
Meta เผย โมเดล AI ของตัวเอง ได้เจาะระบบของบริษัทภายนอก ระหว่างทดสอบ หลังต่อเน็ตได้โดยไม่ตั้งใจ
Meta Platforms Inc. เปิดเผยว่า หนึ่งในโมเดล AI ของบริษัท สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และเจาะเข้าระบบของบริการภายนอกรายหนึ่งได้ ระหว่างการทดสอบความปลอดภัยไซเบอร์
ต่อจากเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม AI ก่อนหน้านี้ ที่เคยเกิดขึ้นกับ OpenAI และ Claude ซึ่งทำให้ความกังวลเรื่องการควบคุมเทคโนโลยีของบริษัทต่าง ๆ
Meta ระบุว่า โมเดล Muse Spark 1.1 ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน ได้เจาะเข้าระบบของผู้ให้บริการภายนอกรายหนึ่ง ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ
โดยโมเดล AI นี้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้เนื่องจากความผิดพลาดในการตั้งค่าสภาพแวดล้อมทดสอบ (Testing Environment) ที่ Meta ดำเนินการร่วมกับ Irregular บริษัทผู้ให้บริการทดสอบความปลอดภัยไซเบอร์
Andy Stone โฆษกของ Meta กล่าวในแถลงการณ์ว่า "การตั้งค่าผิดพลาดโดย Irregular ซึ่งเป็นบริษัททดสอบอิสระที่ Meta ใช้บริการ ทำให้หนึ่งในโมเดลของเราสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ตั้งใจ ระหว่างการประเมินผล
จากนั้นโมเดลดังกล่าวได้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ความปลอดภัยในบริการของบุคคลที่สาม ในลักษณะคล้ายกับกรณีที่เคยมีรายงานมาก่อนหน้าของบริษัทอื่น"
Stone เสริมว่า Meta ทราบเรื่องนี้เมื่อ Irregular แจ้งเข้ามา และขณะนี้กำลังตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้น โดยมีแผนจะออกรายงานสรุปเหตุการณ์ฉบับเต็มเมื่อได้ข้อมูลครบถ้วน
ในช่วงเพียง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท AI ชั้นนำอย่าง OpenAI และ Anthropic ต่างรายงานการเจาะระบบในลักษณะเดียวกัน
โดยโมเดลของทั้งสองบริษัทเจาะเข้าระบบของสถาบันภายนอกโดยไม่ตั้งใจระหว่างการทดสอบ รวมถึง Hugging Face Inc. ด้วย
ความสามารถที่ก้าวหน้าขึ้นของ AI Agent ในการค้นหาช่องโหว่ในระบบและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านั้น
ความสามารถที่ก้าวหน้าขึ้นของ AI Agent ในการค้นหาช่องโหว่ในระบบและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านั้น
สร้างความกังวลให้กับทั้งนักวิจัยด้านความปลอดภัยและผู้นำภาครัฐ ซึ่งต่างเรียกร้องให้มีการคัดกรองความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น และสภาพแวดล้อมทดสอบที่ปลอดภัยกว่าเดิม
ในกรณีของ Anthropic บริษัทใช้สภาพแวดล้อมประเมินผลที่ Irregular สร้างขึ้นเพื่อทดสอบความสามารถด้านไซเบอร์ของโมเดล
โดย Anthropic ได้ระบุกับโมเดล Claude ของตนว่าสภาพแวดล้อมดังกล่าวเป็นเพียงการจำลอง (Simulation) และไม่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจริง
แต่ Anthropic ระบุในบล็อกโพสต์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า "เนื่องจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนระหว่างเรากับพาร์ตเนอร์ที่ทำการประเมินผล ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น" ท้ายที่สุดโมเดลดังกล่าวได้เจาะเข้าระบบขององค์กร 3 แห่งระหว่างการทดสอบ
ก่อนหน้านั้นในสัปดาห์เดียวกัน OpenAI ก็ระบุในลักษณะเดียวกันว่า โมเดลของบริษัทใช้ประโยชน์จาก "การตั้งค่าผิดพลาด" ในสภาพแวดล้อมทดสอบเพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และเจาะเข้าเว็บไซต์ของสถาบันแห่งหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อ
โดยแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ระบุว่า การเจาะระบบเกิดขึ้นระหว่างที่โมเดลของ OpenAI กำลังผ่านกระบวนการประเมินผลของ Irregular ชุดเดียวกับที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ของ Anthropic โดยขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากข้อมูลดังกล่าวยังไม่เป็นสาธารณะ
ทางด้านโฆษกของ Irregular ยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับโมเดล AI ของ Meta โดยระบุว่า เป็นปัญหาเดียวกันกับสภาพแวดล้อมประเมินผลที่ Anthropic เคยเปิดเผยไปก่อนหน้านี้
"เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหลบหนีออกจาก Sandbox หรือการกระทำทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนแต่อย่างใด และขณะนี้ไม่มีปัญหาที่ยังค้างอยู่" โฆษกของ Irregular กล่าว
"Irregular กำลังจัดทำ White Paper เพื่อแชร์แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการควบคุม และการรันการประเมินผลด้านไซเบอร์อย่างปลอดภัย"
ทั้งนี้ Irregular เป็นหนึ่งในสตาร์ตอัปยุคใหม่ที่มุ่งเน้นด้านความปลอดภัยไซเบอร์สำหรับ AI โดยเฉพาะ ตอบรับกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
บริษัทให้บริการรันการจำลองสถานการณ์กับโมเดล AI ระดับแนวหน้า เพื่อทดสอบความเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดสำหรับการโจมตีไซเบอร์ และความสามารถในการต้านทานเมื่อถูกโจมตีจากผู้ไม่หวังดี
Irregular มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ก่อตั้งขึ้นในปี 2023 โดย Dan Lahav ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และ Omer Nevo ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO)
บริษัทระดมทุนได้ 80 ล้านดอลลาร์ในรอบระดมทุนเมื่อปีที่แล้ว นำโดย Sequoia Capital และ Redpoint Ventures โดยเดิมทีบริษัทนี้มีชื่อว่า Pattern Labs และมีรายได้ต่อปีอยู่ที่ระดับหลายล้านดอลลาร์