
CU VS GS25 ศึกร้านสะดวกซื้อ 800,000 ล้าน ในเกาหลีใต้
CU VS GS25 ศึกร้านสะดวกซื้อ 800,000 ล้าน ในเกาหลีใต้ /โดย ลงทุนแมน
เวลาที่ไปเที่ยวเกาหลีใต้ หลายคนอาจสังเกตเห็นว่า ไม่ว่าจะเดินไปตามถนนเส้นหลัก หรือตามตรอกซอกซอย ก็มักจะพบร้านสะดวกซื้ออยู่แทบทุกมุม
เวลาที่ไปเที่ยวเกาหลีใต้ หลายคนอาจสังเกตเห็นว่า ไม่ว่าจะเดินไปตามถนนเส้นหลัก หรือตามตรอกซอกซอย ก็มักจะพบร้านสะดวกซื้ออยู่แทบทุกมุม
นั่นก็เพราะเกาหลีใต้ เป็นประเทศที่มีอัตราร้านสะดวกซื้อต่อจำนวนประชากร หนาแน่นที่สุดในโลก
และอุตสาหกรรมร้านสะดวกซื้อในเกาหลีใต้ มีมูลค่าสูงถึง 800,000 ล้านบาทเลยทีเดียว
โดยมีอยู่ 2 แบรนด์ ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดชนิดที่หายใจรดต้นคอกันมานานหลายทศวรรษ
นั่นคือ ร้านที่ชื่อว่า “CU” และ “GS25”
ที่น่าสนใจคือ ทั้งคู่กำลังใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจที่แตกต่างกัน เพื่อแย่งชิงความเป็นผู้นำตลาดเสียด้วย
เรื่องราวนี้มีความเป็นมาอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
จุดเริ่มต้นต้องย้อนกลับไปในปี 1982 เมื่อกลุ่มบริษัท Lotte นำธุรกิจร้านสะดวกซื้อเข้ามาในเกาหลีใต้เป็นครั้งแรก
แต่หลังจากเปิดไปได้เพียง 3 สาขา ก็ต้องปิดตัวลงไปภายใน 2 ปี เนื่องจากในขณะนั้น คนเกาหลีใต้ยังคุ้นเคยกับร้านโชห่วยและร้านอาหารท้องถิ่นราคาถูกกันมากกว่า
แต่พอถึงช่วงทศวรรษ 1990 เศรษฐกิจเกาหลีใต้เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ชีวิตคนเมืองมีความเร่งรีบขึ้น และต้องการความสะดวกสบายในการซื้อของได้ตลอดเวลา
ด้วยเหตุนี้ การซื้ออาหารสำเร็จรูปและของใช้ประจำวันในร้านสะดวกซื้อ เลยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ทำให้อุตสาหกรรมร้านสะดวกซื้อในเกาหลีใต้เติบโตขึ้นอย่างมาก
นำโดยผู้เล่นสำคัญ คือ บริษัท BGF Retail ที่ซื้อลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ FamilyMart จากญี่ปุ่น เข้ามาเปิดสาขาแรกในเกาหลีใต้ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 1990
แต่ต่อมาในปี 2012 ทาง BGF ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับ FamilyMart และรีแบรนด์ร้านในเครือทั้งหมดเป็น “CU”
ซึ่งมาจากคำว่า Convenience Store for You ที่ปรับภาพลักษณ์ให้เข้าถึงผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้มากขึ้น
ขณะที่อีกฝั่งหนึ่ง กลุ่มบริษัท LG ก็ได้รุกเข้ามาในตลาดนี้เช่นกัน โดยเปิดร้านสะดวกซื้อสาขาแรกในชื่อว่า LG25 เมื่อเดือนธันวาคม ปี 1990 ไล่เลี่ยกับ BGF
ซึ่งชื่อแบรนด์นั้นสื่อถึงแนวคิด การให้บริการที่เหนือกว่า 24 ชั่วโมง เพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า
ก่อนที่ต่อมาในปี 2005 จะมีการปรับโครงสร้าง แยกธุรกิจร้านสะดวกซื้อออกมาอยู่ภายใต้บริษัท GS พร้อมเปลี่ยนชื่อร้านเป็น “GS25”
ซึ่งผ่านมาถึงปัจจุบัน ร้านสะดวกซื้อในเกาหลีใต้ ก็ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ขายอาหารและสินค้าทั่วไป
แต่พัฒนาไปสู่บริการที่ครอบคลุมหลาย ๆ ด้านในชีวิตด้วย เช่น การขายยาสามัญ การชำระเงิน หรือรับ-ส่งพัสดุ
โดยล่าสุด เกาหลีใต้มีร้านสะดวกซื้ออยู่มากกว่า 55,000 แห่งทั่วประเทศ
เมื่อเทียบกับประชากรราว 52 ล้านคน เท่ากับว่ามีร้านสะดวกซื้อ 1 ร้าน ต่อประชากรราว 950 คน ซึ่งหนาแน่นมากที่สุดในโลก
ส่งผลให้ในปี 2025 อุตสาหกรรมร้านสะดวกซื้อในเกาหลีใต้ มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 800,000 ล้านบาทเลยทีเดียว
ซึ่งผู้เล่นรายใหญ่ที่ขับเคี่ยวกันสูสี ก็คือ CU และ GS25
แต่หลายคนคงอยากรู้ว่า แล้วใครเป็นเบอร์หนึ่ง ?
