รู้จัก คูโบต้า บริษัทที่เอาชื่อลูกค้า มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์

รู้จัก คูโบต้า บริษัทที่เอาชื่อลูกค้า มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์

23 มี.ค. 2022
รู้จัก คูโบต้า บริษัทที่เอาชื่อลูกค้า มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ /โดย ลงทุนแมน
รู้หรือไม่ว่า ในตอนแรกบริษัทนี้ไม่ได้ชื่อ “คูโบต้า”
และบริษัทนี้ก็ไม่ได้ผลิตรถแทรกเตอร์มาตั้งแต่แรก
แต่ในตอนนี้หากพูดถึงแบรนด์รถแทรกเตอร์
แน่นอนว่าชื่อของ คูโบต้า คงเป็นหนึ่งในรถแทรกเตอร์ที่ทุกคนนึกถึงเป็นอันดับแรก
บริษัท Kubota Corporation เจ้าของแบรนด์รถแทรกเตอร์คุ้นหู มีต้นกำเนิดมาจากโอซากะ ประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันมีอายุมากถึง 132 ปี ที่สร้างรายได้ 6 แสนล้านบาทต่อปี และมีมูลค่าบริษัท มากถึง 7 แสนล้านบาท
แล้วคูโบต้า มีจุดเริ่มต้นที่น่าตื่นเต้นอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 2 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
เรื่องราวทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากชายที่มีชื่อว่าคุณ Gonshiro Ohde
คุณ Gonshiro Ohde เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1870 ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งบนเกาะอินโน
ซึ่งตั้งอยู่ติดกับทะเลเซโตะ ในประเทศญี่ปุ่น
ด้วยความที่หมู่บ้านของเขา ตั้งอยู่ติดกับทะเลเซโตะ
ทำให้บ่อยครั้งที่จะมีเรือยนต์ ขับเคลื่อนด้วยพลังไอน้ำ แล่นผ่านอยู่เป็นประจำ
ซึ่งคุณ Gonshiro รู้สึกประทับใจในเครื่องยนต์ของเรือเหล่านั้น
และตั้งใจว่าเขาจะโตมาเป็นช่างตีเหล็กและเป็นผู้พัฒนาเครื่องยนต์ของเรือ
เขาเป็นลูกชายคนเล็ก จากพี่น้องทั้งหมด 4 คน
โดยครอบครัวของคุณ Gonshiro มีอาชีพเป็นชาวนา
แม้จะไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก แต่ครอบครัวของเขา ก็มีพร้อมในทุกสิ่งที่ใช้ในการดำรงชีวิต
แต่เพียงไม่นาน ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น
เนื่องจากในช่วงนั้น เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคสมัยเอโดะ เข้าสู่ยุคสมัยเมจิ
ซึ่งเป็นยุคที่ญี่ปุ่นเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในหลาย ๆ ด้าน
ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกระบบศักดินา, พัฒนาระบบขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำ
รวมถึงเรื่องระบบการเก็บภาษี ที่เปลี่ยนจากการเก็บภาษีจากข้าว เป็นการเก็บภาษีในรูปแบบของตัวเงินแทน
แน่นอนว่าครอบครัวของคุณ Gonshiro ที่เป็นชาวนา
จึงได้รับผลกระทบนี้เข้าเต็ม ๆ จากครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง กลายเป็นครอบครัวที่ยากจนในทันที
จากความยากลำบากที่เกิดจากความยากจนในครั้งนี้ ทำให้คุณ Gonshiro ในวัยเพียงไม่ถึง 10 ปี ได้ตั้งเป้าหมายกับตัวเองว่า เขาจะกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เพื่อให้ครอบครัวของเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
จนเมื่อคุณ Gonshiro อายุได้ 14 ปี เขาจึงตัดสินใจเดินทางจากบ้านเกิดของเขา เข้าสู่เมืองใหญ่อย่างโอซากะ ตามหางานในโรงหล่อเหล็ก เพื่อที่จะได้เป็นช่างตีเหล็กตามที่เขาฝันไว้
แต่เรื่องก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เนื่องจากคุณ Gonshiro เอง
มาจากครอบครัวชาวนา ซึ่งไม่ได้มีพื้นฐานทางด้านการตีเหล็ก ทำให้ไม่มีใครอยากรับเข้าทำงาน
แต่ในที่สุดก็มีโรงหล่อเหล็กเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า “Kuro Casting” ยอมรับเขาเข้าทำงาน
ด้วยความตั้งใจและความขยัน ทำให้ภายในเวลาเพียง 3 ปี
คุณ Gonshiro ก็สามารถเรียนรู้ทุกอย่างจาก Kuro Casting ได้ครบ
จึงทำให้เขาตัดสินใจลาออกจาก Kuro Casting แล้วย้ายมาทำงานที่โรงหล่อเหล็ก
ที่ใหญ่ขึ้นมา ชื่อว่า “Shiomi Casting”
ที่นั่น คุณ Gonshiro ก็ยังคงตั้งใจทำงานเหมือนเดิม
แต่ในครั้งนี้ เขามีเป้าหมายมากกว่าการสั่งสมประสบการณ์แล้ว
โดยเขาตั้งใจจะเก็บเงินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อนำมาเปิดโรงหล่อเหล็กเป็นของตัวเอง
ซึ่งในเวลานั้นทุนเริ่มต้นในการเปิดโรงหล่อเหล็กคิดเป็นมูลค่าเพียง 100 เยน
เพียง 1 ปีหลังจากนั้น เขาก็มีเงินทุนเพียงพอที่จะใช้เปิดโรงหล่อเหล็กเป็นของตัวเอง
ในปี ค.ศ. 1890 คุณ Gonshiro Ohde ที่มีอายุได้เพียง 19 ปี
ก็ได้ทำการก่อตั้งโรงหล่อเหล็กที่ชื่อ “Ohde Casting” ขึ้นมา
แม้ในช่วงแรกจะมีปัญหาจากการถูกร้องเรียนเรื่องปัญหาฝุ่น จากผู้อยู่อาศัยในละแวกนั้น
ส่งผลให้โรงหล่อเหล็กของเขาต้องถูกย้ายถึง 3 ครั้ง ภายในเวลา 5 ปี
แต่แล้วในปี ค.ศ. 1894 ได้เกิดสงครามแย่งชิงประเทศเกาหลี ระหว่างประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่น
หรือที่เราเรียกกันว่า สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 1 เริ่มต้นขึ้น
ผลจากสงคราม ทำให้ความต้องการเหล็กเพื่อนำไปเป็นอาวุธ พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ซึ่งก็ส่งผลให้โรงหล่อเหล็กของคุณ Gonshiro เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน
จนในปี ค.ศ. 1897 คุณ Gonshiro จึงได้ทำการเปลี่ยนชื่อบริษัทของเขาเป็น “Kubota Iron Works”
อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจสังเกตเห็นว่า
นามสกุลของคุณ Gonshiro ในตอนแรกคือ Ohde
แล้วชื่อ Kubota กลายมาเป็นชื่อบริษัทได้อย่างไร ?
นั่นก็เป็นเพราะว่าในช่วงแรกที่เปิดโรงหล่อเหล็ก หนึ่งในลูกค้าประจำของเขาคือ
บริษัท “Kubota Match Machine Manufacturers” ซึ่งมีเจ้าของคือคุณ Toshiro Kubota
ด้วยความขยัน และมุ่งมั่นในการทำงานของคุณ Gonshiro
จึงทำให้คุณ Toshiro Kubota รู้สึกประทับใจในตัวคุณ Gonshiro เป็นอย่างมาก
ซึ่งมากในระดับที่ขอรับเขาเป็นลูกบุญธรรม
ทำให้คุณ Gonshiro จึงได้เปลี่ยนนามสกุลจาก Ohde กลายเป็น Kubota
หรือชื่อเต็มคือ Gonshiro Kubota และชื่อ Kubota นี้เอง
ก็ได้กลายมาเป็นชื่อของบริษัท นับตั้งแต่นั้นมา
หลังจากสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 1 ได้จบลงไปในปี ค.ศ. 1895 ประเทศญี่ปุ่นในตอนนั้น
ก็ได้เริ่มเปิดประเทศเพื่อติดต่อค้าขาย รวมถึงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับต่างประเทศ
และจากการเดินทางเข้ามาของชาวต่างชาตินี่เอง
ทำให้เริ่มเกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรม
แต่เมื่อเกิดการเดินทางไปมาระหว่างประเทศมากขึ้น สิ่งที่ตามเข้ามาด้วยก็คือ “เชื้อโรค”
ซึ่งญี่ปุ่นในเวลานั้นยังไม่ได้มีระบบสาธารณสุขที่ดีมากนัก
จึงทำให้เกิดเป็นโรคระบาดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ไข้ไทฟอยด์, ไข้ทรพิษ และอหิวาตกโรค
จึงทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบาย ยกระดับระบบสาธารณสุขให้ดียิ่งขึ้น โดยหนึ่งในนโยบายนั้นคือพัฒนาระบบการประปา ซึ่งแน่นอนว่าส่วนประกอบสำคัญก็คือ “ท่อ” นั่นเอง
โดยเริ่มทำการปรับระบบการประปา ในเมืองที่มีการติดต่อกับชาวต่างชาติเป็นประจำ ทั้งในโตเกียว ฮิโรชิมะ นางาซากิ ไปจนถึงโอซากะ
ทำให้มีหลายบริษัทเริ่มพัฒนาท่อน้ำ สำหรับทำท่อประปาที่ได้มาตรฐาน แต่ด้วยเทคโนโลยีของญี่ปุ่นในเวลานั้น จึงยังไม่สามารถสร้างท่อน้ำที่ได้มาตรฐานได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความยาว หรือความหนาของท่อ
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ปี บริษัทเหล่านั้นจึงล้มเลิกความคิดนี้ไป
จนทำให้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนแนวทาง เป็นการนำเข้าท่อจากต่างประเทศแทน
แต่จุดนี้ ยังคงเหลือเพียงบริษัท Kubota Iron Works ของคุณ Gonshiro ที่ยังคงมุ่งหน้าพัฒนาท่อต่อไป
หลังจากลองผิดลองถูกยาวนานถึง 11 ปี
ในที่สุดเขาก็สามารถผลิตท่อน้ำที่ได้มาตรฐานจนสามารถใช้งานได้
ซึ่งในเวลานั้นก็เรียกได้ว่า ยังแทบไม่มีบริษัทญี่ปุ่นบริษัทไหน ที่สามารถผลิตได้เลย
พอกลายเป็นบริษัทเดียวที่ผลิตได้สำเร็จ
Kubota Iron Works จึงเติบโตอย่างก้าวกระโดด
จนธุรกิจผลิตท่อกลายมาเป็น ธุรกิจหลักของบริษัท
ในปี ค.ศ. 1908 บริษัทได้เริ่มทำการขยายฐานการผลิตท่อเหล็กอย่างต่อเนื่อง
เริ่มจากการตั้งโรงงานขนาดใหญ่ในเมืองโอซากะ ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ครอบคลุมกว่า 12,500 ตารางเมตร
จากนั้นก็ค่อย ๆ ทยอยเปิดโรงงานอื่นตามมา
ส่งผลให้บริษัทมีกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
จาก 4,000 ตันในปี ค.ศ. 1908 กลายเป็น 40,000 ตันในปี ค.ศ. 1912
คิดเป็นมากถึง 6 ใน 10 ของกำลังการผลิตภายในประเทศญี่ปุ่น ในเวลานั้นเลยทีเดียว
มาถึงจุดนี้ ซึ่งก็อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดที่ คุณ Gonshiro ประสบความสำเร็จในธุรกิจผลิตท่อเป็นอย่างมาก
แต่แล้วหลังจากปี ค.ศ. 1912 ซึ่งเป็นช่วงหลังจากหมดยุคสมัยเมจิ เศรษฐกิจก็ได้เกิดการชะลอตัว
โดยเฉพาะการประปาหลายแห่งที่หยุดการก่อสร้างไปชั่วคราว ส่งผลให้ความต้องการท่อลดลงอย่างรวดเร็ว
ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้คุณ Gonshiro เริ่มมองว่าการที่บริษัทพึ่งพารายได้จากธุรกิจเดียวนั้น อาจเป็นความเสี่ยงในอนาคตได้
ทำให้คุณ Gonshiro จึงเริ่มที่จะขยายธุรกิจให้มีความหลากหลายมากขึ้น
โดยเริ่มจากผลิตพวกเครื่องจักรที่เป็นความฝัน
ตั้งแต่เด็กของคุณ Gonshiro ไม่ว่าจะเป็นการผลิตเครื่องจักรในการผลิตเหล็ก
เครื่องจักรไอน้ำที่ใช้เป็นเครื่องยนต์ของเรือบรรทุกสินค้า
จากนั้นจึงค่อย ๆ ขยายเข้าสู่การผลิตเครื่องยนต์ สำหรับเครื่องจักรที่ใช้ในอุตสาหกรรมการเกษตร
จนในปี ค.ศ. 1947 บริษัท Kubota สามารถผลิตรถเกี่ยวข้าวคันแรกได้สำเร็จ
โดยใช้ชื่อรุ่นว่า “K1 Type Kubota Rotary Cultivator”
จนเมื่อปี ค.ศ. 1959 คุณ Gonshiro Kubota ในวัย 89 ปี ก็ได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ
อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่า
แล้วรถแทรกเตอร์ ที่เป็นสินค้าหลักของบริษัท Kubota ล่ะ
คุณ Gonshiro Kubota ที่เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทมีส่วนในการพัฒนาหรือไม่ ?
ก็ต้องบอกว่าหลังจากที่คุณ Gonshiro ได้เสียชีวิตไปเพียง 1 ปี หรือในปี ค.ศ. 1960
บริษัท Kubota ก็สามารถพัฒนารถแทรกเตอร์คันแรกได้สำเร็จ โดยตั้งชื่อรุ่นว่า T15
ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวความสำเร็จนี้
ไม่ได้มีโอกาสเห็นรถแทรกเตอร์
ที่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นสินค้าตัวหลักของบริษัท Kubota
อย่างไรก็ตาม แม้คุณ Gonshiro จะได้เสียชีวิตไปแล้ว
แต่ดีเอ็นเอของเขายังคงอยู่ในบริษัท
ซึ่งหลังจากพัฒนารถแทรกเตอร์คันแรกได้สำเร็จ
บริษัท Kubota ก็เรียกได้ว่าเติบโตอย่างก้าวกระโดด
มีการขยายฐานการผลิตออกไปทั่วโลก ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา จีน และอินเดีย
และแน่นอนว่ารวมถึงการเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย
ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับปูนซิเมนต์ไทย หรือ SCG
โดยที่ Kubota ถือหุ้นอยู่ 60% และ SCG ถืออีก 40%
ในปี ค.ศ. 1990 ซึ่งครบรอบ 100 ปี
นับตั้งแต่คุณ Gonshiro Kubota ได้เปิดโรงหล่อเหล็ก ในปี ค.ศ. 1890
บริษัทก็ได้ทำการเปลี่ยนชื่อเป็น Kubota Corporation และใช้มาจนถึงทุกวันนี้
ในปัจจุบัน Kubota Corporation เป็นบริษัทที่ผลิตและพัฒนาเครื่องจักรและอุปกรณ์ในอุตสาหกรรมการเกษตร ครอบคลุมทั้งระบบ ผ่านแกนหลัก ที่บริษัททำการแบ่งออกเป็น 3 แกนด้วยกัน
- Food ที่ขายเครื่องจักรเกี่ยวกับการเกษตร มีผลิตภัณฑ์หลักอย่างรถแทรกเตอร์
- Water ทำเกี่ยวกับระบบน้ำ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลักก็คือท่อ
- Environment ที่มุ่งเน้นพัฒนาเพื่อให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น
เช่น พัฒนาเครื่องยนต์ที่ลดการปล่อยสารพิษ
ส่วนมูลค่าของบริษัทนั้นอยู่ที่ 7 แสนล้านบาท เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจมูลค่ามากเป็นอันดับที่ 52 ของบริษัทญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด
ในปี ค.ศ. 2021 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ 627,000 ล้านบาท กำไร 50,000 ล้านบาท
หากแบ่งตามสัดส่วนรายได้จะพบว่า
- รายได้จากการขายพวกเครื่องจักรสำหรับการเกษตรประมาณ 85%
- รายได้จากการขายอุปกรณ์เกี่ยวกับระบบน้ำ 14%
- รายได้อื่น ๆ อีก 1%
สำหรับรายได้ของธุรกิจคูโบต้าในประเทศไทย ก็มีรายได้ไม่น้อยเช่นกัน
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด
ปี ค.ศ. 2020 รายได้ 49,524 ล้านบาท กำไร 5,364 ล้านบาท
บริษัท สยามคูโบต้า ลีสซิ่ง จำกัด
ปี ค.ศ. 2020 รายได้ 6,822 ล้านบาท กำไร 3,321 ล้านบาท
อ่านมาถึงตรงนี้
ถามว่าเราสามารถเรียนรู้อะไรได้จากคูโบต้าบ้าง ?
เริ่มตั้งแต่ ความตั้งใจ เอาจริง และไม่ยอมแพ้
อย่างเช่น ในช่วงที่ญี่ปุ่นต้องการยกระดับการประปา
ในขณะที่บริษัทอื่นต่างยอมแพ้และล้มเลิกความตั้งใจไป
แต่คุณ Gonshiro ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ต้องใช้เวลาทั้งหมดมากถึง 11 ปี
แต่จากความตั้งใจในครั้งนั้น ธุรกิจผลิตท่อได้กลายมาเป็นหนึ่งในความสำเร็จของบริษัท Kubota จนถึงทุกวันนี้
ถัดมาก็คือ ความคิด กรอบมุมมองใหม่ ๆ ที่เปิดกว้าง และไม่ยึดติด
จากเรื่องนี้ เราจะเห็นว่าคุณ Gonshiro
ไม่เคยยึดติดอยู่กับความสำเร็จเดิม แต่คอยมองหาโอกาสใหม่ ๆ อยู่เสมอ
จากโรงหล่อเหล็กเล็ก ๆ สู่การผลิตท่อ
ไปสู่การผลิตเครื่องจักรและเครื่องยนต์ มาจนถึงพัฒนารถแทรกเตอร์
ซึ่งก็ส่งผลให้บริษัท Kubota สามารถเติบโตมาได้เรื่อย ๆ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัย
ทั้งสองส่วนนี้เอง เราจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม
จากลูกครอบครัวชาวนา พนักงานโรงหล่อเหล็ก
มาก่อตั้งโรงหล่อเหล็กเป็นของตัวเองเมื่อ 130 ปีก่อน
ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจ สงครามมานับไม่ถ้วน จนถึงวันนี้ ก็ยังคงทำธุรกิจอยู่
ปิดท้ายด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ
จำได้หรือไม่ ในช่วงที่คุณ Gonshiro ขยายธุรกิจของบริษัท Kubota ให้มีความหลากหลายมากขึ้น
แม้คุณ Gonshiro จะประสบความสำเร็จอย่างมากจากหลายธุรกิจในตอนนั้น
แต่มีอยู่ธุรกิจหนึ่ง ที่เขาล้มเหลว นั่นคือธุรกิจ “ผลิตรถยนต์”
ในปี ค.ศ. 1919 เขาได้ทำการซื้อลิขสิทธิ์จากคุณ William R. Gorham
เพื่อนำมาก่อตั้งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ชื่อ “Jitsuyo Jidosha Co., Ltd.”
แต่หลังจากไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งอย่าง Ford ที่เข้ามาตีตลาดในญี่ปุ่นอย่างหนัก
Jitsuyo Jidosha ก็ได้ทำการควบรวมเข้ากับบริษัท DAT Motorcar ในเวลาต่อมา
ก่อนที่กิจการทั้งหมดจะถูกถ่ายโอนให้กับบริษัท Tobata Casting Co., Ltd.
ซึ่งภายหลัง บริษัทนี้ก็ได้ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น Nissan Motor Co., Ltd.
หรือก็คือผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์ Nissan ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน นั่นเอง..
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 2 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://www.kubota.com/museum/books/c5.html
-https://www.kubota.com/museum/history/1890_1926.html
-https://www.nissan-global.com/EN/HERITAGE/short_story/en_p06-02.html
-https://en.wikipedia.org/wiki/Nissan
-https://en.wikipedia.org/wiki/Land_Tax_Reform_(Japan_1873)
-https://www.britannica.com/event/Meiji-Restoration
-https://en.wikipedia.org/wiki/Meiji_(era)
-https://steenent.com/a-look-back-at-kubota-firsts
-https://catchasia-medianetwork.com/Companies/KUBOTA/profile.html
-Kubota Annual Report 2021
-Kubota Financial Report year ended 2021
© 2022 Longtunman. All rights reserved.