สยามพิวรรธน์ สร้างปรากฏการณ์ยอดขายทะลุเป้าทุกศูนย์การค้า

สยามพิวรรธน์ สร้างปรากฏการณ์ยอดขายทะลุเป้าทุกศูนย์การค้า

23 มี.ค. 2022
สยามพิวรรธน์ สร้างปรากฏการณ์ยอดขายทะลุเป้าทุกศูนย์การค้า
ย้ำตำแหน่งผู้นำที่ครองฐานลูกค้ากลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงมากที่สุดในประเทศไทย
สยามพิวรรธน์ x ลงทุนแมน
กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหาร สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่
หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพฯ ประกาศความสำเร็จของผลประกอบการของทั้งกลุ่มเติบโตทะลุเป้ามากกว่า 15% ในไตรมาส 4/2564
โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มลักซัวรีแบรนด์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดตลอดระยะเวลา 2 ปี
จากการที่หลายแบรนด์ ขยายพื้นที่ร้าน และแบรนด์ดัง ๆ มีการนำเสนอความแปลกใหม่ผ่าน “Pop-up Store” หนึ่งเดียวในประเทศไทยกับกลุ่มสยามพิวรรธน์ เพื่อขายสินค้าลิมิเต็ดคอลเลคชั่นพิเศษอย่างต่อเนื่อง
สร้างความตื่นตาตื่นใจตอบโจทย์ประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า และยังตอกย้ำความเป็นผู้นำที่ครองฐานกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงมากที่สุดในประเทศไทย
และในปี 2565 ยังพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อน เสริมความแข็งแกร่งผ่านการขายที่เชื่อมทุกดิจิทัลแพลตฟอร์มกับศูนย์การค้า นำพันธมิตร ร้านค้า และคู่ค้า สร้างความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืน
คุณสรัลธร อัศเวศน์ ผู้บริหารสายงานบริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เผยว่า
สยามพิวรรธน์ประสบความสำเร็จอย่างสูงมากในปี 2564 เป็นผลจากการปรับแผนกลยุทธ์การตลาดและการขายออกสู่ทุกแพลตฟอร์มตลอดทั้งปี
มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง ผ่านการสร้างบริการโซเชียลและอีคอมเมิร์ซ (Social and E-Commerce), Call & Shop, Siam Paragon Luxury Chat & Shop และ Ultimate Chat & Shop ที่บริษัทดำเนินการเอง
เพื่อช่วยขายสินค้าให้บรรดาร้านค้าและพันธมิตรทั้งหมด ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าครอบคลุมต่างจังหวัดได้สำเร็จ
อีกทั้งได้ร่วมมือกับทางแอปพลิเคชั่นที่หลากหลาย เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายครบรูปแบบออมนิแชนแนล (Omni-Channel) จนถึงการเปิดตัว ONESIAM SuperApp เมื่อปลายปี 2564 ผลักดันให้ยอดซื้อในส่วนของกลุ่มลูกค้าสมาชิกเพิ่มขึ้นกว่า 45% จากปี 2563
และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนที่ช่วยกระตุ้นยอดการจับจ่ายใช้สอย รวมทั้งทำให้เข้าถึงการขยายตลาดสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่เจเนอเรชั่น Y และ Z
สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ ที่ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม พร้อมเดินหน้าสร้างอีโคซิสเต็ม (ecosystem) ให้ 4 ศูนย์การค้าของบริษัทฯ เป็นศูนย์กลางการ Earn & Burn สิทธิประโยชน์ และ VIZ Coin
โดยกลางปีนี้จะขยายไปครอบคลุมหลากหลายธุรกิจร่วมกับพันธมิตรชั้นนำกว่า 100 บริษัท 13 อุตสาหกรรม ผ่านแพลตฟอร์ม ONESIAM SuperApp ที่จะช่วยขยายฐานและให้บริการแก่ลูกค้ากำลังซื้อสูงให้กว้างมากขึ้น
โดยเชื่อม 1,000 ร้านค้าและพันธมิตรชั้นนำกว่า 100 รายจาก 13 ประเภทอุตสาหกรรม ครอบคลุมหลากหลายธุรกิจ เพื่อสร้างยอดขายที่ก้าวกระโดดร่วมกันทุกฝ่ายในปี 2565 อย่างต่อเนื่อง
แม้ในปี 2564 ที่ผ่านมา จะมีปัจจัยท้าทายจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
แต่สินค้ากลุ่มลักชัวรีแบรนด์ทุกประเภท ยังได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าคนไทยล้วน ๆ ที่มีกำลังซื้อสูงในทุกศูนย์การค้า โดยเฉพาะจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบสินค้าแบรนด์เนม
ตอกย้ำให้สยามพารากอนและไอคอนสยามเป็น Destination ของ Luxury Brand ที่รวมแบรนด์ชั้นนำทุกประเภท ทั้งสินค้าแฟชั่น แอกเซสซอรี นาฬิกา และ เครื่องประดับชั้นสูงได้ครบครันมากที่สุดในประเทศ
บวกกับหลายแบรนด์ดังมีสต๊อกสินค้าใหม่ ๆ ที่มากกว่าร้านในฮ่องกงและสิงค์โปร์อีกด้วย
ที่สำคัญ ในช่วงวิกฤตโควิด 19 ร้านค้ากลุ่มนี้ในทั้งสองศูนย์การค้า สามารถสร้างยอดขายและมีอัตราเติบโตที่โดดเด่นสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก
เนื่องจาก หลายรายเลือกที่จะขยายพื้นที่ร้านในสยามพารากอน และแบรนด์ดัง ๆ ได้ร่วมเปิดพื้นที่ “Pop-up Store” ในไอคอนสยามด้วย เพื่อขายลิมิเต็ด คอลเลกชันพิเศษ
ซึ่งได้รับความนิยมจากลูกค้าคนไทยท่วมท้นเกินความคาดหมาย ทำให้ปัจจุบันมียอดจองพื้นที่ เพื่อเปิด Pop-up Store ทุกเดือนและเต็มตลอดจนถึงปี 2566 แล้ว
อีกทั้งสยามพิวรรธน์ ยังได้ร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์และพันธมิตรในอีโคซิสเต็ม เช่น กลุ่มสายการบิน โรงพยาบาล และบริษัทประกันภัย เพื่อช่วยบริหารจัดการลูกค้ากำลังซื้อสูงของทุกรายให้ได้สิทธิประโยชน์ที่เงินซื้อไม่ได้ และเติมเต็มประสบการณ์เหนือความคาดหมายได้มากขึ้น
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้รายได้ของกลุ่มสยามพิวรรธน์ เติบโตเกินเป้าในไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 คือ กลุ่มวันสยาม (ONESIAM) ที่สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ปรับเปลี่ยนพื้นที่โดยมีผู้เช่ารายใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นเข้ามาสร้างสีสัน ซึ่งเป็นแรงดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการมากในไตรมาสสุดท้ายของปี
คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า..
