ถ้าเราทุกคน มีเงิน 10 ล้านบาท?

ถ้าเราทุกคน มีเงิน 10 ล้านบาท?

ถ้าทุกคนถูกลอตเตอรี่ได้เงิน 10 ล้านบาท จะเอาเงินไปทำอะไรบ้าง? คำตอบของแต่ละท่านในบทความที่แล้วน่าสนใจมาก
แต่ถ้าให้ย่อยคำตอบของทุกคนจะมีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกัน

อยากรู้ไหมว่าทุกคนตอบอะไรเหมือนกัน?

สิ่งที่เหมือนกันคือ ถ้าได้เงิน 10 ล้านบาทแล้ว จะนำกลับ “ไปลงทุนต่อ” เพื่อให้ได้ดอกผลในอนาคต

สมกับเป็นแฟนเพจลงทุนแมน ได้เงินมาก็ต้องนำกลับไปลงทุนต่อสิ
สิ่งนี้คงแสดงถึงความโลภที่ถูกฝังอยู่ใน DNA ของมนุษย์ทุกคน (อีกแล้ว)

 

ตอนเด็กๆเราคงเคยได้ยินว่าถ้าพระเจ้าให้ขอพรอะไรก็ได้ จะขอพรอะไรเป็นข้อแรก?

หลายคนคงเคยได้ยินคำตอบกวนๆว่า จะขอพระเจ้าให้ขอพรได้อีกเรื่อยๆ..

แต่..
ใครจะไปคิดว่าพรข้อนี้มีอยู่จริงบนโลกมนุษย์ ในเรื่องของการลงทุน

การนำเงินกลับไปลงทุนต่อ แล้วได้ดอกผลมาใช้ไปเรื่อยๆ โดยที่เงินต้นยังอยู่

ถ้าเปรียบเหมือนเงินต้นคือถังน้ำ ดอกผลก็คือน้ำจากก๊อกที่เปิดใส่ถังนี้ ส่วนการใช้เงินก็คือน้ำทิ้งจากท่อที่ออกจากถังนี้

ตราบใดที่น้ำไหลจากก๊อกน้ำมีมากกว่า ท่อน้ำทิ้ง ก็แปลว่าถังน้ำจะเต็มและล้นอยู่ตลอดเวลา แปลว่าเราจะมีพรใช้ได้ไม่จำกัด

มาถึงตอนนี้มนุษย์ได้คิดค้นวิธีโกงพระเจ้าขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว

แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า มีมนุษย์หลายคนที่ไม่ได้มีถังน้ำใบนี้
เมื่อถังน้ำไม่มี ในขณะที่ยังต้องใช้น้ำตลอดเวลา
ปัญหาที่ตามมาก็คือคนส่วนใหญ่ “ขาดแคลนน้ำ”

แต่ก็มีบางคนเริ่มรู้แล้วว่าต้องมีถังน้ำ และกำลังเริ่มสะสมน้ำให้เต็มถัง
การสะสมน้ำในถังน้ำนี้เราเรียกว่าการ “ออมเงิน”

ประเด็นที่น่าสนใจต่อมาของคำตอบ นอกจากการนำเงินกลับไปลงทุนต่อแล้ว แต่ละท่านจะมีการแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปทำตามความฝันของตัวเองด้วย

ให้เงินพ่อแม่ ปลดหนี้ ไปท่องเที่ยว บริจาคให้เด็กด้อยโอกาส บำรุงศาสนา เปิดร้านอาหาร ซื้อที่ดิน ปลูกผักผลไม้ เลี้ยงสัตว์ เปิดร้านตัดผม สร้างบ้าน เรียนต่อเสริมความรู้พัฒนาตัวเอง

ทุกคนมีความฝัน..

แต่ปัญหาของคนที่กำลังสะสมน้ำให้เต็มถัง คือ
จะรอให้น้ำเต็มถังก่อน แล้วค่อยทำตามความฝันของตัวเอง

ลงทุนแมนมีเคล็ดลับที่ยังไม่เคยบอกใคร
คนที่สำเร็จ และรวยบนโลกนี้ “ไม่มีใครรอให้น้ำเต็มถัง”

คนสำเร็จจะสะสมน้ำไปด้วย และ ทำตามความฝันของตัวเองไปพร้อมกัน

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เปิดตัวเฟซบุค ในหอพักของเขา

บิล เกตส์ เริ่มขายโปรแกรม DOS โดยยังไม่มีทุนอะไรเลย

สิ่งสำคัญคือ ทำยังไงให้เวลา “พลาด” แล้วกระทบน้ำในถังของเราให้น้อยที่สุด

สิ่งที่ต่างกันอยู่ตรงนี้

เราจะทำตามความฝันอย่างไร ให้ต้นทุนต่ำสุด หรือ เรียกว่า Minimum Viable Product (MVP) นี่คือสิ่งที่ startup เขาใช้กัน

เมื่อเวลาเราพลาด จะเสียนิดเดียว แต่เมื่อเวลาแจ๊คพอต เราจะได้ถังน้ำใบใหญ่

ถ้าทำครั้งแรกไม่สำเร็จ ก็ทำอีกร้อยครั้ง มันต้องได้สักครั้ง

แต่เราจะทำเป็นร้อยครั้งได้เราต้องมีต้นทุนที่ต่ำในการพลาดแต่ละครั้ง

ตอนนี้หลายคนคงคิดว่าเขียนโปรแกรมไม่เป็น ไม่ได้เก่งเหมือนพวกอัจฉริยะ

ถ้าให้เห็นภาพใกล้ตัว
เพจลงทุนแมนที่ผมเขียนอยู่ก็เป็นความฝัน ที่ไม่มีต้นทุน เช่นกัน

ผมเชื่อว่าทุกๆคนมีความชำนาญของตนเอง
มีความฝันของตนเอง
อยากใช้ชีวิตของตนเอง
บางคนมีอาชีพที่ได้เงินจากการไปเที่ยวทั่วโลก

สิ่งที่เป็นต้นทุนสำหรับเราตอนนี้ กลับเป็น เรื่อง “เวลา”
เราเริ่มช้ามากขึ้นเท่าไร เราก็จะมีเวลาทำสิ่งที่ฝันน้อยลงเท่านั้น

ไม่ต้องรอให้น้ำเต็มถัง เริ่มทำตามความฝันของตัวเองทันที..



63 thoughts on “ถ้าเราทุกคน มีเงิน 10 ล้านบาท?”