วิธีสร้างพอร์ตลงทุน รับ Passive Income ทุกเดือน แบบยกเว้นภาษีลงทุนนอก

วิธีสร้างพอร์ตลงทุน รับ Passive Income ทุกเดือน แบบยกเว้นภาษีลงทุนนอก

วิธีสร้างพอร์ตลงทุน รับ Passive Income ทุกเดือน แบบยกเว้นภาษีลงทุนนอก /โดย ลงทุนแมน
การมีพอร์ตลงทุนรอรับกระแสเงินสดทุกเดือน กลายเป็นเรื่องที่ใครก็สามารถทำได้ เพราะในตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีทั้งหุ้น REIT และ ETF ที่จ่ายปันผลทุกเดือน และเอื้อต่อการสร้างพอร์ตรับ Passive Income
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตามมาคือ หากเราจะนำเงินมาใช้จริง กลับต้องเจอกับภาษีลงทุนนอกสูงสุด 35%
แล้วถ้าเราอยากมีพอร์ตลงทุนรับ Passive Income ทุกเดือน แต่ไม่อยากเจอภาษีลงทุนนอก ควรทำอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
วิธีลงทุนต่างประเทศ แบบยกเว้นภาษีลงทุนนอกคือ ลงทุนผ่านกองทุนรวม
เช่น
- สนใจลงทุน S&P 500 ก็ให้เลือกกองทุนที่ลงทุนใน S&P 500 อย่าง TLUS500-UH-X
- สนใจลงทุน Nasdaq 100 ก็ให้เลือกกองทุนที่ลงทุนใน Nasdaq 100 อย่าง TLUSNDQ-UH-X
- สนใจลงทุนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น ก็ให้เลือกกองทุนที่ลงทุนใน SGOV อย่าง TLUSGOV
ซึ่งวิธีการนี้ จะทำให้เราได้รับการยกเว้นภาษีลงทุนนอก ที่อาจกินกำไรสูงสุด 35% ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคน
เช่น ถ้าเราลงทุนแล้วได้กำไร 100,000 บาท
- จะเหลือเข้ากระเป๋าเราจริง ๆ เพียง 90,000 บาท หากเรามีฐานภาษีที่ 10%
- จะเหลือเพียง 80,000 บาท หากเรามีฐานภาษีที่ 20%
- จะเหลือเพียง 70,000 บาท หากเรามีฐานภาษีที่ 30%
นั่นหมายความว่า ต่อให้เราได้เงินปันผลซึ่งโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว แต่ถ้าเรานำเงินกลับมาใช้ และมีฐานภาษีที่สูงกว่าที่หัก ก็อาจต้องเสียภาษีเพิ่มได้อยู่ดี
นี่เลยเป็นเหตุผลว่า ทำไมกองทุนรวมถึงเป็นที่นิยมสำหรับคนไม่อยากปวดหัวกับภาษี
อย่างไรก็ตาม การลงทุนกองทุนรวมมีข้อจำกัดตรงที่ส่วนใหญ่จะไม่ได้ให้กระแสเงินสดทุกเดือน แม้ว่าจะเป็นกองทุนรวมแบบจ่ายปันผลก็ตาม
ตรงนี้เองที่ YIELDTECH™ ระบบขายอัตโนมัติของแอป WealthX จะเข้ามาช่วยได้ เพราะเพียงแค่เราซื้อกองทุนในแอป WealthX แล้วเลือกกดใช้ YIELDTECH™ ก็รอกระแสเงินสดเข้าบัญชีได้เลย
โดยเราสามารถตั้งการเลือกรูปแบบการรับเงินได้ 2 แบบคือ
1. ขายคืนทุกเดือนโดยกินเงินทุนได้ ซึ่งระบบจะขายคืนหน่วยลงทุนให้ทุกเดือน เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่แน่นอน
2. ขายคืนแบบไม่กินทุน โดยระบบจะเลือกขายเฉพาะ “ส่วนกำไร” เท่านั้น
พอเข้าใจวิธีการสร้างพอร์ตลงทุน รับ Passive Income ทุกเดือนแบบยกเว้นภาษีลงทุนนอกแล้ว
คำถามสุดท้ายคือ ควรเลือกกองทุนไหนเข้ามาในพอร์ตรับ Passive Income ทุกเดือน
SCHD และ JEPQ คือชื่อที่คนจะนึกถึง เมื่อพูดถึงกองทุนสายปันผล
แต่จริง ๆ แล้วมีอีก 1 ตัวที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลย นั่นคือ Vanguard FTSE All-World High Dividend Yield UCITS ETF หรือ VHYA กองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วโลก ที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงกว่าค่าเฉลี่ย
โดยในพอร์ตของ VHYA มีหุ้นปันผลมากกว่า 2,300 หุ้น
ซึ่งนอกจากกระจายการลงทุนมากกว่า และลงทุนเฉพาะหุ้นเท่านั้นแล้ว ยังทำผลตอบแทนเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง สูงกว่า SCHD และ JEPQ อีกด้วย
โดยผลตอบแทนย้อนหลังของ VHYA (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 2569) เป็นตามนี้
- ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี = 25.59% ต่อปี
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี = 19.95% ต่อปี
- ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี = 11.97% ต่อปี
และถ้าดูข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี จะพบว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของ VHYA สูงกว่า SCHD และ JEPQ (มีข้อมูลย้อนหลังสูงสุด 3 ปี)
จากเรื่องทั้งหมดนี้ ทำให้ VHYA เป็นตัวเลือกที่คนชอบหุ้นปันผล ควรรู้จักไว้
ซึ่งกองทุนไทยที่ลงทุนใน VHYA กำลัง IPO ช่วงวันที่ 24-29 ก.ย. 2569 คือ TLWORLDHD จาก บลจ.ทาลิส
โดยโปรโมชันช่วง IPO ลด 10% ค่าธรรมเนียมซื้อ | ยอดซื้อตั้งแต่ 2 ล้านขึ้นไป ฟรีค่าธรรมเนียมซื้อ ซื้อได้ที่ WealthX
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเลือกกองทุนไหน ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน
แต่ถ้าอยากมี Passive Income ทุกเดือน แบบยกเว้นภาษีลงทุนนอก YIELDTECH™ ของ WealthX คือคำตอบ
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID : @wealthx
คำเตือน : กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศ กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทอาจมีความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องกับผู้ออกหรือผู้จัดการกองทุนที่ปรากฏในเนื้อหานี้ ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต โพสต์นี้เป็นเพียงการให้ข้อมูล มิใช่การการันตีผลตอบแทนในอนาคต
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 25 ก.ย. 2569
ระดับความเสี่ยง : 6
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon