
หุ้นคิตตี้ อยู่ในช่วงทำจุดสูงสุด เป็นหุ้น 13 เด้ง ใน 5 ปี
คาแรกเตอร์ Hello Kitty แม้เปิดตัวมานานกว่า 50 ปี หรือครึ่งศตวรรษแล้ว
แต่ความนิยมในคิตตี้ และความรุ่งเรืองของ Sanrio นั้น ดูเหมือนยังไม่เสื่อมคลาย
แต่ความนิยมในคิตตี้ และความรุ่งเรืองของ Sanrio นั้น ดูเหมือนยังไม่เสื่อมคลาย
โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ผลประกอบการของบริษัท เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
และตอนนี้หุ้น Sanrio เจ้าของ Hello Kitty กำลังอยู่ในช่วงทำจุดสูงสุดใหม่
หุ้นเพิ่มขึ้น 1,237% ใน 5 ปี ก็คือกลายเป็นหุ้น 13 เด้งแล้ว
และตอนนี้หุ้น Sanrio เจ้าของ Hello Kitty กำลังอยู่ในช่วงทำจุดสูงสุดใหม่
หุ้นเพิ่มขึ้น 1,237% ใน 5 ปี ก็คือกลายเป็นหุ้น 13 เด้งแล้ว
แต่บริษัท Sanrio จากประเทศญี่ปุ่น นอกจากคิตตี้แล้ว ก็ยังมีคาแรกเตอร์หน้าตาน่ารักอีกมากมาย เช่น
- Pompompurin หมาโกลเดนรีทรีฟเวอร์สีเหลือง
- Cinnamoroll หมาน้อยสีขาว
- Gudetama ไข่ขี้เกียจ
- Pompompurin หมาโกลเดนรีทรีฟเวอร์สีเหลือง
- Cinnamoroll หมาน้อยสีขาว
- Gudetama ไข่ขี้เกียจ
หลายคนอาจจะคิดว่า คาแรกเตอร์พวกนี้อาจจะเป็นกระแสแค่ชั่วคราว หรือบางตัวน่าจะตกยุคไปแล้ว
แต่จริง ๆ มันยังไม่ได้หายไปไหน และยังทำเงินให้กับบริษัท Sanrio ปีละหลายพันล้านบาท
แต่จริง ๆ มันยังไม่ได้หายไปไหน และยังทำเงินให้กับบริษัท Sanrio ปีละหลายพันล้านบาท
ทั้งจากการขายผลิตภัณฑ์, การเก็บค่าสิทธิ (Royalty) ไปจนถึงสวนสนุกที่เต็มไปด้วยตัวละครของ Sanrio อย่าง Sanrio Puroland และ Harmonyland ที่ประเทศญี่ปุ่น
ความรุ่งเรืองที่กลับมาอีกครั้งของ Sanrio นั้น ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อมีการเปลี่ยน CEO..
ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อปี 2020 คุณ Shintaro Tsuji ผู้ก่อตั้ง ประกาศลงจากตำแหน่งตอนอายุ 92 ปี
และตัดสินใจส่งไม้ต่อให้คุณ Tomokuni Tsuji หลานชายของเขาเอง
และตัดสินใจส่งไม้ต่อให้คุณ Tomokuni Tsuji หลานชายของเขาเอง
โดยสิ่งที่คุณ Tomokuni Tsuji เข้ามาเปลี่ยนแปลง ก็คือ ทิศทางของบริษัท ที่เน้นไปที่การทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ และโซเชียลมีเดียมากขึ้น
รวมถึงเพิ่มช่องทางการขายบนอีคอมเมิร์ซ ทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้นในต้นทุนที่ต่ำลง พร้อมกับหันไปโฟกัสกับธุรกิจขายลิขสิทธิ์มากขึ้น
ซึ่งเรื่องนี้ ก็น่าสนใจ เพราะรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ ถือเป็นจุดแข็งของบริษัท
เพียงแค่ Sanrio ให้สิทธิ์คนอื่นเอาตัวละครไปใช้ หรือไปแปะบนสินค้า โดยที่ Sanrio ไม่ต้องผลิตสินค้าขายเอง ทำให้รายได้ตรงนี้แทบไม่มีต้นทุน และไหลลงมาเป็นกำไรเกือบทั้งหมด
งบ มี.ค. ปี 2022 รายได้ 11,602 ล้านบาท กำไรสุทธิ 753 ล้านบาท
งบ มี.ค. ปี 2023 รายได้ 15,969 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,794 ล้านบาท
งบ มี.ค. ปี 2024 รายได้ 21,985 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,867 ล้านบาท
งบ มี.ค. ปี 2025 รายได้ 31,863 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9,176 ล้านบาท
งบ มี.ค. ปี 2023 รายได้ 15,969 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,794 ล้านบาท
งบ มี.ค. ปี 2024 รายได้ 21,985 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,867 ล้านบาท
งบ มี.ค. ปี 2025 รายได้ 31,863 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9,176 ล้านบาท
หากมาดูสัดส่วนรายได้ปี 2025 ของ Sanrio จะมาจาก
- ขายสินค้า และอื่น ๆ เช่น สวนสนุก
คิดเป็น 51% ของรายได้ทั้งหมด และรายได้เติบโตขึ้น 23% จากปีก่อนหน้า
คิดเป็น 51% ของรายได้ทั้งหมด และรายได้เติบโตขึ้น 23% จากปีก่อนหน้า
- ค่าลิขสิทธิ์
คิดเป็น 49% ของรายได้ทั้งหมด และรายได้เติบโตขึ้น 78% จากปีก่อนหน้า
คิดเป็น 49% ของรายได้ทั้งหมด และรายได้เติบโตขึ้น 78% จากปีก่อนหน้า
จะเห็นว่า รายได้จากค่าลิขสิทธิ์ กำลังโตแรง จนขึ้นมาเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด
และการเน้นขายลิขสิทธิ์มากขึ้น ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่มีต้นทุน ทำให้อัตรากำไรของบริษัทสูงขึ้น จาก 6.5% ในปี 2022 มาเป็น 28.8% ในปี 2025
มาถึงตรงนี้ ก็ต้องบอกว่า ผลประกอบการที่สวยหรูของหุ้นคิตตี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มี CEO ที่ใช่ ซึ่งรู้ว่าจุดแข็งของบริษัทคืออะไร บริษัทมีดีอะไร และสามารถกำหนดทิศทางกลยุทธ์ที่ถูกต้องให้กับธุรกิจได้ พร้อมกับใช้ทรัพยากรของบริษัทได้อย่างเต็มศักยภาพ
เพราะ CEO ที่ดี จะสามารถพาทั้งบริษัท พนักงาน ผู้ถือหุ้น หลุดจากวิกฤติ
และก้าวไปสู่จุดสูงสุดใหม่ของบริษัทอยู่เสมอ..
และก้าวไปสู่จุดสูงสุดใหม่ของบริษัทอยู่เสมอ..