
ASP-TAIWAN กองทุนเดียวจบ ครบทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมชิปของไต้หวัน
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x Asset Plus
ทุกครั้งที่มีชิป AI รุ่นล้ำ ๆ ถูกผลิตออกมา มีความเป็นไปได้สูงมากที่ชิปตัวนั้น ต้องผ่านโรงงานแห่งหนึ่งบน
เกาะเล็ก ๆ กลางมหาสมุทรแปซิฟิก
เกาะเล็ก ๆ กลางมหาสมุทรแปซิฟิก
เกาะที่ว่านั้นมีชื่อว่า “ไต้หวัน”
เพราะเกาะแห่งนี้ ผลิตชิปขั้นสูงระดับต่ำกว่า 7 นาโนเมตรได้มากถึง 90% ของทั้งโลก
และครองส่วนแบ่งตลาดรับจ้างผลิตชิป หรือ Foundry ทั่วโลกถึง 76%
และครองส่วนแบ่งตลาดรับจ้างผลิตชิป หรือ Foundry ทั่วโลกถึง 76%
ทำไมไต้หวันถึงกลายเป็นหัวใจของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีชิปทั้งโลกไปได้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
TSMC โรงงานผลิตชิปที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นบริษัทเดียวที่สามารถผลิตชิปขนาด 2 นาโนเมตรได้สำเร็จ
แต่สิ่งที่ทำให้ไต้หวันแข็งแกร่งไม่ได้มีแค่ TSMC เพียงบริษัทเดียว เพราะไต้หวันสร้างระบบนิเวศการผลิตชิปที่ครบวงจรผ่าน Taiwan Science Parks สามแห่ง
- Hsinchu Science Park เป็นศูนย์กลางการออกแบบชิปและวิจัยเทคโนโลยีใหม่
- Central Taiwan Science Park เชื่อมโรงงานผลิตชิปเข้ากับฐานผู้ผลิตเครื่องจักรและชิ้นส่วนความแม่นยำสูง
- Southern Taiwan Science Park ฐานผลิตชิปขั้นสูงขนาด 5 นาโนเมตรลงไป
- Central Taiwan Science Park เชื่อมโรงงานผลิตชิปเข้ากับฐานผู้ผลิตเครื่องจักรและชิ้นส่วนความแม่นยำสูง
- Southern Taiwan Science Park ฐานผลิตชิปขั้นสูงขนาด 5 นาโนเมตรลงไป
การมีทุกขั้นตอนตั้งแต่ออกแบบ ผลิต ไปจนถึงแพ็กเกจจิงอยู่ใกล้กันแบบนี้ ช่วยลดต้นทุนและเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีได้เร็วกว่าประเทศอื่นมาก
จนระบบนิเวศนี้ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 25% ของ GDP ไต้หวันเลยทีเดียว
หนึ่งในภาพที่สะท้อนความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีของโลกแห่งนี้ได้ดี ก็คือต้นทุนการผลิตชิปในไต้หวัน ยังถูกกว่าที่อื่นอย่างมีนัยสำคัญ
จากข้อมูลของ JP Morgan การผลิตชิป 5 นาโนเมตรของ TSMC ในไต้หวันมีต้นทุนรวมอยู่ที่ 6,681 ดอลลาร์สหรัฐต่อเวเฟอร์
ขณะที่การผลิตชิปแบบเดียวกันในโรงงาน TSMC ที่สหรัฐฯ มีต้นทุนสูงถึง 16,123 ดอลลาร์สหรัฐต่อเวเฟอร์ หรือแพงกว่าไต้หวันราว 59%
ส่งผลให้ Gross Margin หรืออัตรากำไรขั้นต้น ต่อเวเฟอร์ของโรงงานในไต้หวันอยู่ที่ 62% เทียบกับโรงงานในสหรัฐฯ ที่ทำได้เพียง 8%
ความได้เปรียบด้านต้นทุนและระบบนิเวศที่ครบวงจรนี้เอง ที่ทำให้ไต้หวันกลายเป็นฐานผลิตชิปขั้นสูงที่ยากจะมีใครมาทดแทนได้ในระยะสั้น
แต่เรื่องราวของไต้หวันไม่ได้หยุดอยู่แค่การผลิตชิปเท่านั้น เพราะไต้หวันได้ขยายบทบาทจากผู้ผลิตชิป ไปสู่ ผู้สร้างระบบ AI Infrastructure อย่างครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ฝั่ง AI Chips ไต้หวันมี TSMC และ UMC เป็นกำลังหลักด้านการผลิต ส่วน MediaTek กำลังขยายจากชิปสมาร์ตโฟนไปสู่ Custom AI ASIC เต็มตัว
ขณะที่ขั้นตอน Testing และ Advanced Packaging ก็มี WinWay, ASE และ Powertech Technology คอยรับช่วงต่อ ทำให้ชิปที่ผลิตเสร็จพร้อมนำไปใช้งานจริง
ส่วนฝั่ง AI Servers ก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน Delta Electronics และ AVC ดูแลเรื่องระบบไฟและระบายความร้อน Foxconn หรือ Hon Hai Precision รับหน้าที่ประกอบ AI Server ให้บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั่วโลก
และยังมี Unimicron, Winbond, King Slide, Nanya และ Phison ที่กระจายอยู่ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่แผ่น PCB ไปจนถึงชิปหน่วยความจำ
เรื่องนี้ ส่งผ่านมาถึงเศรษฐกิจไต้หวันได้อย่างชัดเจน GDP ของไต้หวันขับเคลื่อนด้วยภาคการส่งออกถึง 60-70%
และในปี 2025 สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI มีสัดส่วนสูงถึง 74% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไต้หวัน
ตัวเลขนี้ สูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกงที่ 59% สิงคโปร์และฟิลิปปินส์ที่ 47% หรือมาเลเซียที่ 43%
สะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า ไม่มีประเทศไหนที่เศรษฐกิจผูกติดกับกระแส AI มากเท่าไต้หวันอีกแล้ว
อีกแรงหนุนสำคัญคือ นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ
อย่างปี 2023 ที่ผ่านมา Taiwan Chips Act มีผลบังคับใช้แล้ว โดยให้เครดิตภาษี 25% ของรายจ่าย R&D ขั้นสูง และเครดิตภาษี 5% ของเงินลงทุนในเครื่องจักรกระบวนการผลิตขั้นสูง พร้อมยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรที่ไต้หวันผลิตเองไม่ได้
