โอกาสเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ไปกับหุ้นคุณภาพด้วยกองทุน ASP-ACWIQ

โอกาสเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ไปกับหุ้นคุณภาพด้วยกองทุน ASP-ACWIQ

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x Asset Plus
ในโลกนี้มีบริษัทจดทะเบียนอยู่นับหมื่นบริษัท แต่รู้หรือไม่ว่า บริษัทที่สร้างผลกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ ทนทานต่อทุกวิกฤติ จนสร้างผลดำเนินงานระยะยาวนั้นกลับมีเพียงหยิบมือเดียว
สังเกตได้จากดัชนี MSCI ACWI Index ดัชนีที่รวมหุ้น 2,414 บริษัทจากทั่วโลก ทั้งประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Markets) และประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) มาร่อนผ่านตะแกรงวัดคุณภาพที่เข้มงวด อาจเหลือหุ้นเพียงแค่ 486 บริษัท* เท่านั้น เรียกดัชนีนี้ว่า MSCI ACWI Quality Index
หุ้นในดัชนีที่ว่านี้สร้างผลตอบแทนสะสมตลอด 25 ปีที่ผ่านมา (ธ.ค. 2000 - ต.ค. 2026) ราว 903% ทิ้งห่างดัชนี MSCI ACWI Index ที่มีตัวเลข 542%
สะท้อนว่าบริษัทที่เอาชนะตลาดในระยะยาว มีเพียงแค่ 20% ของหุ้นทั่วโลก
แล้วคนไทยจะมีโอกาสลงทุนในบริษัทเหล่านี้ได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ในโลกการลงทุน มักได้ยินคำว่าหุ้นเติบโต (Growth Stock) และหุ้นคุณค่า (Value Stock) อยู่บ่อยครั้ง
แต่อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนผลตอบแทนได้อย่างแข็งแกร่งและยืนระยะอยู่ได้ คือหุ้นที่มีคุณภาพดี (Quality Stock) สะท้อนผ่านสัดส่วน 20% ที่พูดถึงในตอนแรก
หุ้นคุณภาพสูงไม่ได้วัดกันที่กระแสความนิยม หรือการพุ่งขึ้นของราคาหุ้นในระยะสั้น แต่วัดกันที่เนื้อแท้ของธุรกิจในระยะยาว
สังเกตได้จากดัชนี MSCI ACWI Quality Index มักเป็นหุ้นที่ผ่านตัวกรองคุณภาพทางการเงิน (Quality Score) ทั้งหมด 3 ข้อ
1. ความสามารถในการทำกำไรสูง (High ROE)
โดยพิจารณาจากผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นย้อนหลัง 12 เดือน เพื่อดูว่าเงินทุนของผู้ถือหุ้น บริษัทสามารถนำไปหมุนเป็นกำไรกลับมาได้คุ้มค่าแค่ไหน
2. กำไรเติบโตอย่างสม่ำเสมอ (Low Earnings Variability)
โดยดูจากความผันผวนของการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS) ย้อนหลังถึง 5 ปี เพื่อคัดเฉพาะบริษัทที่กำไรโตต่อเนื่อง และคัดออกบริษัทที่มีกำไรเพียงชั่วคราว
3. ภาระหนี้สินต่ำ (Low Debt to Equity)
คัดเลือกเฉพาะบริษัทที่มีสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (DE Ratio) ที่ต่ำ โดยอิงจากงบการเงินปีล่าสุด เพราะเชื่อว่าบริษัทที่พึ่งพาเงินกู้น้อย มักจะทนทานได้ดีกว่าในสถานการณ์ไม่ปกติ
อย่างไรก็ตามในการบริหารความเสี่ยงของภาพรวมพอร์ตลงทุน
ดัชนี MSCI ACWI Quality Index ยังจำกัดน้ำหนักหุ้นแต่ละตัวไม่ให้เกิน 5% พร้อมทั้งปรับสมดุลพอร์ต (Rebalance) ปีละ 2 ครั้ง
ถึงตรงนี้ เมื่อผ่านตะแกรงร่อนทั้ง 3 ชั้นจะพบว่า หุ้นทั่วโลกกว่า 2,414 บริษัท เหลือเพียง 486 บริษัทที่ผ่านเกณฑ์ในครั้งนี้
แต่แม้จะตัดหุ้นจนเหลือเพียง 1 ใน 5 แล้ว แต่ลงทุนครอบคลุมทุกบริษัทแทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ เพราะบริษัททั้ง 486 แห่ง มาจากหลายประเทศในภูมิภาคทั่วโลก
หากนักลงทุนรายย่อยเปิดบัญชีซื้อหุ้นในแต่ละประเทศ เพื่อกระจายพอร์ตลงทุนในหุ้นรายตัวเกือบ 500 บริษัทเองนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก และคงต้องใช้เงินทุนไม่น้อย
ดังนั้นในโลกการเงินยุคนี้จึงมีเครื่องมือที่เรียกว่า ETF หรือ Exchange Traded Fund
