กรณีศึกษา เงินกําลังจะหมุนไป จากสังคมเงินสด สู่ Cashless Society

กรณีศึกษา เงินกําลังจะหมุนไป จากสังคมเงินสด สู่ Cashless Society

13 ธ.ค. 2019
ผู้สนับสนุน..
กรณีศึกษา เงินกําลังจะหมุนไป จากสังคมเงินสด สู่ Cashless Society / โดย ลงทุนแมน
“เงินกําลังจะหมุนไป กําลังจะหมุนไป ให้ชุมชน”
คนที่อายุ 30 ปีขึ้นไปน่าจะคุ้นเคยกับบทเพลงนี้ดี
เพราะนี้คือเพลงโฆษณาของ ธนาคารกรุงไทย ที่โด่งดังอย่างมากในช่วงปี พ.ศ. 2543
ซึ่งยุคนั้น เวลาเราเดินไปไหน มักจะได้ยินหลายคนฮัมเพลงนี้อยู่บ่อยครั้งเลยทีเดียว
แต่...รู้หรือไม่ว่า โฆษณา TVC ชิ้นนี้ ธนาคารกรุงไทย กำลังจะบอกอะไรกับเรา
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ในอดีตสาขาของธนาคารต่างๆ ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ
ส่วนในต่างจังหวัดก็จะมีสาขาเฉพาะในตัวเมือง
เหตุผลเพราะทำเลต่างๆ เหล่านี้ มีความหนาแน่นของประชากรสูงและเป็นพื้นที่จับจ่ายใช้สอย
และการจะฝาก - ถอนเงิน หรือขอสินเชื่อในยุคนั้น เราจะต้องเดินทางไปที่ธนาคารอย่างเดียว
ซึ่งนั่นหมายความว่า ในอดีตการที่คนต่างจังหวัด จะเข้าถึงสถาบันการเงิน
เพื่อทำธุรกรรมในแต่ละครั้งเป็นอะไรที่ยากลำบาก เพราะต้องเดินทางไกลเพื่อไปธนาคาร
เมื่อเป็นเช่นนี้ ธนาคารกรุงไทยซึ่งมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนตั้งแต่อดีตจนถึงวันนี้
คือต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตคนในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศให้ดีขึ้น
จึงทำให้นโยบายของธนาคารกรุงไทยในช่วงปี พ.ศ. 2531 คือการขยายสาขาที่ไม่ได้เน้นเฉพาะกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใหญ่ๆ
แต่ต้องการมีสาขาและเครื่อง ATM ครอบคลุมทุกอำเภอและทุกจังหวัด
เพื่อให้ประชาชนทุกพื้นที่ สามารถเข้าถึงทุกบริการทางการเงินของธนาคารได้ง่ายขึ้นนั้นเอง
สะท้อนจากจำนวนสาขาของธนาคารกรุงไทยในเวลานี้ที่มี 1,130 สาขา
ซึ่งมีสาขาต่างจังหวัดถึง 779 สาขาเลยทีเดียว
การผลิตโฆษณา “เงินกำลังจะหมุนไป” ในตอนนั้นก็เพื่อสื่อสารว่าธนาคาร
ได้มีนโยบายการปล่อยสินเชื่อครอบคลุมทุกชุมชนทั่วประเทศตั้งแต่นักธุรกิจระดับล่างจนถึงระดับบน
ทำให้นอกจากเราจะเห็น 3 สาวที่ออกมาสร้างสีสันในทุกๆ ซีนโฆษณาที่ดูแล้วเพลินตา
ผ่านการเล่าเรื่องถึงนักธุรกิจชุมชนที่กู้เงินธนาคารกรุงไทยมาเปิดโรงงานปลากระป๋อง, เปิดสวนอาหาร
และเมื่อกิจการเหล่านี้มีรายได้ดี นอกจากอาเฮียอาซ้อจะจ่ายเงินเดือนพนักงานอย่างทั่วถึง
ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องก็สามารถเติบโต เพราะมีการสั่งซื้อวัตถุดิบอยู่ตลอดเวลานั้นเอง
ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือเกิดระบบเงินหมุนเวียนไหลลื่นอยู่ในระบบเศรษฐกิจชุมชน
และหากเรายังจำกันได้ในช่วงปี พ.ศ. 2543 ที่โฆษณาชิ้นนี้ปรากฎบนหน้าจอทีวี
เพื่อบอกถึงภารกิจของธนาคารกรุงไทยที่ต้องการให้เกิดเงินหมุนเวียนในชุมชน
เป็นช่วงเวลาที่ประเทศเรากำลังอยู่ในช่วงพลิกฟื้น หลังบอบช้ำจากวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี พ.ศ. 2540
จึงพอกล่าวได้ว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนของ ธนาคารกรุงไทย
ถือเป็นอีกหนึ่งจิกซอว์ ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยในช่วงเวลานั้นกลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง
จนเวลาล่วงเลยผ่านไป 19 ปี ธนาคารกรุงไทยนำสโลแกนเดิมกลับมา Remake ใหม่อีกครั้ง
เพียงแต่ครั้งนี้กลับรู้สึกแตกต่างจากเดิม เพราะโฆษณาชิ้นนี้ดูแล้วรู้สึกสนุกขึ้น เพลินตา สีสันแฟชั่นเข้ากับยุคสมัยอย่างลงตัว
ที่น่าสนใจก็คือเป้าหมายการสื่อสารของโฆษณานี้ มีบางอย่างที่ถูกเพิ่มเข้ามาอย่างน่าสนใจ
นั่นก็คือการสร้างภาพ Cashless Society ที่แตกต่างจากในอดีตที่มีการใช้เงินสด
ในอดีตโฆษณาชิ้นแรกของ “เงินกำลังจะหมุนไป” ภาพที่เราเห็นบ่อยที่สุดก็คือ “เงินในรูปแบบธนบัตร”
ต่างกับเวอร์ชัน Remake ที่เราไม่ได้เห็นธนบัตรเลยแม้สักใบเดียว
สิ่งที่เราเห็นกลับเป็นเงินที่ไม่มีตัวตน หมุนเวียนอยู่ในสมาร์ตโฟนผ่านแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะเป็น เป๋าตัง, ถุงเงิน, Krungthai NEXT หรือ Krungthai Connext
ในโฆษณาเราจะได้เห็นทั้ง แม่ค้าจ่ายค่าวัตถุดิบที่เป็นมะพร้าว, ชาวสวนเช็คยอดเงิน, เจ้าของธุรกิจจ่ายเงินเดือนพนักงาน
ทุกอย่างสามารถทำได้อยู่ในแอพพลิเคชัน Krungthai NEXT
นอกจากนี้ธนาคารกรุงไทยยังมี แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สำหรับโครงการ ชิม-ช้อป-ใช้ ที่เปิดให้ทุกคนสามารถเข้าใช้งานได้ โดยไม่ต้องเป็นลูกค้าของธนาคาร
แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” สำหรับอำนวยความสะดวกให้แก่ร้านค้า เพื่อค้าขายให้ง่ายยิ่งขึ้น
Krungthai Connext บริการแจ้งเตือนการเดินบัญชีของธนาคารกรุงไทย ผ่านไลน์
มาถึงตรงนี้เราจะเห็นได้ว่าจากโฆษณา “เงินจะหมุนไป” ชิ้นแรกเมื่อ 19 ปีที่แล้ว
จนถึงเวอร์ชัน Remake สิ่งที่ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปไหน
ก็คือ ธนาคารกรุงไทย ยังอยู่เคียงข้างใกล้ชิด ชุมชนอยู่ตลอดเวลา
เพียงแต่ เปลี่ยนจากใกล้ชิดชุมชนในรูปแบบสังคมเงินสด มาเป็นชุมชนสังคมเงินดิจิทัล
ซึ่งช่วยทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ของธนาคารกรุงไทย ดูทันสมัยตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป..
13 ธ.ค. 2019