
ไต้หวัน ฉีกตำราประเทศพัฒนาแล้วโตช้า ล่าสุด GDP โตเฉียด 15%
ไต้หวัน ฉีกตำราประเทศพัฒนาแล้วโตช้า ล่าสุด GDP โตเฉียด 15% /โดย ลงทุนแมน
ตามแนวคิดในตำราเศรษฐศาสตร์เดิม ๆ ที่ว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วมีรายได้สูง หรือมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ มักจะมีแนวโน้มเติบโตช้า
ตามแนวคิดในตำราเศรษฐศาสตร์เดิม ๆ ที่ว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วมีรายได้สูง หรือมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ มักจะมีแนวโน้มเติบโตช้า
เนื่องจากผ่านช่วงการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดไปแล้ว สุดท้ายจะค่อย ๆ แผ่วลงตามธรรมชาติ จนไม่สามารถโตสูงได้อีกต่อไป
แต่ในเวลานี้ ไต้หวัน น่าจะเป็นไม่กี่ประเทศบนโลกนี้ที่กำลังฉีกตำรานั้น
เพราะ ไต้หวัน ที่ก้าวข้ามมาเป็นประเทศพัฒนาแล้ว แทนที่เศรษฐกิจจะโตแผ่วลง แต่ตอนนี้กลับกำลังเร่งเครื่องเติบโตอย่างร้อนแรง โดยได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของอุตสาหกรรม AI
เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของไต้หวัน ไตรมาส 1 ปี 2026 เศรษฐกิจไต้หวันเติบโตราว 14.6% เทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่สูงที่สุดในรอบ 48 ปี
ปัจจัยการเติบโตที่ร้อนแรงนี้คือ ภาคการส่งออกเติบโตจากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงที่ใช้ในระบบ AI
ช่วงที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกของไต้หวันอยู่ที่ 6.3 ล้านล้านบาท เติบโตกว่า 50% จากปีก่อนหน้า
ซึ่งการเติบโตขนาดนี้ ทำให้ไต้หวันเป็นประเทศพัฒนาแล้วประเทศเดียว ที่การเติบโตจากการส่งออกขยายตัวเกิน 50%
โดยสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ของไต้หวันนั้น เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี มีสัดส่วนถึง 80% ของมูลค่าสินค้าส่งออกทั้งหมด
หากเจาะลึกไปที่ตัวเลขเฉพาะเดือนมีนาคมเดือนเดียว มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 2.6 ล้านล้านบาท เติบโตกว่า 60% จากปีก่อนหน้า ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และนับเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 29
พอเรื่องเป็นแบบนี้ ทำให้สำนักงานสถิติแห่งชาติของไต้หวัน ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งปี 2026 ไปอยู่ที่ 9.6% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 45 ปี
ต้องบอกว่า สวนทางกับหลาย ๆ ประเทศที่ปรับประมาณการทางเศรษฐกิจลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ถ้าเราไปย้อนดูมูลค่าเศรษฐกิจของไต้หวันนับตั้งแต่ปี 1980 จนถึงปัจจุบัน
- ปี 1980 มูลค่าเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท
- ปี 2000 มูลค่าเศรษฐกิจ 11 ล้านล้านบาท
- ไตรมาส 1 ปี 2026 มูลค่าเศรษฐกิจ 32 ล้านล้านบาท
- ปี 2000 มูลค่าเศรษฐกิจ 11 ล้านล้านบาท
- ไตรมาส 1 ปี 2026 มูลค่าเศรษฐกิจ 32 ล้านล้านบาท
หมายความว่า ในช่วงเวลา 46 ปีนี้ เศรษฐกิจของไต้หวันเติบโตเฉลี่ยราว 8% ต่อปี เลยทีเดียว
เป็นเรื่องไม่ง่ายเลย สำหรับประเทศใดก็ตาม ที่สามารถรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ยาวนานขนาดนี้
โดยเฉพาะการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
- ไตรมาส 1 ปี 2026 เติบโต 14.6% จากปีก่อน
- ไตรมาส 4 ปี 2025 เติบโต 12.9% จากปีก่อน
- ไตรมาส 3 ปี 2025 เติบโต 8.4% จากปีก่อน
- ไตรมาส 2 ปี 2025 เติบโต 7.7% จากปีก่อน
- ไตรมาส 4 ปี 2025 เติบโต 12.9% จากปีก่อน
- ไตรมาส 3 ปี 2025 เติบโต 8.4% จากปีก่อน
- ไตรมาส 2 ปี 2025 เติบโต 7.7% จากปีก่อน
เบื้องหลังสำคัญของเรื่องนี้ก็คือ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และการเกิดขึ้นของ TSMC บริษัทรับจ้างผลิตชิปที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก
ย้อนกลับไปช่วงทศวรรษ 1970-1980 ที่ในตอนนั้น รัฐบาลไต้หวันต้องการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมดั้งเดิม ที่ยังเน้นการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า มาเป็นอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออก ที่ต้องเป็นสินค้ามูลค่าเพิ่ม
ภายใต้โจทย์นี้..
