ไทยปิดประตู SpaceX ตั้งบริษัทถือหุ้น 100% ในไทย ระหว่างการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เพราะเป็นอธิปไตยของประเทศ

ไทยปิดประตู SpaceX ตั้งบริษัทถือหุ้น 100% ในไทย ระหว่างการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เพราะเป็นอธิปไตยของประเทศ

Bloomberg รายงาน ไทยประกาศจุดยืนชัดเจนว่า จะไม่อนุญาตให้บริษัทสหรัฐฯ ตั้งบริษัทโทรคมนาคมดาวเทียมที่ถือหุ้น 100% โดยชาวต่างชาติ ในระหว่างการเจรจาการค้ากับรัฐบาลสหรัฐ โดยให้เหตุผลว่าเป็นประเด็นด้านอธิปไตยของประเทศ
นางกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในบทสัมภาษณ์ว่า ประเด็นนี้จะถูกหยิบยกขึ้นมาหารืออีกครั้ง เมื่อการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ กลับมาดำเนินต่อในช่วงปลายเดือนนี้
"มีอยู่ธุรกิจเดียวที่เราคิดว่าจริง ๆ แล้วไม่อยากให้เขามาลงทุน คือบริการโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low-Orbit) นั่นเป็นประเด็นด้านอธิปไตย
โดยพื้นฐานแล้วมีบริษัทเดียวในสหรัฐฯ ที่ต้องการเรื่องนี้จริง ๆ คือ SpaceX"
ทั้งสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) และ SpaceX ไม่ได้ตอบกลับคำขอความเห็นจากผู้สื่อข่าวในประเด็นนี้
SpaceX ของ Elon Musk ซึ่งดำเนินธุรกิจดาวเทียม อวกาศ และ AI เพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พยายามผลักดันให้ได้สิทธิ์เข้าถึงตลาดไทยมากขึ้น เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink
โดยปัจจุบันกฎหมายไทย จำกัดสัดส่วนการถือหุ้นต่างชาติในโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมบางประเภทไว้ที่ไม่เกิน 49%
ที่จริงแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยปฏิเสธข้อเสนอนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อปลายปีที่แล้ว หนังสือพิมพ์ The Nation รายงานว่า ไทยได้ปฏิเสธข้อเสนอของ SpaceX ที่ต้องการตั้งบริษัทลูกที่ถือหุ้นต่างชาติ 100% ไปแล้ว
สำหรับในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ครั้งนี้ ไทยยืนยันว่า
- จะเพิ่มการนำเข้าเครื่องบิน ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ถั่วเหลือง และข้าวโพดจากสหรัฐฯ
- พร้อมทั้งจะลดภาษีนำเข้าเหลือ 0%
- และยอมรับมาตรฐานสหรัฐฯ สำหรับสินค้านำเข้าประเภทเนื้อวัว เนื้อแกะ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
อย่างไรก็ตาม ไทยจะไม่ให้สิทธิพิเศษแบบเดียวกันนี้กับ เนื้อหมูจากสหรัฐฯ
โดยเป้าหมายสำคัญที่สุดของไทยในการเจรจาครั้งนี้ คือการรักษาอัตราภาษีรวมให้ต่ำกว่า 19% ซึ่งเป็นระดับที่ไทยเคยตกลงไว้เมื่อปีก่อน ก่อนที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ จะมีคำตัดสินคว่ำแนวทางการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์
เพื่อทวงคืนอำนาจต่อรองด้านภาษี USTR ได้เปิดการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 (Section 301) หลายกรณี ในประเด็นที่มองว่าเป็นการค้าที่ไม่เป็นธรรม
ปัจจุบันไทยถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม 12.5% จากคำวินิจฉัยของ USTR ที่ครอบคลุม 60 ประเทศ ในข้อหาไม่ดำเนินมาตรการที่เพียงพอเพื่อจำกัดการค้าสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor)
นอกจากนี้ ไทยยังอยู่ระหว่างการถูกสอบสวนอีกคดีหนึ่ง เกี่ยวกับปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess Production Capacity)
สรุปก็คือ การเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ รอบนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ไทยจะพร้อมยอมความในหลายเรื่อง ทั้งการซื้อสินค้าเกษตรและเครื่องบิน การลดภาษี
แต่ก็ยังขีดเส้นแบ่งชัดเจนในประเด็นที่แตะต้องอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ อย่างกรณีดาวเทียมวงโคจรต่ำของ SpaceX..

เรื่องที่คุณอาจสนใจ

SPONSORED
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon