
อะไรทำให้ หุ้นเจ้าของทีม New York Knicks ที่กำลังชิงแชมป์ NBA ขึ้น 1 เด้ง ใน 1 ปี
อะไรทำให้ หุ้นเจ้าของทีม New York Knicks ที่กำลังชิงแชมป์ NBA ขึ้น 1 เด้ง ใน 1 ปี /โดย ลงทุนแมน
ลองจินตนาการว่าถ้าวันนี้เรามีเงินสดอยู่ 3,600,000 บาท
เงินตรงนี้ บางคนอาจจะไปลงทุนใน S&P 500 เพื่อหวังกำไรประมาณ 10% ต่อปี
แต่บางคนที่อยากเซฟหน่อย ก็ไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อหวังดอกเบี้ย 4.5% ต่อปี
แต่สำหรับแฟนบาสทีม New York Knicks ที่ไม่เคยได้ดูทีมโปรดของตัวเอง แข่งขันในรอบชิงชนะเลิศมาตลอด 27 ปี กลับไม่ใช่แบบนั้น
เพราะแฟน ๆ ทีม Knicks ตอนนี้พร้อมทุ่มเงินสูงสุดถึง 3,600,000 บาท ไปกับตั๋วมือสองเพื่อให้ได้ที่นั่งชมติดขอบสนาม
นอกจากราคาตั๋วแล้ว ที่น่าสนใจคือหุ้น MSGS ที่เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ทีม ก็ปรับตัวขึ้น 1 เด้ง ในเวลา 1 ปี
อะไรทำให้หุ้น MSGS พุ่งขึ้นตามราคาตั๋วไปด้วย
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
MSGS เป็นบริษัทในตลาดหุ้นที่เป็นเจ้าของแฟรนไชส์กีฬาอย่าง New York Knicks ทีมบาสเกตบอลในลีก NBA และ New York Rangers ที่เป็นทีมฮอกกี้ในลีก NHL
และเป็นเจ้าของสนามแข่งกีฬา Madison Square Garden ซึ่งเป็นสนามบ้านของทีมกีฬาในเครือ มีผู้ถือหุ้นใหญ่สุดเป็นตระกูล Dolan ที่ถือหุ้นรวมกันเป็นสัดส่วน 12% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด มากสุดเป็นอันดับ 1
ในด้านการสร้างรายได้ MSGS มีโครงสร้างรายได้คือ
- รายได้จากการขายตั๋ว และจัดแข่งขัน สัดส่วน 45%
- ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด สัดส่วน 28%
- ค่าสปอนเซอร์, พื้นที่โฆษณาในสนามแข่ง และสิทธิ์เข้าถึงที่นั่งพิเศษ สัดส่วน 22%
- รายได้อื่น สัดส่วน 5%
- ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด สัดส่วน 28%
- ค่าสปอนเซอร์, พื้นที่โฆษณาในสนามแข่ง และสิทธิ์เข้าถึงที่นั่งพิเศษ สัดส่วน 22%
- รายได้อื่น สัดส่วน 5%
แต่จริง ๆ แล้ว เส้นทางการเติบโตของราคาหุ้น MSGS เริ่มมาตั้งแต่ปี 2022 เมื่อ Knicks เซ็นสัญญาคว้าตัว Jalen Brunson การ์ดจ่ายดาวรุ่งเข้ามา
จากทีมที่เคยแจกแต้มให้คู่แข่งมาตลอด ค่อย ๆ พลิกกลับมาเป็นทีมเพลย์ออฟที่น่าจับตา แฟนบาสนิวยอร์กที่อัดอั้นมานานเริ่มกลับมามีความหวัง
จากนั้นในปี 2024 ทีมทำผลงานร้อนแรงจนเข้ารอบลึกในเพลย์ออฟ จำนวนผู้ชมใน Madison Square Garden ล้นทะลัก ตั๋วขายหมดเกลี้ยง กระแสแบรนด์กลับมาเป็นอันดับ 1 ของลีก
และในปี 2026 การรอคอย 27 ปีก็สิ้นสุดลง เมื่อ Knicks ทะลุเข้าสู่ NBA Finals ได้สำเร็จ