กองทุน ETF ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้นักลงทุนสามารถลงทุนหุ้นคุณภาพเกือบ 500 ตัวนี้โดยเฉพาะเรียกว่า iShares MSCI Global Quality Factor ETF หรือ AQLT บริหารจัดการโดย BlackRock บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เป้าหมายของ AQLT คือการสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี MSCI ACWI Quality Index
พูดง่าย ๆ เปรียบเสมือนตะกร้าสำเร็จรูป ที่รวบรวมหุ้นคุณภาพจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียว
สังเกตได้จากรายชื่อหุ้น 10 อันดับแรกในพอร์ต AQLT มักเป็นบริษัทที่มีป้อมปราการทางธุรกิจ หรือ Economic Moat ที่แข็งแกร่ง
- ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีและ AI เช่น Microsoft, Apple, Meta, NVIDIA และ Alphabet
- เบื้องหลังอุตสาหกรรมชิป เช่น Broadcom, TSMC และ ASML
- นวัตกรรมยา เช่น Eli Lilly
- เครือข่ายชำระเงิน เช่น Visa
ถึงตรงนี้ถ้าถามว่าคนไทยจะลงทุนใน ETF กองนี้อย่างไร..
ล่าสุด บลจ.แอสเซท พลัส (Asset Plus) เตรียมนำกลยุทธ์ระดับโลกมาสู่มือนักลงทุนไทยผ่าน 2 กองทุนรวม Feeder Fund คือ ASP-ACWIQ และ ASP-ACWIQRMF
โดยทั้ง 2 กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลัก iShares MSCI Global Quality Factor ETF (AQLT) เพียงกองเดียว ที่ช่วยให้ถือครองหุ้น 484 บริษัททั่วโลกได้ในคำสั่งซื้อเดียว ผ่านการซื้อขายด้วยเงินบาทในบัญชีกองทุนรวมทั่วไป
และช่วยปลดล็อก Pain Point ของการลงทุนตรงต่างประเทศ ทั้งความยุ่งยากในการแปลงสกุลเงินไปเป็นดอลลาร์สหรัฐ ต้นทุนการโอนเงินระหว่างประเทศ ไปจนถึงความกังวลเรื่องภาษีเงินได้จากต่างประเทศ และภาษีมรดกของสหรัฐฯ
สุดท้ายแล้ว หากลองถอยออกมามองภาพใหญ่ของเศรษฐกิจโลกในวันนี้
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตลาดกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนผ่านของทิศทางดอกเบี้ย ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ไปจนถึงการแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน
เพราะในวันที่ทุกอย่างกำลังดี ก็เปรียบเหมือนทะเลสงบ เรือทุกลำอาจแล่นไปข้างหน้าได้ไม่ต่างกัน
แต่ในวันที่คลื่นลมแปรปรวน โครงสร้างเรือที่แข็งแรง ระบบขับเคลื่อนที่แข็งแกร่ง คงเป็นสิ่งที่คนไทยมองหา ซึ่งหุ้นในกลุ่ม MSCI ACWI Quality Index เปรียบเสมือนเรือลำนั้น นั่นเอง
ดูรายละเอียดกองทุนและหนังสือชี้ชวนที่
ASP-ACWIQ : https://www.assetfund.co.th/home/fundfact-template01.aspx?id=267
ASP-ACWIQRMF : https://www.assetfund.co.th/home/fundfact-template01.aspx?id=268
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID : @wealthx
ซื้อกองทุนนี้ ได้ที่ WealthX ดาวน์โหลดแอปได้ที่ https://www.wealthx.co/getapp
สนับสนุนโดย บลจ.แอสเซท พลัส
คำเตือน : ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต l ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุน RMF ก่อนตัดสินใจลงทุน l กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ l ระดับความเสี่ยง 6
จัดทำขึ้น ณ​ วันที่ 26 ต.ค. 2026
*Source : MSCI as of Sep 2026
References : 
- หนังสือชี้ชวนลงทุนกองทุนรวม ASP-ACWIQ และ ASP-ACWIQRMF
- https://www.msci.com/indexes/index/702786/msci-acwi-quality-index
- https://www.ishares.com/us/products/340396/ishares-msci-global-quality-factor-etf
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon