบริษัทไปแล้ว
ชายคนนั้นคือพนักงานคนแรกของ SpaceX ผู้อยู่เบื้องหลังเครื่องยนต์ Merlin ที่เป็นส่วนสำคัญทำให้จรวด Falcon ของบริษัทสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ในตอนนี้
แต่หลังจากทำงานมา 18 ปี เขาตัดสินใจลาออกจาก SpaceX แล้วมาทำตามไอเดียใหม่ของเขา
นั่นก็คือ การเป็นไรเดอร์ในอวกาศ ที่คอยส่งสัมภาระต่าง ๆ ขึ้นไปยังเหนือโลก ไม่ต่างอะไรจากไรเดอร์ที่คอยส่งของกิน เวลาเราสั่งดิลิเวอรีในวันนี้
ชายคนนี้คือใคร แล้วไรเดอร์อวกาศเป็นแบบไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
คนที่เรากำลังพูดถึง มีชื่อว่า Tom Mueller ชายไว้หนวดเคราขาว แววตานิ่งและดูอบอุ่น ที่ตัดสินใจเข้าร่วมกับ SpaceX ในฐานะพนักงานคนแรกของบริษัท
ตอนนั้นเขาทำงานประจำอยู่แล้ว แทบไม่จำเป็นต้องเสี่ยงที่จะออกไปทำบริษัทใหม่อย่าง SpaceX ที่ตอนนั้นยังเป็นแค่บริษัทเล็ก ๆ ที่มีความฝันอยากทำจรวดให้ถูกลง
แต่เขาตัดสินใจทิ้งงานประจำ มาอยู่กับชายที่ชื่อว่า Elon Musk ที่มีแค่เงินก้อนจากการขายธุรกิจ PayPal และยังไม่รู้วิธีสร้างจรวด
แม้ต้องทนทำงานยุคแรกในโกดังเก่า ๆ ที่ร้อนอบอ้าวในเมืองเอลเซกุนโด รัฐแคลิฟอร์เนีย เขาก็ยังทำงานไปเรื่อย ๆ เพื่อสานต่อความฝันของ Elon Musk ให้สำเร็จ
แต่ความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นแค่รางวัลเดียวที่มอบให้เขาซึ่งตัดสินใจลาออกจากงานเดิม
จรวดของ SpaceX ระเบิดซ้ำ ๆ ติดต่อกันสามครั้งจนบริษัทแทบล้มละลาย
จรวดของ SpaceX ระเบิดซ้ำ ๆ ติดต่อกันสามครั้งจนบริษัทแทบล้มละลาย
แต่เขายินดีจะรับความล้มเหลวนั้นไว้ และมุ่งมั่นพัฒนาจรวดต่อไป จนในที่สุดก็สามารถพัฒนาเครื่องยนต์ Merlin ที่เป็นสิ่งที่ทำให้จรวด SpaceX กลับมาใช้ซ้ำได้
เครื่องยนต์ Merlin ใช้น้ำมันก๊าดบริสุทธิ์สูงผสมกับออกซิเจนเหลวเป็นเชื้อเพลิง ที่มีความหนาแน่นสูงและให้แรงขับที่ดี แถมยังจุดระเบิดซ้ำได้หลายรอบ
ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ทำให้ SpaceX ปล่อยจรวดได้สำเร็จ
จนได้สัญญาเงินก้อนใหญ่จาก NASA และทำให้บริษัทรอดพ้นจากการล้มละลายในปี 2008 ไปได้อย่างหวุดหวิด
จนได้สัญญาเงินก้อนใหญ่จาก NASA และทำให้บริษัทรอดพ้นจากการล้มละลายในปี 2008 ไปได้อย่างหวุดหวิด
จรวด Falcon ของ SpaceX ค่อย ๆ ทำตัวเป็นรถสิบล้อ ที่บรรทุกดาวเทียมนับร้อยนับพันดวงออกไปปล่อยยังนอกโลก ซึ่งทำให้ต้นทุนในการปล่อยดาวเทียมถูกลงเรื่อย ๆ
แต่ในระหว่างที่รถสิบล้ออวกาศกำลังทำงานอยู่เรื่อย ๆ ไปแบบนี้ เขากลับมองเห็นว่า มันมีช่องว่างอะไรบางอย่างอยู่
นั่นก็คือ รถสิบล้ออวกาศที่ชื่อว่า Falcon ทำหน้าที่แค่เอาดาวเทียมไปปล่อยเท่านั้น แต่ไม่มีใครส่งดาวเทียมพวกนี้ไปอยู่ในที่ที่ต้องการได้เลย
ถ้าพูดให้เห็นภาพ มันเหมือนการที่รถไฟฟ้าบีทีเอส วิ่งผ่านถนนเส้นใหญ่ ๆ ในกรุงเทพฯ แต่ไม่สามารถเข้าไปถึงซอยต่าง ๆ ที่ออกไปจากถนนใหญ่ได้