ซึ่งกระแสทั้งหมดนี้ไม่ได้ส่งผลแค่ราคาตั๋วที่พุ่งขึ้น แต่มันจุดชนวนให้นักลงทุนหันมามองอนาคตของ MSGS ใน 3 ปัจจัยใหญ่ ๆ ด้วยกัน
เรื่องแรกคือ สัญญาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฉบับใหม่ของ NBA
เนื่องจาก NBA เพิ่งเซ็นสัญญาค่าลิขสิทธิ์ทีวีและสตรีมมิงกับ Disney, NBC และ Amazon มูลค่ามากถึง 2.5 ล้านล้านบาท โดยเงินก้อนนี้จะถูกนำมาหารแบ่งให้ทุกทีมเท่า ๆ กัน
นักลงทุนรู้ทันทีว่า ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป รายได้ของ MSGS จะก้าวกระโดดจากเงินส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ก้อนนี้ โดยไม่ต้องขายตั๋วเพิ่มแม้แต่ใบเดียว
ปัจจัยต่อมาคือ แผนสปินออฟแยกบริษัท
โดยบอร์ดบริหารของ MSGS อนุมัติแผนการแยกหุ้นระหว่างทีม Knicks กับทีม Rangers ออกเป็น 2 บริษัทในตลาดหุ้น เพื่อให้นักลงทุนเลือกซื้อได้ตามใจชอบ
การแยกบริษัทครั้งนี้ช่วยปลดล็อกมูลค่าที่ซ่อนอยู่ ทำให้คนรุมซื้อหุ้น MSGS ตุนไว้เพื่อรอรับหุ้นบริษัทใหม่ฟรี ๆ ตามสัดส่วน
ปัจจัยสุดท้ายคือ มูลค่าสินทรัพย์ที่ต่ำกว่าความเป็นจริง
เพราะเมื่อดูจากเคสทีม Boston Celtics ที่เพิ่งขายทีมไปในราคากว่า 2 แสนล้านบาท นักลงทุนคำนวณทันทีว่าแบรนด์ใหญ่อย่าง Knicks ในตลาดนิวยอร์ก ถ้าขายจริงต้องมีมูลค่าถึง 3-4 แสนล้านบาท
แต่ราคาหุ้นในตลาดตอนนั้น รวมกันยังไม่ถึงมูลค่าจริงของทีมบาสเลยด้วยซ้ำ หรือก็คือราคาต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์จริง นักลงทุนจึงรุมซื้อดันราคาขึ้นเพื่อให้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของทีม
แล้วเรื่องราคาตั๋วล่ะ มีส่วนหรือไม่ ?
จริง ๆ ก็มีอยู่บ้าง เพราะธุรกิจขายตั๋วจะมีความพิเศษตรงที่ราคาตั๋วปรับตามความต้องการได้ จากเดิมที่ตั๋วมีราคาเฉลี่ยใบละ 14,000 บาท แต่ตอนนี้ถึงแม้จะเป็นแค่ตั๋วเริ่มต้นที่นั่งบนสุดไกล ๆ ก็ถูกเอามาขายในราคามือสองที่ 140,000 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า
ที่น่าสนใจคือ นอกจากจะกินกำไรเต็มจากตั๋วมือหนึ่งที่ขายเองแล้ว MSGS ยังทำเงินจากราคาตั๋วมือสองที่เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย
ตามปกติแล้ว MSGS จะเป็นพาร์ตเนอร์กับแพลตฟอร์มขายตั๋วชั้นนำแล้วเก็บส่วนแบ่งค่าธรรมเนียม อย่าง Ticketmaster แพลตฟอร์มขายตั๋วที่ใหญ่สุดในสหรัฐฯ ที่เป็นพาร์ตเนอร์ขายทั้งตั๋วมือหนึ่ง และเป็นตัวกลางซื้อขายตั๋วมือสองอย่างเป็นทางการกับทีมบาสใน NBA ที่จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมจากราคาตั๋วในอัตรา 18%
แล้วทำไมคนถึงต้องเอาตั๋วมือสองมาขายผ่าน Ticketmaster ทั้งที่แพลตฟอร์มอื่นก็มี และยังเก็บค่าธรรมเนียมถูกกว่า ?
สาเหตุก็เป็นเพราะว่า ถ้าคนที่ซื้อตั๋วเข้าชมแบบเหมาล็อกที่นั่งเป็นรายไตรมาส ครึ่งปี และรายซีซัน เลือกไปขายผ่านแพลตฟอร์มอื่นจะมีความเสี่ยงที่ผู้จัดงานแข่งขันจะยึดสิทธิ์เข้าชมคืนได้
เพราะตั๋วแบบนี้ ไม่ใช่สินค้า แต่เป็นสัญญาสิทธิประโยชน์ ซึ่งถ้าจะเปลี่ยนมือ สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่แค่การส่งมอบตั๋ว แต่ต้องโอนสิทธิ์ในตั๋วผ่านระบบของ MSGS
และถ้ามีการโอนสิทธิ์บ่อย ๆ ผ่านแพลตฟอร์มภายนอกที่ไม่ได้รับการรับรองจากทีมต่าง ๆ ในลีก และ NBA
ชื่อบัญชีที่ซื้อตั๋วก็อาจจะถูกเพ่งเล็ง และถูกยึดตั๋วคืน เพราะเข้าข่ายการซื้อขายเพื่อเก็งกำไร
ทำให้คนที่ซื้อตั๋วไปแล้ว ถ้าจะขายต่อมือสองหรือโอนสิทธิ์ ก็เลือกที่จะทำผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับการรับรองอย่าง Ticketmaster ดีกว่าที่จะเสี่ยงไปทำผ่านช่องทางอื่นแล้วโดนยึดสิทธิ์ในตั๋ว หรืออาจถึงขั้นถูกแบนจากการซื้อตั๋วได้นั่นเอง
ทีนี้เราลองมาดูตัวอย่างให้เห็นภาพว่าตัว MSGS และ Ticketmaster ทำเงินจากค่าธรรมเนียมขายตั๋วได้มากขนาดไหน
ถ้าตั๋วเข้าชมเริ่มต้นที่ราคา 140,000 บาท Ticketmaster ก็จะได้ส่วนแบ่งไป 25,200 บาท
ส่วนถ้าเป็นตั๋วเข้าชมแถวหน้าสุดแบบติดขอบสนามที่ขายในราคา 3,600,000 บาท ก็จะได้ส่วนแบ่งไป 648,000 บาท
ซึ่งค่าธรรมเนียมตรงนี้ส่วนหนึ่ง Ticketmaster จะเป็นคนเก็บไป และอีกส่วนหนึ่งจะถูกนำมาแบ่งให้กับ MSGS ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตั๋วอีกที
แต่เรื่องราคาตั๋ว ก็เป็นแค่กำไรระยะสั้นที่ขึ้นอยู่กับผลงานในสนาม ไม่ใช่แรงขับเคลื่อนหลักที่นักลงทุนให้น้ำหนักไปมากกว่ามูลค่าสินทรัพย์จริง ๆ
ต่อไปเราลองมาดูรายได้ กำไร ของบริษัทกัน
ปี 2023 รายได้ 29,000 ล้านบาท กำไร 1,500 ล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 34,000 ล้านบาท กำไร 1,900 ล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 34,000 ล้านบาท ขาดทุน 740 ล้านบาท
ปี 2023 รายได้ 29,000 ล้านบาท กำไร 1,500 ล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 34,000 ล้านบาท กำไร 1,900 ล้านบาท
ปี 2025 รายได้ 34,000 ล้านบาท ขาดทุน 740 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมารายได้แทบไม่เติบโตเลย แถมปีล่าสุดยังขาดทุน แต่ตลาดหุ้นซื้อขายบนเรื่องเล่าในอนาคต ไม่ใช่แค่งบในอดีต
และที่สำคัญคือ ทีมกีฬาในเมืองหลวงอย่าง New York Knicks (NBA) และ New York Rangers (NHL) ถูกมองว่าเป็นของสะสมของมหาเศรษฐี (Trophy Assets) ที่มีจำกัดและหาซื้อไม่ได้อีกแล้ว
ด้วยเรื่องราวทั้งหมด ทำให้มูลค่าบริษัทของ MSGS จึงเพิ่มขึ้นจาก 151,000 ล้านบาท เป็น 306,000 ล้านบาท หรือขึ้น 1 เด้ง ใน 1 ปีนั่นเอง
อ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงสรุปได้ว่าหุ้น MSGS ปรับตัวขึ้น ไม่ใช่แค่เพราะราคาตั๋วแพงขึ้น แต่เป็นเพราะกระแสและผลงานของ Knicks ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2022
ได้จุดชนวนให้นักลงทุนมองเห็นอนาคตที่สดใสกว่านั้นมาก
ได้จุดชนวนให้นักลงทุนมองเห็นอนาคตที่สดใสกว่านั้นมาก
ทั้งเงินก้อนโตจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด NBA ยุคใหม่ การแยกบริษัทที่จะปลดล็อกมูลค่า และราคาสินทรัพย์ที่ยังต่ำกว่าความเป็นจริง
ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ที่ New York Knicks จ่อเป็นแชมป์ NBA ในฤดูกาลนี้ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่แฟน New York Knicks และบรรดาผู้ถือหุ้น MSGS รอมานานเช่นกัน..