Citi ประเมิน นักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้ ขาดทุนรวมกันกว่า 1.3 ล้านล้านบาท จากการลงทุนใน ETF แบบมี Leverage ถือเป็นปรากฎการณ์ สังหารหมู่นักลงทุนรายย่อย ครั้งใหญ่

Citi ประเมิน นักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้ ขาดทุนรวมกันกว่า 1.3 ล้านล้านบาท จากการลงทุนใน ETF แบบมี Leverage ถือเป็นปรากฎการณ์ สังหารหมู่นักลงทุนรายย่อย ครั้งใหญ่

Mohamed Apabhai หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การซื้อขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Citi Global Markets ประเมินว่า นักลงทุนรายย่อยชาวเกาหลีใต้ มียอดขาดทุนสะสมจากการลงทุนในกองทุน ETF แบบมีเลเวอเรจ (Leveraged ETFs) ราว 38,700 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.3 ล้านล้านบาท ในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวลงอย่างหนักตลอดเดือนที่ผ่านมา และเตือนว่า ผลขาดทุนอาจเพิ่มขึ้นไปได้อีก..
โดยตัวเลขดังกล่าวอยู่ในบทวิเคราะห์ตลาดที่ Citi เผยแพร่ให้แก่นักลงทุนสถาบันเมื่อวันอังคาร
รายงานดังกล่าวระบุว่า มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของ ETF แบบมีเลเวอเรจ ที่อ้างอิงสินทรัพย์ในเกาหลีใต้
เคยพุ่งขึ้นแตะระดับ 52,500 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.8 ล้านล้านบาท เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน
ก่อนจะลดลงเหลือเพียง 19,000 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 1 เดือน
หรือลดลงถึง 33,500 ล้านดอลลาร์ จากจุดสูงสุด
ในบรรดาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ETF แบบมีเลเวอเรจที่อ้างอิงหุ้น SK hynix มีมูลค่าตลาดลดลงมากที่สุด โดยหดตัวจากจุดสูงสุดถึง 17,000 ล้านดอลลาร์
ขณะที่ ETF แบบมีเลเวอเรจที่อ้างอิง KOSPI 200 มีมูลค่าลดลง 10,500 ล้านดอลลาร์
ส่วน ETF แบบมีเลเวอเรจที่อ้างอิงหุ้น Samsung Electronics ลดลงมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์
แม้มูลค่าตลาดของ ETF แบบมีเลเวอเรจ จะลดลงถึง 33,500 ล้านดอลลาร์ แต่นักลงทุนยังคงใส่เงินเพิ่มเติมเข้าไปในผลิตภัณฑ์เหล่านี้อีก 6,200 ล้านดอลลาร์
เมื่อ Citi นำเงินทุนที่ไหลเข้ามาใหม่มาคำนวณรวมด้วย จึงประเมินว่า นักลงทุนรายย่อยมีผลขาดทุนสะสมอยู่ที่ประมาณ 38,700 ล้านดอลลาร์
รายงานดังกล่าวเตือนว่า มูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจลดลงต่ำกว่า 8,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 2.7 แสนล้านบาท ก่อนสิ้นปี ซึ่งหมายความว่า ผลขาดทุนของนักลงทุนอาจยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป..
ท่ามกลางการดิ่งลงของตลาดหุ้น นักลงทุนบางส่วนเริ่มหันไปแสดงความไม่พอใจต่อ ประธานาธิบดี Lee Jae Myung และรัฐบาลเกาหลีใต้
อย่างเมื่อวันพุธ มีพวงหรีดงานศพราว 40 พวง ถูกนำไปวางเรียงอยู่ด้านหน้าอาคารรัฐสภาเกาหลีใต้
พวงหรีดเหล่านี้ถูกส่งมาจากกลุ่มนักลงทุนรายย่อย พร้อมข้อความ เช่น “การสังหารหมู่นักลงทุนรายย่อย” และ “ถอดถอน ETF แบบมีเลเวอเรจที่อ้างอิงหุ้นรายตัว ออกจากตลาด”
ETF แบบมีเลเวอเรจที่อ้างอิงหุ้นรายตัวเอง ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักในวันพุธเช่นกัน
โดย Kodex SK hynix Single Stock Leveraged ETF ซึ่งเป็น ETF แบบมีเลเวอเรจที่อ้างอิงหุ้น SK hynix และมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิสูงที่สุด ปิดตลาดที่ราคา 7,925 วอน ลดลง 20.19% จากวันก่อนหน้า
เมื่อเทียบกับราคาเข้าจดทะเบียนที่ 23,450 วอน เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ETF กองนี้ปรับตัวลดลงแล้วถึง 66.2%
และเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดที่ 44,000 วอน เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ราคาปรับตัวลดลงรวมแล้วถึง 82%
สรุปคือ นักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้ กำลังเผชิญความเสียหายอย่างหนักจากการลงทุนแบบใช้เลเวอเรจ โดยเฉพาะการลงทุนใน ETF ที่อ้างอิงหุ้นเซมิคอนดักเตอร์อย่าง SK hynix และ Samsung Electronics
ซึ่งการใช้เลเวอเรจ ทำให้ผลขาดทุนขยายตัวรุนแรงกว่าการถือหุ้นโดยตรง
ขณะที่นักลงทุนจำนวนมาก ยังคงเข้าซื้อหุ้นในช่วงที่ราคาปรับตัวลง ส่งผลให้ความเสียหายที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หากหุ้นกลุ่มชิปยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง
และวันนี้ หุ้น SK hynix ก็ร่วงลงต่ออีก 5%..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon