
Hock Tan จากเด็กปีนัง สู่ CEO ผู้พา Broadcom เป็นหุ้น 10 เด้ง ใน 5 ปี
Hock Tan จากเด็กปีนัง สู่ CEO ผู้พา Broadcom เป็นหุ้น 10 เด้ง ใน 5 ปี /โดย ลงทุนแมน
ในปีนี้ หุ้น Broadcom ขึ้นมาแล้วกว่า +66% กลายเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาชิป ที่ราคาหุ้นขึ้นร้อนแรงที่สุด
ในปีนี้ หุ้น Broadcom ขึ้นมาแล้วกว่า +66% กลายเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาชิป ที่ราคาหุ้นขึ้นร้อนแรงที่สุด
ที่น่าตกใจคือ ตอนนี้ Broadcom มีมูลค่าบริษัทมากกว่า Meta เจ้าของ Facebook และ IG เสียอีก..
โดย Broadcom มีมูลค่าบริษัทถึง 59 ล้านล้านบาท มากเป็นอันดับ 6 ของโลก
ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ และพา Broadcom มาไกลได้ขนาดนี้ ก็คือคุณ Hock Tan ซีอีโอบริษัท Broadcom
เส้นทางชีวิตของคุณ Hock Tan น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
คุณ Hock Tan เกิดในปี 1951 หรือเมื่อ 74 ปีที่แล้ว ที่เกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย
ในปี 1971 คุณ Tan ได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาตรีและโท ในคณะวิศวกรรมเครื่องกล ที่มหาวิทยาลัย MIT
หลังเรียนจบก็ไปทำงานเป็นวิศวกรวิจัย ที่บริษัทเคมี Union Carbide อยู่หลายปี ก่อนจะตัดสินใจเรียนต่อ MBA ที่มหาวิทยาลัย Harvard และเรียนจบเมื่อปี 1979
หลังจากจบการศึกษา คุณ Tan ได้ทำงานที่ General Motors ก่อนที่จะย้ายไป PepsiCo
จากนั้นคุณ Tan ก็เริ่มได้ทำงานในตำแหน่งบริหารในหลายอุตสาหกรรม เช่น
- Hume Industries บริษัทปูนซีเมนต์ ในมาเลเซีย
- Pacven Investment กองทุน VC ในสิงคโปร์
- Commodore International บริษัทผลิต PC ในอเมริกา
- Pacven Investment กองทุน VC ในสิงคโปร์
- Commodore International บริษัทผลิต PC ในอเมริกา
จะเห็นว่าคุณ Tan มีประสบการณ์ทำงานในหลายอุตสาหกรรม แต่ไม่มีบริษัทพัฒนาชิปเลย
แล้วคุณ Tan เข้าสู่วงการชิปได้อย่างไร ?
จุดเริ่มต้นคือปี 1994 คุณ Tan เข้าไปทำงานที่ Integrated Circuit Systems หรือ ICS บริษัทผลิตแผงวงจรรวม เช่น ไมโครเซอร์กิต และไมโครชิป
หนึ่งในผลงานเด่นของคุณ Tan คือการร่วมงานกับ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในการทำระบบเรดาร์สำหรับโครงการต่อต้านขีปนาวุธแพทริออต
ด้วยความสามารถที่โดดเด่น คุณ Tan เลยได้เลื่อนตำแหน่งเป็นซีอีโอ ของ ICS ในปี 1999
พอปี 2005 บริษัทออกแบบและผลิตชิป Integrated Device Technology (IDT) เข้าซื้อกิจการ ICS ซึ่งคุณ Tan ก็ได้นั่งเป็นประธานบอร์ดบริหารของ IDT ด้วย
แล้วเส้นทางชีวิตของคุณ Tan มาบรรจบกับ Broadcom ได้อย่างไร ?
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของ Broadcom ซึ่งมาจากการเป็นแผนกพัฒนาชิปแผนกหนึ่งของ Hewlett-Packard หรือ HP เมื่อปี 1961
ต่อมา HP ได้ตัดสินใจแยกธุรกิจในเครือของตัวเอง โดยเอาธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ ธุรกิจเครื่องมือวัด ธุรกิจวิเคราะห์ผลแล็บเคมี และธุรกิจอุปกรณ์ทางการแพทย์ ไปแตกเป็นบริษัทใหม่ชื่อ Agilent Technologies พร้อมกับ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ในปี 1999
แต่หลังจากที่ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ไม่นาน Agilent Technologies ก็ได้เจอกับวิกฤติดอตคอม ที่เกิดขึ้นในปี 2000
ผลจากวิกฤติดอตคอม ทำให้ Agilent Technologies มีรายได้ตกลงอย่างมาก จนเกิดปัญหาขาดทุน
ผลจากวิกฤติดอตคอม ทำให้ Agilent Technologies มีรายได้ตกลงอย่างมาก จนเกิดปัญหาขาดทุน
บริษัทจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงาน ปรับโครงสร้างองค์กร และขายธุรกิจหลาย ๆ ส่วนที่อยู่ในบริษัททิ้งไป ไม่ว่าจะเป็น
- ขายธุรกิจเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับ Philips แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ในปี 2001
- ขายธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ ให้กับบริษัทจัดการกองทุน 2 แห่ง นั่นก็คือ Silver Lake Technology และ KKR & Co. Inc. ในปี 2005
ซึ่งบริษัทจัดการกองทุน 2 แห่งนี้ ได้เอาธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ที่ซื้อมา ตั้งเป็นบริษัทใหม่ชื่อว่า Avago Technologies
