ผู้สนับสนุน.. เปลี่ยนแปลงโลกได้ กับกองทุน K-CHANGE

ผู้สนับสนุน.. เปลี่ยนแปลงโลกได้ กับกองทุน K-CHANGE

ผู้สนับสนุน..
เปลี่ยนแปลงโลกได้ กับกองทุน K-CHANGE

พวกเราก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21
ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างที่ไม่เคยมีมนุษย์ยุคใดได้สัมผัส
ผู้คนมากมายหลุดพ้นจากความยากจน มีวิถีชีวิตที่สะดวกสบายขึ้น
ความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้อายุขัยของเรายืนยาวเป็นประวัติการณ์

แต่ท่ามกลางความก้าวหน้า ยังมีปัญหาอีกมากมายที่รอการแก้ไข

กิจกรรมในชีวิตประจำวันของเราล้วนปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมหาศาล

จนส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน
ทำลายสิ่งแวดล้อมทั้งอากาศและน้ำให้เสื่อมโทรมลงทุกวัน

ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนที่ห่างมากขึ้น
ผลักผู้คนที่ไม่มีโอกาสได้เข้าถึงความสะดวกสบาย และการดูแลสุขภาพที่ดี ให้ออกไปจากสังคมมากขึ้นทุกที

ถึงแม้โลกจะเต็มไปด้วยปัญหา แต่ก็ใช่ว่าเราจะไร้ซึ่งความหวัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับธุรกิจต่างๆ ที่ทุกวันนี้ตื่นตัวกับปัญหาเหล่านี้แล้ว

“พลังงานหมุนเวียน” แหล่งพลังงานแห่งอนาคตซึ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าเชื้อเพลิงจากฟอสซิล

“เทคโนโลยีการสื่อสารที่ดี” ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้คนยากไร้ที่อยู่ห่างไกล ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา บริการสาธารณสุข และบริการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ

“เทคโนโลยีชีวภาพ” ที่จะเป็นคำตอบสำหรับการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และเพิ่มประสิทธิภาพของทั้งระบบการดูแลสุขภาพ

เหล่านี้คือธุรกิจที่กำลังดำเนินการอยู่ทั่วโลก ที่จะเป็นหนทางใหม่ๆ สำหรับวันพรุ่งนี้

ในฐานะคนตัวเล็กๆ ทุกคนล้วนอยากมีส่วนช่วยเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

แต่จะดีกว่าไหม? ถ้าเรามีโอกาสที่จะลงทุนสร้างอนาคตของตัวเอง พร้อมๆ ไปกับการทำให้อนาคตของโลกใบนี้ดีกว่าที่เป็นอยู่

บลจ.กสิกรไทย (KAsset) ได้เปิดตัวกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลก และมีการดำเนินธุรกิจที่ส่งผลเชิงบวกให้แก่สังคม หรือสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน 4 ธีมการลงทุนหลัก ได้แก่

1. ความครอบคลุมทางสังคมและโอกาสทางการศึกษา
2. ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
3. สุขภาพและคุณภาพชีวิต
4. การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม

ภายใต้ชื่อว่า “กองทุนเปิดเค พอสซิทีฟ เชนจ์ หุ้นทุน (K-CHANGE)”
เป็นกองทุนที่มีนโยบายนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ ผ่านกองทุนหลัก Baillie Gifford Positive Change Fund – Class B accumulation (GBP)

โดยมีการลงทุนแบบกระจุกตัวในหุ้นของบริษัททั่วโลกประมาณ 25-50 หุ้น ที่คัดเลือกแล้วว่าเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือดำเนินธุรกิจที่ส่งผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ต่อสังคมโดยรวม หรือสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เช่น ความเท่าเทียมทางสังคม คุณภาพของระบบการดูแลสุขภาพ และด้านสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมุ่งเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายของ UN ใน 17 ด้าน

โดยกองทุนหลักนี้ยังมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น ติดอันดับ Top Quartile อย่างสม่ำเสมอ เพราะมีความเชื่อว่า บริษัทที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน จะสร้างผลการดำเนินงานที่ดีในระยะยาว

กองทุนนี้เหมาะกับใคร?

ผู้ลงทุนที่เห็นความสำคัญของการลงทุนในบริษัทที่ส่งผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ให้กับสังคมและคาดหวังผลตอบแทนระยะยาวจากการลงทุนในหุ้นดังกล่าว โดยเห็นโอกาสในการลงทุนในหุ้นเติบโตสูง (Growth Stock) และสามารถรับความเสี่ยงได้สูง

ในแง่ของความเสี่ยง กองทุนนี้มีระดับความเสี่ยงสูงที่ระดับ 6 และมีปัจจัยเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากกองทุนมีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศตั้งแต่ 80% ขึ้นไป จึงอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจได้

ส่วนความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน โดยปกติแล้ว กองทุนนี้จะทำการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเกือบทั้งหมดในอัตราไม่น้อยกว่า 75% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ แต่ในบางกรณี อาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

ตัวอย่างบริษัทที่ลงทุน เช่น

บริษัท Kroton ประเทศบราซิล
ธุรกิจการศึกษาเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในบราซิล โดยเป็นเจ้าของวิทยาลัยกว่า 143 แห่งใน 101 เมือง รวมถึงมีศูนย์การศึกษาทางไกลกว่า 1,310 แห่ง
ขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้มีรายได้น้อยกว่า 900,000 คน มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนจนถึงระดับปริญญาตรีกับสถาบันของ Kroton
รวมถึงวางเครือข่ายการศึกษาทางไกล เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มรายได้ให้กับผู้จบการศึกษา

บริษัท Orsted ประเทศเดนมาร์ก
ผู้สร้างและดำเนินการผลิตพลังงานลมนอกชายฝั่ง โดยบริษัทเป็นผู้สร้างแหล่งผลิตพลังงานลมกว่า 1 ใน 4 ของทั้งโลก การผลิตพลังงานจาก ลม และชีวมวลของ Orsted ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 6.7 ล้านตัน ในปี 2017

บริษัท Abiomed ประเทศสหรัฐอเมริกา
ผู้พัฒนา ผลิต และจำหน่าย Impella® อุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการโรคหัวใจ หรือผ่านการผ่าตัดหัวใจมา ทำให้ผลลัพธ์ในการรักษาผู้ป่วยดีขึ้น ช่วยส่งเสริมการดูแลสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิต

ธนาคาร Rakyat ประเทศอินโดนีเซีย
ธนาคารขนาดใหญ่ของอินโดนีเซีย ที่ให้สินเชื่อกับลูกค้ารายย่อยและคนยากจน 9.4 ล้านคน มูลค่าสินเชื่อกว่า 17,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้เข้าถึงระบบทางการเงิน และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

มาถึงตรงนี้เราจะเห็นว่ากองทุน K-CHANGE น่าจะเป็นหนึ่งการลงทุนที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาช่องทางการลงทุนในบริษัทชั้นนำที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว..

กองทุน K-CHANGE เสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 30 เมษายน ถึง 14 พฤษภาคม 2562 (หากพลาดไป ยังมีเสนอขายครั้งถัดไป 28 พฤษภาคม 2562)
ผู้สนใจสามารถเริ่มต้นลงทุนเพียง 500 บาท โดยลงทุนผ่านทางแอปพลิเคชัน K-My Funds หรือที่ธนาคารกสิกรไทย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/2DzcglN

คำเตือน
– การลงทุนในหุ้นต่างประเทศอาจมีราคาผันผวนตามสภาวะตลาดและค่าเงิน
– ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
– ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้ยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต