ก้าวต่อไป สยามพิวรรธน์ พลิกเกมลักชัวรีระดับโลก รวมแบรนด์ทรงพลังที่มีฐานกำลังซื้อสูงที่สุด

ก้าวต่อไป สยามพิวรรธน์ พลิกเกมลักชัวรีระดับโลก รวมแบรนด์ทรงพลังที่มีฐานกำลังซื้อสูงที่สุด

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง x สยามพิวรรธน์
ถ้าพูดถึงผู้นำอันดับ 1 ด้านธุรกิจค้าปลีกลักชัวรีของประเทศไทย
คงต้องยกให้ “สยามพิวรรธน์” ผู้พัฒนาแบรนด์ค้าปลีกชั้นนำอย่างสยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์, สยามดิสคัฟเวอรี่ ฯลฯ ที่ในวันนี้กำลังไปไกลในระดับโลก
สังเกตได้จากการครองยอดขายกว่า 70% ของตลาดผู้มีกำลังซื้อสูงในประเทศไทย
รวมทั้ง การมีฐานสมาชิก ONESIAM ที่มียอดจับจ่ายมากกว่า 1 ล้านบาทต่อครั้ง และมียอดใช้จ่ายต่อปีมากกว่ากลุ่มลูกค้าทั่วไปถึง 35 เท่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา
ล่าสุด สยามพิวรรธน์ กำลังตอกย้ำบทบาท Game Changer อีกครั้ง
เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางแห่ง Global Luxury Destination
แล้ว สยามพิวรรธน์ ทำอย่างไร เพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
สยามพิวรรธน์ เริ่มต้นจากการตั้งโจทย์ถึงการผสานระบบนิเวศธุรกิจอันทรงพลังแบบไร้พรมแดน หรือ Borderless Global Privilege ที่มีความสมบูรณ์แบบที่สุด
เพื่อที่จะได้ดึงดูดกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงระดับสูงสุดจากทั่วโลก
รวมทั้ง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตลักชัวรีแห่งโลกอนาคตได้ครบในทุกมิติ
จุดนี้เอง ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ความร่วมมือระดับโลกครั้งประวัติศาสตร์
โดย สยามพิวรรธน์ ผสานประสบการณ์ระดับเอกซ์คลูซิฟจากหลากหลายอุตสาหกรรม
ไม่ว่าจะเป็น การบินส่วนบุคคล,โรงแรมและรีสอร์ตหรูทั่วโลก, ห้างสรรพสินค้าลักชัวรีชั้นนำ และบริการบริหารจัดการไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคล
พูดง่าย ๆ ก็คือ สยามพิวรรธน์ กำลังสร้าง Borderless Luxury Ecosystem ที่ไร้ขีดจำกัด นั่นเอง
แล้วพันธมิตร Global Privilege ของสยามพิวรรธน์ คือใคร ?
ก่อนหน้านี้จริง ๆ แล้ว สยามพิวรรธน์ มีเครือข่ายพันธมิตร Global Privilege Partnership ระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
- ศูนย์การค้า PARCO ญี่ปุ่น
- TAIPEI 101 ไต้หวัน
- Hong Kong Times Square ฮ่องกง
- ห้างสรรพสินค้า ION Orchard สิงคโปร์
- Pavilion Kuala Lumpur มาเลเซีย
- Plaza Indonesia อินโดนีเซีย
- FOSUN สาธารณรัฐประชาชนจีน
- Hyundai Department Store เกาหลีใต้
แต่ในครั้งล่าสุดนี้ สิ่งที่น่าสนใจก็คือ สยามพิวรรธน์ กำลังผสานพลังเพิ่มอีก 4 ผู้นำลักชัวรี จากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อก้าวเข้าสู่การสร้างระบบนิเวศลักชัวรีแห่งอนาคต
แบรนด์ที่ 1 คือ Belmond (LVMH)
สยามพิวรรธน์ เชื่อว่า Belmond จะเข้ามาช่วยปฏิวัติศิลปะการเดินทางด้วย Curated Journey
ที่ช่วยเชื่อมโยงการบริการชั้นเลิศของโรงแรมและรีสอร์ตหรูทั่วโลก เข้ากับสิทธิประโยชน์ในศูนย์การค้า