กระทั่งปี 2006 คุณ Tan ก็ถูกทาบทามจาก Silver Lake และ KKR & Co. ให้มาเป็นซีอีโอ บริษัทออกแบบและพัฒนาชิป Avago Technologies
ภายใต้การนำของคุณ Tan ก็พา Avago Technologies เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ได้ในปี 2009
และได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น Broadcom ในปี 2016
และได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น Broadcom ในปี 2016
โดย Broadcom ภายใต้การบริหารของคุณ Tan เน้นการเติบโตด้วยการซื้อกิจการ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ยกตัวอย่างเช่น
- ปี 2014 ซื้อบริษัท LSI Corporation บริษัททำเซมิคอนดักเตอร์ และฮาร์ดไดรฟ์เก็บข้อมูล
- ปี 2019 ซื้อบริษัท Symantec บริษัทจัดการด้านความปลอดภัย ของข้อมูลและซอฟต์แวร์ภายในองค์กร
- ปี 2023 ซื้อบริษัท VMware บริษัททำธุรกิจ Cloud Storage และเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์
ซึ่งทุกวันนี้ ธุรกิจหลักของ Broadcom คือ ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ และธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านซอฟต์แวร์
Broadcom จะทำทั้งออกแบบ และพัฒนาชิป แล้วส่ง Outsource ว่าจ้างให้โรงงานข้างนอกผลิตให้
ผลประกอบการของ Broadcom ในปี 2024
- รายได้ 1,662,400 ล้านบาท
- กำไร 190,000 ล้านบาท
- รายได้ 1,662,400 ล้านบาท
- กำไร 190,000 ล้านบาท
และมีสัดส่วนรายได้มาจาก
- ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ 58%
- ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านซอฟต์แวร์ 42%
- ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ 58%
- ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านซอฟต์แวร์ 42%
ตัวอย่างลูกค้าคนสำคัญของ Broadcom ก็คือ Apple ที่ได้ทำข้อตกลงในการพัฒนาชิปร่วมกัน
และแบรนด์สมาร์ตโฟนรายใหญ่อย่างเช่น Samsung ที่สั่ง FBAR Filters ชิ้นส่วนจำเป็นสำหรับอุปกรณ์รองรับสัญญาณ 5G จาก Broadcom
รวมถึงผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรม AI ที่ก็กำลังเป็นลูกค้าของ Broadcom ด้วย
เช่น OpenAI ที่ได้ร่วมมือกับ Broadcom ผลิต “ชิปปัญญาประดิษฐ์” เฉพาะของตัวเอง (in-house AI chips)
Google ที่ใช้ชิปของ Broadcom ใน Data Center
รวมถึง Meta ที่ใช้ชิป Custom AI และชิปเน็ตเวิร์กของ Broadcom ใน Data Center ของตัวเอง
รวมถึง Meta ที่ใช้ชิป Custom AI และชิปเน็ตเวิร์กของ Broadcom ใน Data Center ของตัวเอง
มาถึงวันนี้ คุณ Tan คือผู้กุมบังเหียนของบริษัทผู้ออกแบบและพัฒนาชิปแห่งนี้มาเกือบสองทศวรรษ
ที่นำพาให้ Broadcom เติบโต และมีมูลค่าบริษัทมากขึ้นเรื่อย ๆ
- ปี 2016 มีมูลค่าบริษัท 2.3 ล้านล้านบาท
- ปี 2018 มีมูลค่าบริษัท 3.3 ล้านล้านบาท
- ปี 2020 มีมูลค่าบริษัท 5.7 ล้านล้านบาท
- ปี 2022 มีมูลค่าบริษัท 7.5 ล้านล้านบาท
- ปี 2024 มีมูลค่าบริษัท 36.5 ล้านล้านบาท
- ปี 2018 มีมูลค่าบริษัท 3.3 ล้านล้านบาท
- ปี 2020 มีมูลค่าบริษัท 5.7 ล้านล้านบาท
- ปี 2022 มีมูลค่าบริษัท 7.5 ล้านล้านบาท
- ปี 2024 มีมูลค่าบริษัท 36.5 ล้านล้านบาท
และมาวันนี้ มูลค่าบริษัทของ Broadcom อยู่ที่ 58.6 ล้านล้านบาท
ถ้าในอุตสาหกรรมเดียวกัน Broadcom ใหญ่เป็นรองแค่ NVIDIA เท่านั้น..
ซึ่งนอกจากอุตสาหกรรมชิปและ AI ที่เติบโตแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าบุคคลสำคัญที่ทำให้ Broadcom มาถึงจุดนี้ได้ ก็คือซีอีโออย่างคุณ Tan
โดยผลงานและความสำเร็จต่าง ๆ ก็สะท้อนออกมาในราคาหุ้น ที่นับจากต้นปี ราคาหุ้นได้ +66%
และ 5 ปีที่ผ่านมา +890% หรือกลายเป็นหุ้นเกือบ 10 เด้งแล้ว
และ 5 ปีที่ผ่านมา +890% หรือกลายเป็นหุ้นเกือบ 10 เด้งแล้ว
และทั้งหมดนี้คือ เรื่องราวเส้นทางของคุณ Hock Tan เด็กที่เกิดและเติบโตที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย
จนได้ทุนไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ที่สหรัฐฯ
และมีประสบการณ์การทำงานหลากหลายในอุตสาหกรรม
กระทั่งเข้าสู่วงการชิป และลงเอยด้วยการเป็นกัปตันเรือของบริษัทที่ชื่อว่า Broadcom
และมีประสบการณ์การทำงานหลากหลายในอุตสาหกรรม
กระทั่งเข้าสู่วงการชิป และลงเอยด้วยการเป็นกัปตันเรือของบริษัทที่ชื่อว่า Broadcom
ซึ่งฉากต่อไป ก็คงต้องตามดูว่า ชายนามว่า Hock Tan จะพาเรือลำนี้ เดินทางไปได้ไกลอีกแค่ไหน..