หลังจากอยู่กับ SpaceX มานานนับ 18 ปี เขาตัดสินใจยื่นใบลาออกจากบริษัท แล้วหันมาทำไอเดียไรเดอร์อวกาศ เพื่อเติมเต็มช่องว่างที่ SpaceX ทิ้งไว้
เครื่องยนต์ของ Impulse Space บริษัทที่เขาตั้งขึ้น จะเป็นไรเดอร์อวกาศที่คอยส่งให้ดาวเทียมไปยังพื้นที่ที่ต้องการได้รวดเร็วมากขึ้น
จากแต่ก่อน กว่าดาวเทียมจะเคลื่อนไปยังวงโคจรค้างฟ้า ซึ่งเป็นวงโคจรที่อยู่ห่างจากโลกด้วยเลขกลม ๆ ราว 35,000 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาราว 6-12 เดือน
ปัญหาคือ ดาวเทียมที่ต้องอยู่ในวงโคจรค้างฟ้าส่วนใหญ่เป็นดาวเทียมสื่อสาร แปลว่า ยิ่งใช้เวลานาน บริษัทเจ้าของดาวเทียมพวกนี้ก็ยิ่งเสียรายได้มหาศาลไปเรื่อย ๆ
แต่เครื่องยนต์ใหม่ที่บริษัทเขาคิดค้นขึ้นมา ใช้เวลาแค่ 1 วัน ดาวเทียมก็สามารถไปถึงวงโคจรค้างฟ้าได้แล้ว
เพราะเครื่องยนต์ใหม่นี้ ใช้ออกซิเจนเหลวและมีเทนเหลวเป็นเชื้อเพลิง ทำให้แรงขับเคลื่อนไวกว่าเครื่องยนต์ไฟฟ้าแบบเดิม ที่มีแรงผลักให้แค่กระดาษ A4 ขยับได้เท่านั้น
แล้วการที่ดาวเทียมพวกนี้เดินทางได้ไวขึ้น มันจะดีกับเจ้าของดาวเทียมอย่างไร ?
กลับมาที่ปัญหาเดิม การส่งดาวเทียมสื่อสารไปอยู่วงโคจรค้างฟ้าต้องใช้เวลานาน 6-12 เดือน แปลว่า การเริ่มให้บริการเครือข่ายมือถือต้องใช้เวลานานตามไปด้วย
หนึ่งในคู่แข่งสำคัญของบริษัทเครือข่ายมือถือก็คือ Starlink ธุรกิจอินเทอร์เน็ตดาวเทียมของ SpaceX ที่เลือกปล่อยดาวเทียมในวงโคจรต่ำ ที่ทำได้รวดเร็วกว่ามาก
แต่พอมีเครื่องยนต์ใหม่ที่คอยเป็นไรเดอร์อวกาศของ Impulse Space ช่องว่างการเริ่มให้บริการของบริษัทเครือข่ายมือถือก็อาจแข่งขันได้อย่างสูสีมากขึ้น
ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในลูกค้าของไรเดอร์อวกาศที่ Tom Mueller สามารถให้บริการได้ และในอนาคต ก็อาจมีลูกค้ากลุ่มอื่น ๆ ที่ต้องการใช้บริการได้อีกมากมาย
เช่น ปัญหาเรื่องขยะอวกาศและการจัดการดาวเทียมที่ตายแล้ว ไรเดอร์อวกาศของเขา ก็อาจจะไปรับดาวเทียมหรือขยะพวกนี้ ตกกลับลงมาสู่พื้นโลกโดยให้เผาไหม้ได้
ในวันที่โลกรู้จักกับ Elon Musk และความทะเยอทะยานของเขาที่เหมือนกำลังสร้างรถบรรทุกคันใหญ่ นำมนุษย์ไปสำรวจดินแดนใหม่ในอวกาศ
นักลงทุนหลายคน ก็สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการเดินทางครั้งใหม่ในอวกาศได้ทั้งกองทุน ETF หรือหุ้นรายตัว จากการตื่นขึ้นของยุคเศรษฐกิจอวกาศในครั้งนี้
แต่สำหรับชายที่ชื่อว่า Tom Mueller เขาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรถบรรทุกอวกาศของ Elon Musk ได้สำเร็จแล้ว และหันมาสร้างกองทัพไรเดอร์ในอวกาศของตัวเองบ้าง
ในขณะที่อดีตเจ้านายของตัวเองกำลังวาดแผนที่เส้นทางไปสู่ดาวดวงใหม่ อดีตพนักงานเบอร์หนึ่งคนนี้ ก็กำลังทำหน้าที่ที่สำคัญไม่แพ้กัน
นั่นก็คือปักหมุดพิกัดส่งของ บินไปส่งที่นั่น แล้วยืนยันกับลูกค้าว่า ส่งของชิ้นสำคัญสำเร็จแล้ว..