โดยสมาชิก ONESIAM จะได้รับบริการผู้ช่วยส่วนตัวแบบ 1-1
ไม่ว่าจะเป็น การวางแผนการเดินทาง, การต้อนรับระดับ VIP เมื่อเข้าพัก ณ โรงแรมระดับตำนาน, การเดินทางไปกับรถไฟสุดหรูอันเป็นเอกลักษณ์ของ Belmond ทั่วโลก
รวมทั้ง โอกาสรับสิทธิ์เข้าถึงการเดินทางที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะบุคคล
ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อมอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับสมาชิก ONESIAM นั่นเอง
แบรนด์ที่ 2 คือ Galeries Lafayette
ห้างสรรพสินค้าชั้นนำอันดับหนึ่งของยุโรปที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1893 และยังเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งความหรูหราสง่างามตามแบบฉบับฝรั่งเศส
ปัจจุบัน Galeries Lafayette รวบรวมสินค้าแบรนด์ชั้นนำไว้มากกว่า 3,500 แบรนด์
เท่ากับว่า เมื่อสมาชิก ONESIAM เดินทางถึงปารีส จะได้รับของขวัญต้อนรับสุดพิเศษ
พร้อมสิทธิ์เข้าใช้บริการ VIP Lounge เมื่อมียอดใช้จ่ายตามเงื่อนไข
ขณะเดียวกัน สำหรับสมาชิกกลุ่ม Black, Platinum และ Scarlet
ยังจะได้รับเอกสิทธิ์เหนือระดับในการเข้าใช้ Private Personal Shopping Lounge
พร้อมบริการผู้ช่วยช็อปปิงส่วนบุคคล (Dedicated Personal Shopper) เมื่อแจ้งความประสงค์
รวมถึง บริการคืนภาษี (Tax Refund) แบบเร่งด่วน และการต้อนรับระดับ VIP อันอบอุ่น เลยทีเดียว
สะท้อนว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะส่งมอบประสบการณ์ชอปปิงอย่างไร้รอยต่อ แบบข้ามทวีป
แบรนด์ที่ 3 คือ Insignia
โดย Insignia จะเข้ามารองรับด้านประสบการณ์เหนือระดับจากทั่วทุกมุมโลกแบบไร้รอยต่อ
ผ่านการดูแลอย่างใกล้ชิดแบบตัวต่อตัว หรือ One-to-One Support ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษในทุกมิติของวิถีชีวิตลักชัวรียุคใหม่
ไม่ว่าจะเป็น การลิ้มลองอาหารมื้อพิเศษ, การเดินทางท่องเที่ยวสุดหรู, การเข้าร่วมงานอิเวนต์ระดับโลก ฯลฯ
แบรนด์ที่ 4 คือ MJets
หนึ่งในบริษัทเครื่องบินเจ็ตส่วนบุคคลชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย
โดย สยามพิวรรธน์ มองว่าจะช่วยเติมเต็มจิกซอว์ด้านการเดินทางไร้ขีดจำกัดผ่านบริการเครื่องบินส่วนตัว
รวมถึงการเข้าใช้เลานจ์พิเศษที่สนามบิน และรถรับส่งระดับหรูจากรันเวย์ตรงสู่ศูนย์การค้าในเครือสยามพิวรรธน์อย่างไร้รอยต่อ
ถึงตรงนี้คงเห็นแล้วว่า การเดินทางของ สยามพิวรรธน์ ในครั้งนี้
กำลังเชื่อมต่อระบบนิเวศธุรกิจลักชัวรีอย่างไร้รอยต่อ ไม่เพียงแค่รองรับลูกค้ากลุ่ม Ultra-HNWIs
ผ่านการบูรณาการฐานข้อมูล และสิทธิประโยชน์ข้ามอุตสาหกรรม
แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือ การสร้าง Global Luxury Ecosystem ในเกิดขึ้น
เพื่อยกระดับให้ประเทศไทย ให้ก้าวสู่การเป็น Global Luxury Destination อย่างแท้จริง นั่นเอง..
Reference :
- งานแถลงข่าว สยามพิวรรธน์
© 2026 Longtunman. All rights reserved. Privacy Policy.
Blockdit Icon