หลังจากเปิดให้บริการมาครบ 3 ปี ไอคอนสยามประสบความสำเร็จอย่างมากในการฟันฝ่าและเอาชนะสถานการณ์การแพร่ระบาดตลอดระยะเวลา 2 ปี สามารถสร้างฐานลูกค้าประจำที่เป็นคนไทยล้วน ๆ
เห็นได้จากจำนวนลูกค้าในปี 2564 ที่เพิ่มขึ้นมากจากปี 2563 ส่งผลให้ยอดขายไตรมาสสุดท้าย เพิ่มขึ้นถึง 43% ซึ่งเป็นรายได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์นับจากเปิดโครงการมาแล้ว 3 ปี
ที่น่าสนใจ คือ ยอดขายเติบโตในทุกกลุ่มสินค้าและบริการ เพราะมีกำลังซื้อจากสมาชิกลูกค้าประจำที่โดดเด่นมาก คิดเป็น 40% ของยอดขายทั้งหมด
แสดงให้เห็นว่า แม้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ไอคอนสยามมีฐานลูกค้าประจำที่เป็นคนไทยจำนวนมาก รวมทั้งมีกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นลูกค้าที่อาศัยในฝั่งธนบุรีและจังหวัดใกล้เคียงอีกหลายจังหวัดที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยเป็นประจำ
ซึ่งเป็นบทพิสูจน์วิสัยทัศน์แรกเริ่มของไอคอนสยาม ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างเศรษฐกิจฝั่งกรุงเทพตะวันตกให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ซึ่งวันนี้กระทำได้สำเร็จแล้วท่ามกลางวิกฤตโควิด 19
ในปี 2565 นี้ ลูกค้าไอคอนสยามที่เป็นสมาชิก VIZ Card จะได้ใช้ VIZ Coin ผ่าน ONESIAM SuperApp ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระตุ้นการใช้จ่ายให้เติบโตถึง 15-20%
โดยปัจจัยที่จะส่งผลให้มีความคึกคัก คือ ศูนย์ประชุมและการแสดงมาตรฐานระดับโลก ทรู ไอคอน ฮอลล์ (True Icon Hall) ที่มียอดจองจัดงานแล้วทั้งปี
รวมทั้งการเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าสายสีทอง​ จะช่วยส่งเสริมให้ลูกค้าจากทั่วกรุงเทพและปริมณฑล เดินทางเข้ามาใช้บริการได้สะดวกสบายอย่างต่อเนื่อง
ยังไม่รวมปัจจัยหนุน หากมีการเปิดประเทศในปีนี้ และมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ยิ่งจะส่งผลให้กิจการของไอคอนสยามเติบโตอย่างก้าวกระโดดอีกด้วย”
สำหรับ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นเช่นกัน และได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าทั่วประเทศ
เพราะร้านลักชัวรีแบรนด์เลือกเปิดร้านกับทางสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต เป็นแห่งแรก และแห่งเดียวในไทย ส่งผลให้ยอดขายทะลุเป้ากว่าที่คาดไว้ มีจำนวนลูกค้าสม่ำเสมอต่อเนื่อง และยอดจับจ่ายต่อคนอยู่ในระดับสูง
โดยทางบริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาแผนการขยายพื้นที่เฟส 2 เนื่องจากมีลักชัวรีแบรนด์ประสงค์จะเปิดร้านค้าในสยาม พรีเมียม เอาท์เล็ตอีกเป็นจำนวนมาก
สำหรับในปีนี้กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ตั้งเป้าว่าจะสร้างยอดขายในกลุ่มสมาชิกให้เติบโตโดยรวมเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 30%
นอกจากนี้ สยามพิวรรธน์จะเดินหน้าขยายระบบนิเวศธุรกิจพรีเมียมระดับโลก (ecosystem) อย่างเต็มกำลัง โดยกลางปีนี้จะขยายไปครอบคลุมหลากหลายธุรกิจร่วมกับพันธมิตรชั้นนำกว่า 100 บริษัท 13 อุตสาหกรรม ผ่านแพลตฟอร์ม ONESIAM SuperApp ที่จะช่วยขยายฐานและให้บริการแก่ลูกค้ากำลังซื้อสูงให้กว้างมากขึ้น
ลูกค้าสามารถใช้ VIZ Coin จากซูเปอร์แอป เพื่อสิทธิประโยชน์มากมาย และทำให้ ONESIAM SuperApp เข้ามาเติมเต็ม และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าได้ครบทุกมิติ
ทั้งสิ้นนี้เป็นการแสดงถึงวิสัยทัศน์ของการเป็นผู้นำความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพพร้อมทีมงานที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ที่สามารถสร้างธุรกิจใหม่ๆ และก้าวข้ามทุกวิกฤตการณ์ได้เสมอ..
© 2022 Longtunman. All rights reserved.