นอกจากนี้ ยังมี Taiwan Chip-Based Industrial Innovation Program ที่ตั้งกรอบงบประมาณรวม 300,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ระหว่างปี 2024-2033 เพื่อลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร และระบบนิเวศชิป AI ในระยะยาว
เมื่อแรงหนุนจากภาครัฐบวกกับความแข็งแกร่งของภาคเอกชน ทำให้มีการคาดการณ์ว่า ปี 2024-2032 เม็ดเงินลงทุนของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก มูลค่ารวม 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ไต้หวันได้ส่วนแบ่งไปถึง 31% หรือราว 716,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้ สะท้อนออกมาที่ตลาดหุ้นไต้หวันโดยตรง
การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนไต้หวันมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น จาก 17% ในปี 2026 เป็นราว 28% ต่อปีในช่วงปี 2027-2028
ความน่าสนใจคือ หากดูจาก PEG Ratio ซึ่งใช้วัดความถูกแพงเทียบกับอัตราการเติบโตของกำไร หุ้นไต้หวันอยู่ที่ 0.82 เท่าในปี 2026 และลดลงเหลือ 0.65 เท่าในปี 2027 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาดโลกที่ 1.23 และ 1.35 เท่า
นั่นหมายความว่า ราคาหุ้นไต้หวันยังไม่ได้วิ่งนำหน้ากำไรที่กำลังจะเติบโตในอนาคต
และถ้าใครอยากคว้าโอกาส ในการเติบโตไปกับเทรนด์ระดับโลกนี้..
มีอีกหนึ่งทางเลือก นั่นคือกองทุนเปิด แอสเซทพลัส ไต้หวัน อิควิตี้ หรือ ASP-TAIWAN จาก บลจ.แอสเซท พลัส
นโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลัก iShares Core MSCI Taiwan ETF (3074 HK) สัดส่วน 80-100% ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง
มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี MSCI Taiwan 20/35 Index ที่ครอบคลุมหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางของไต้หวันราว 85% ของมูลค่าตลาดที่ลงทุนได้
หุ้น 5 อันดับแรกที่ถือครองมากที่สุด ล้วนเป็นชื่อที่คุ้นเคยในซัปพลายเชนเทคโนโลยีโลก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 2026)
- TSMC ที่มีสัดส่วนสูงสุด 31.54%
ในฐานะโรงงานผลิตชิปที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีลูกค้าหลักอย่าง NVIDIA, AMD, Apple และ Broadcom โดย TSMC เตรียมปรับขึ้นค่ารับจ้างผลิตชิป 5-10% ตั้งแต่ต้นปี 2027 สะท้อนอำนาจต่อรองราคาที่มาจาก Supply การผลิตชิปที่ตึงตัว
- MediaTek สัดส่วน 8.02%
ผู้ออกแบบชิปสมาร์ตโฟนที่กำลังขยายสู่ธุรกิจ Custom AI ASIC โดยชิปรุ่นแรกสำหรับ Google TPU มีกำหนดผลิตจำนวนมากในไตรมาส 4 ปี 2026 และมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นอันดับ 3 ในตลาด Custom AI Chip รองจาก Broadcom และ Marvell
- Delta Electronics สัดส่วน 4.99%
ผู้นำระดับโลกด้านระบบจ่ายไฟสำหรับ AI Server มากกว่า 60% ของตลาด และกำลังเติบโตเร็วจากธุรกิจ Liquid Cooling ที่คาดว่ายอดขายจะโต 70% ในปี 2026
- Hon Hai Precision หรือ Foxconn สัดส่วน 4.78%
ผู้รับจ้างผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดของโลก ที่กำลังเปลี่ยนบทบาทสู่ผู้ผลิต AI Infrastructure โดยเป็นผู้ผลิตหลักของ Blackwell AI Rack และ NVIDIA Vera Rubin รุ่นใหม่
- ASE Technology สัดส่วน 2.89%
ผู้ให้บริการทดสอบและประกอบแพ็กเกจชิปรายใหญ่ที่สุดในโลก ครองส่วนแบ่งตลาดราว 25% และเป็นพันธมิตรสำคัญของ TSMC ในขั้นตอน Advanced Packaging ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญของอุตสาหกรรม AI
สำหรับผู้ที่สนใจ ASP-TAIWAN ใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาทสำหรับการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไป
ดูรายละเอียดกองทุนและหนังสือชี้ชวนที่ https://www.assetfund.co.th/home/fundfact-template01.aspx?id=265
ดูรายละเอียดกองทุนและหนังสือชี้ชวนที่ https://www.assetfund.co.th/home/fundfact-template01.aspx?id=265
สอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.แอสเซท พลัส www.assetfund.co.th หรือโทร 02-672-1111
สนับสนุนโดย บลจ.แอสเซท พลัส
คำเตือน :
- ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน
- กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
- กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
- ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน
- กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
- กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
Reference :
- หนังสือชี้ชวนลงทุนกองทุนรวม ASP-TAIWAN
- หนังสือชี้ชวนลงทุนกองทุนรวม ASP-TAIWAN