แต่หลายคนคงอยากรู้ว่า แล้วใครเป็นเบอร์หนึ่ง ?
เมื่อมองผิวเผิน ทั้งคู่ทำสิ่งที่คล้ายกันในการพยายามสร้างสินค้าใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างกระแสให้กับแบรนด์อยู่เสมอ
ไม่ว่าจะเป็น การวางขายผลิตภัณฑ์ที่กำลังเป็นเทรนด์ เช่น ดูไบช็อกโกแลต หรือออกสินค้ารุ่น Limited Edition ที่จับมือกับตัวละครดัง ๆ
แต่ถ้ามองลึกลงไป จะพบว่า CU และ GS25 ไม่ได้เลือกเดินเหมือนกันทั้งหมด เพราะพวกเขาใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกัน เพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้นำ
ทางด้าน CU ใช้หลักการว่า ยิ่งสาขาเยอะ ยิ่งได้เปรียบ
โดยบริษัทเดินหน้าเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง ปีละหลายร้อยสาขา เพราะนอกจากจะเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนการกระจายสินค้าด้วย
รวมถึงสร้างโมเดลร้านแบบรถคอนเทนเนอร์เคลื่อนที่ ไปตั้งในจุดที่ไม่มีใครเข้าถึง เช่น ตามงานคอนเสิร์ตหรือกีฬา ซึ่งสามารถทำยอดขายได้ถล่มทลายในระยะสั้น
ทำให้ CU ครองอันดับ 1 ในแง่ของจำนวนสาขา
โดยข้อมูลสาขาหน้าร้านในปี 2025
- CU มีอยู่ 18,711 สาขา
- GS25 มีอยู่ 18,112 สาขา
- CU มีอยู่ 18,711 สาขา
- GS25 มีอยู่ 18,112 สาขา
แต่เมื่อหันมาดูทางฝั่ง GS25 จะมุ่งเน้นไปที่การทำให้ยอดขายในแต่ละร้านมีประสิทธิภาพสูงสุด
โดยบริษัทจะวิเคราะห์สินค้ายอดนิยม และเพิ่มสัดส่วนการวางขาย เช่น ของชำ ที่ผู้บริโภคไม่ต้องการไปไกลถึงซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้มียอดขายต่อบิลค่อนข้างสูง
รวมถึงการบริหารจัดการสาขา หากยอดขายไม่ถึงเป้าหมาย ก็จะปิดตัวลง และไปหาทำเลใหม่ที่ดีกว่าทันที
ทำให้ GS25 ครองอันดับ 1 ในแง่ของยอดขาย
ข้อมูลยอดขายในปี 2025
- GS25 อยู่ที่ประมาณ 220,000 ล้านบาท
- CU อยู่ที่ประมาณ 216,000 ล้านบาท
- GS25 อยู่ที่ประมาณ 220,000 ล้านบาท
- CU อยู่ที่ประมาณ 216,000 ล้านบาท
ถึงตรงนี้ คงไม่สามารถตอบได้ชัดเจนว่าร้านไหนเป็นผู้ชนะ เพราะขึ้นอยู่กับมุมมอง
ถ้าพูดถึงจำนวนสาขา CU เป็นฝ่ายเหนือกว่า
ถ้าพูดถึงยอดขาย GS25 เป็นฝ่ายเหนือกว่า
ถ้าพูดถึงยอดขาย GS25 เป็นฝ่ายเหนือกว่า
แต่สิ่งสำคัญคือ ธุรกิจเหล่านี้ต้องคอยพัฒนาและปรับตัวต่อสถานการณ์ให้ได้เพื่อเป็นผู้นำ หรือกระทั่งเพื่อความอยู่รอดในระยะยาว..