ในปี 1973 Industrial Technology Research Institute (ITRI) จึงถูกก่อตั้งขึ้น ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม โดยทำหน้าที่เป็นหน่วยงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ด้านเทคโนโลยีระดับนานาชาติ
ซึ่งมอร์ริส จาง ก็ได้ถูกจ้างให้มาเป็นหัวเรือใหญ่ของ ITRI
และน่าจะเป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้ชาวไต้หวันรู้จักชื่อบุคคลนี้เป็นอย่างดีจนถึงทุกวันนี้
ในขณะนั้น มอร์ริส จาง มองว่า ไต้หวันไม่สามารถออกแบบและวิจัยชิปของตัวเองได้ เพราะมี Intel หรือ Texas Instruments ที่เป็นเจ้าตลาดอยู่ก่อนแล้ว
แต่สิ่งที่อุตสาหกรรมชิปยังขาด และเขาเองก็อยากทำมาตลอดคือ โรงงานรับจ้างผลิตชิป ซึ่งยังไม่มีใครเคยลองทำขึ้นมาจริง ๆ
ทำให้ในปี 1987 TSMC จึงเกิดขึ้นมาเพื่อรับจ้างผลิตชิป
แต่โรงงานผลิตชิป ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ซึ่งคิดเป็นเงินปัจจุบันมากถึงแสนล้านบาท ทำให้รัฐบาลไต้หวันต้องลงทุนร่วมกับ Philips จากเนเธอร์แลนด์
อย่างไรก็ตาม เมื่อความต้องการชิปเซตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ลูกค้าของ TSMC ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ลูกค้าของ TSMC ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
และเมื่อมีคำสั่งผลิตอย่างมหาศาล TSMC ก็ยิ่งได้เปรียบด้านต้นทุน เพราะสามารถประหยัดต่อขนาด จากการผลิตได้จำนวนมาก รวมถึงเกิดการสั่งสมองค์ความรู้มาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ TSMC ยังลงทุนวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลิตชิปให้เล็กลงได้เรื่อย ๆ สำหรับรองรับพลังงานประมวลผลที่มากขึ้นของลูกค้า
จนมาปัจจุบัน TSMC ครองส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรับจ้างผลิตชิปทั่วโลกกว่า 70% โดยเฉพาะในกลุ่มชิปเทคโนโลยีขั้นสูงที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมต่าง ๆ
โดยไตรมาส 1 ปี 2026 ที่ผ่านมา รายได้ของ TSMC อยู่ที่ 1.2 ล้านล้านบาท เติบโต 35% ขณะที่มีกำไร 579,000 ล้านบาท เติบโตถึง 58% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ซึ่งปัจจุบัน มูลค่าเศรษฐกิจของไต้หวันนั้นอยู่ที่ 32 ล้านล้านบาท ขณะที่มูลค่าบริษัทของ TSMC อยู่ที่ 74 ล้านล้านบาท ซึ่งใหญ่กว่ามูลค่าเศรษฐกิจกว่า 2 เท่า
ภาพนี้เอง ก็น่าจะสะท้อนได้อย่างชัดเจนว่า TSMC มีอิทธิพลและมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของไต้หวันมากขนาดไหน
และตราบใดที่โลกยังคงกระหาย AI มากขึ้นเรื่อย ๆ เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ก็ยังคงเป็น หัวใจสำคัญที่โลกขาดไม่ได้ จากวิสัยทัศน์และการวางรากฐานของรัฐบาลเมื่อ 50 ปีก่อน จนเกิดเป็น TSMC ในวันนี้
และนั่นอาจทำให้ไต้หวัน ยังคงมีเศรษฐกิจเติบโตฉีกแนวคิดเศรษฐศาสตร์เดิม ๆ ต่อไปได้เช่นกัน..